โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI มอง Q2/68 สินเชื่อแบงก์ยังโต รับดีมานด์ธุรกิจขนาดใหญ่-บ้าน ส่วนเอสเอ็มอียังชะลอ

efinanceThai

เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 06.12 น.

CGSI มอง Q2/68 สินเชื่อแบงก์ยังโต รับดีมานด์ธุรกิจขนาดใหญ่-บ้าน ส่วนเอสเอ็มอียังชะลอ

CGSI มองสินเชื่อกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/68 ยังเติบโต จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้น เหตุต้องการเงินลงทุนระยะยาวและรีไฟแนนซ์หนี้ ขณะที่สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอียังชะลอตัว

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อในไตรมาส 2/68 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 68 ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจขนาดใหญ่จะมีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น qoq เพื่อนำมาใช้เป็นเงินลงทุนระยะยาวและรีไฟแนนซ์หนี้/หุ้นกู้ ขณะที่ธุรกิจ SME จะมีความต้องการสินเชื่อลดลง

ส่วนความต้องการสินเชื่อของลูกค้ารายย่อย จะมาจากกลุ่มสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์อัตราส่วนการให้เงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) และมาตรการลดค่าโอนค่าจดจำนองของกระทรวงการคลัง ขณะที่ความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตน่าจะเพิ่มขึ้น จากการอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ความต้องการสินเชื่อรถน่าจะลดลง เพราะราคารถมือสองปรับลงเล็กน้อยในเดือนมี.ค.68

จากผลการสำรวจชี้ว่า ธนาคารจะยังใช้มาตรฐานการให้สินเชื่อที่เข้มงวดสำหรับสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อ SME, สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อรถในไตรมาส 2/68 แต่ธนาคารอาจผ่อนคลายมาตรฐานสำหรับสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เนื่องจากมีมาตรการสนับสนุนทั้งการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และการปรับลด ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง จึงเชื่อว่าสถาบันการเงินจะเน้นขยายพอร์ตสินเชื่อจากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีคุณภาพสินทรัพย์ดีกว่า SME และลูกค้ารายย่อย ส่วนการขยายพอร์ตสินเชื่อบ้านจะเป็นแบบ selective โดยเน้นตลาดระดับบน ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัวน้อยกว่า

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ธปท. เปิดเผยข้อมูลคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาส 1/68 โดยกลุ่มธนาคารพบว่าอุตสาหกรรมสำคัญมีอัตราส่วน NPL เพิ่มสูงขึ้น qoq และการที่สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อรถมีอัตราส่วน NPL สูงขึ้น ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง นอกจากนี้ ยังพบว่าอัตราส่วนสินเชื่อ Stage 2 (underperforming) ของกลุ่มธนาคารและผลิตภัณฑ์สินเชื่อ รายย่อยทั้งหมดเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาส 1/68

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มธนาคาร เพราะคาดว่ากำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) จะเติบโตช้าในอัตรา -6.0%/+3.3%/+4.3% ในปี 68/69/70 ส่วน SCB และ KTB เป็นหุ้น Top pick เนื่องจากธนาคารทั้งสองแห่งน่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.8-8.1% ต่อปี รวมทั้งมีคุณภาพสินทรัพย์ดีและงบดุลแข็งแกร่ง ขณะที่กลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท. ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ส่วน upside risk จะมาจากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้นช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงและการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...