โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่อง 5 วิธีลงทุนทองคำ แบบไหนที่ใช่…สไตล์คุณ?

Wealthy Thai

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 03.35 น.

ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน “ทองคำ” มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักลงทุน เพราะถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ที่มีมูลค่าค่อนข้างมั่นคง สภาพคล่องสูง ซื้อขายได้ง่าย และมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว
นักลงทุนจำนวนไม่น้อยจึงเลือกถือทองคำไว้ในพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังสนใจทองคำ อาจยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี Wealthy Thai จึงมี “5 วิธีลงทุนในทองคำ” แบบเข้าใจง่ายมาฝาก

1.ซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ

วิธีนี้เป็นรูปแบบการลงทุนที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด นักลงทุนที่เลือกวิธีนี้มักจะเข้าไปซื้อที่ร้านทอง โดยเลือกระหว่างทองคำแท่งที่เน้นเรื่องการลงทุน กับทองรูปพรรณที่อาจมีคุณค่าเชิงความงามควบคู่กันไปด้วย เมื่อซื้อแล้วสามารถเก็บไว้เองหรือฝากร้านทองดูแลให้ก็ได้ แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่ากำเหน็จ (ในกรณีที่เป็นทองรูปพรรณ) หรือค่าฝากเก็บถ้าไม่ต้องการเก็บไว้เอง ข้อดีของวิธีนี้คือเราสามารถขายคืนได้ง่ายเมื่อต้องการใช้เงิน เพราะร้านทองส่วนใหญ่รับซื้อกลับเสมอ

2.ซื้อทองคำผ่านแอปพลิเคชัน

ปัจจุบันการลงทุนทองคำสามารถทำได้ง่ายมากขึ้นด้วยการซื้อผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง เช่น MTL Gold (แม่ทองสุก), GCAP Gold (จีแคป), Get Gold (YLG) และ Gold Wallet (ธนาคารกรุงไทย) เป็นต้น นักลงทุนไม่ต้องถือทองคำจริง แต่สามารถซื้อขายได้ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือแบบเรียลไทม์ โดยราคาทองคำจะอิงกับตลาดโลกเหมือนทองคำแท่ง ข้อดีคือสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา และสามารถเริ่มต้นได้แม้มีเงินเพียงหลักร้อยหรือหลักพัน เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าถึงการลงทุนโดยไม่ต้องเดินเข้าร้านทอง

3.ลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำ

หากคุณเป็นนักลงทุนที่ไม่ถนัดติดตามราคาทองคำด้วยตัวเอง หรืออยากให้มืออาชีพบริหารจัดการเงินให้ การลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะนำเงินของนักลงทุนไปซื้อทองคำแท่งในต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในกองทุนทองคำระดับโลก เช่น SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ถือครองทองคำจริงในสัดส่วนสูง ผู้ลงทุนสามารถซื้อกองทุนนี้ผ่านโบรกเกอร์ต่างๆ ได้ แต่ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุน เพราะจะมีผลต่อผลตอบแทนในระยะยาว

4.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

สำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์และเข้าใจกลไกราคาในตลาดการเงิน การซื้อขาย Gold Futures บนตลาดอนุพันธ์อย่าง TFEX คืออีกหนึ่งวิธีที่ให้ผลตอบแทนสูงในระยะสั้น เพราะเป็นการซื้อขายสัญญาที่อิงกับราคาทองคำล่วงหน้า โดยไม่ต้องใช้เงินเต็มจำนวนในการซื้อ แต่ต้องวางเงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) ประมาณ 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญาไว้กับโบรกเกอร์อนุพันธ์ เพื่อเป็นเงินมัดจำก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย
หากราคาทองคำเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดไว้ ก็สามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ในทางกลับกัน ถ้าคาดเดาราคาผิดทางก็อาจขาดทุนหนักได้เช่นกัน จึงต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ และการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เหมาะกับนักเก็งกำไรที่มีเวลาติดตามตลาดแบบใกล้ชิด

5.ลงทุนในหุ้นเหมืองทอง หรือ กองทุน ETF ทองคำ

อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจคือการลงทุนโดยตรงผ่านการซื้อหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทองคำ เช่น บริษัทเหมืองทองคำระดับโลก หรือเลือกลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ เช่น SPDR Gold Trust หรือ iShares Gold Trust ซึ่งราคาหลักทรัพย์เหล่านี้มักเคลื่อนไหวตามราคาทองคำในตลาดโลก
วิธีนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีพอร์ตหุ้นอยู่แล้ว และต้องการกระจายการลงทุนไปยังทองคำในรูปแบบของสินทรัพย์ทางการเงิน พร้อมควบคุมการบริหารจัดการพอร์ตด้วยตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...