โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอกลาปัญหาหลุมสิว ด้วยเทคโนโลยีกระตุ้นคอลลาเจนที่ EY Clinic

Dek-D.com

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • DEK-D.com
“หลุมสิว” เป็นปัญหาผิวที่รักษาได้ยากและใช้เวลานาน

บอกลาปัญหาหลุมสิว ด้วยเทคโนโลยีกระตุ้นคอลลาเจนที่ EY Clinic

“หลุมสิว” เป็นปัญหาผิวที่รักษาได้ยากและใช้เวลานาน โดยคนที่มีปัญหานี้ย่อมหนักใจกับใบหน้าที่ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ที่ไม่ว่าจะทาครีมเท่าไร ก็ยังดูไม่เรียบเนียนจนทำให้หมดความมั่นใจไปได้ง่าย ๆ

EY Clinic เข้าใจดีถึงความหนักใจของคนไข้ เราจึงนำเสนอการรักษาผ่าน “การกระตุ้นคอลลาเจน” ภายใต้การดูแลของแพทย์เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง หมอผึ้ง, พญ.พัจนภา เวชอนุรักษ์, (ว36829 และ วว29297) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปลอดภัย พร้อมแผนการรักษาที่ออกแบบมาเฉพาะตัวบุคคลโดยปราศจากการยัดเยียดคอร์สที่ไม่จำเป็น

เข้าใจ “หลุมสิว”

หลุมสิว (Atrophic acne scar) คือ รอยแผลเป็นที่เกิดจากกระบวนการอักเสบของสิว และการสมานแผลที่ไม่เพียงพอ การกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณหลุมสิว จึงเป็นวิธีที่เราจะสามารถทำได้ เพื่อให้รอยหลุมสิวดูจาง และช่วยให้ผิวมีความเรียบเนียนมากขึ้น

การกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยรักษาหลุมสิวได้อย่างไร

คอลลาเจน (Collagen) คือ เส้นใยโปรตีนที่ทำหน้าที่อุ้มน้ำ และเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างให้กับผิวโดยเป็นองค์ประกอบที่กักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวมีความกระชับและแข็งแรง อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสมานแผลด้วย

การกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen stimulation) จึงเรียกได้ว่าเป็นเสาหลักของการรักษาให้หลุมสิวดูจางลง และปรับสภาพให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Collagen Biostimulator หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนโดยธรรมชาติ โดยสารตัวนี้มีสรรพคุณในการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ให้ผลิตคอลลาเจนออกมามากขึ้น

ตัวอย่างของ Biostimulator ที่กำลังเป็นที่นิยม ได้แก่ Rejuran และ Sculptra แต่อย่างไรก็ดี การกระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิวนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การฉีด Biostimulator เท่านั้น

5 วิธีกระตุ้นคอลลาเจน รักษาหลุมสิว

ในปัจจุบัน เรามีหัตถการในการกระตุ้นคอลลาเจน และรักษาหลุมสิวให้เลือกใช้บริการมากมาย โดยแต่ละวิธีก็จะมีหลักการทำงาน และความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหมอขอยกตัวอย่าง 5 วิธีกระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิวที่มีประสิทธิภาพ และกำลังได้รับความนิยมมาอธิบายในบทความนี้

1. Rejuran S (PN)

Rejuran หรือ รีจูรัน คือ สารโพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide หรือ PN) บริสุทธิ์ที่สกัดมาจากชิ้นส่วนพันธุกรรมของปลาแซลม่อนโดยสารโพลีนิวคลีโอไทด์ถือเป็น Biostimulator เมื่อฉีดเข้าชั้นผิวแล้วช่วยซัพพอร์ตโครงสร้างของสารเคลือบเซลล์ (Extracellular matrix หรือ ECM) และจะทำงานที่ลึกถึงระดับดีเอ็นเอในการกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่น แข็งแรงและเรียบเนียนขึ้น

นอกจากคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อฟื้นฟูหลุมสิวแล้ว Rejuran ยังมีคุณสมบัติอื่นด้วย ดังนี้

  • ช่วยในการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่
  • ช่วยให้ผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) หนาตัวขึ้น สร้างเกราะป้องกันให้ผิวจากสิ่งแวดล้อมเช่น ฝุ่นควัน มลภาวะ และแสงยูวี
  • กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ (Angiogenesis)ซึ่งช่วยในการสมานแผลและการไหลเวียนของเลือด เพื่อให้เซลล์ทำงานได้อย่างเต็มที่

Rejuran จึงเป็นตัวเลือกให้มากกว่าการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อรักษาหลุมสิว แต่ยังช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน ริ้วรอยแห่งวัย ปรับสภาพผิว และเสริมสร้างให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงด้วย

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Rejuran แล้ว Rejuran Sคือตัวที่ถูกออกแบบมาเพื่อการรักษาหลุมสิวและแแผลเป็นโดยเฉพาะ ซึ่ง Rejuran S (กล่องสีน้ำเงิน) จะมีเนื้อที่หนืดและเข้มข้นกว่า Rejuran ตัวอื่น ๆ โดยประสิทธิภาพในการรักษาหลุมสิว และรอยดำ-รอยแดงด้วย

ผลลัพธ์ในการกระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิวด้วย Rejuran S จะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์หลังฉีด ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ควรเริ่มฉีด Rejuran S ติดต่อกันอย่างน้อย 3-5 ครั้ง เว้นระยะห่างครั้งละ 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้น สามารถฉีดกระตุ้นได้ทุก ๆ 6-12 เดือน

2. Sculptra (PLLA)

Sculptraเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่กำลังได้รับความนิยมสูงเช่นกัน โดย Sculptra คือ สาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับไหมละลายที่ใช้ในการเย็บแผลผ่าตัด ซึ่งสาร PLLA มีคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนที่จะช่วยให้หลุมสิวดูจางลง และเผยผิวที่กระชับ ชุ่มชื้นมากขึ้น

โดยหลักการทำงานของ Sculptra ในการกระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิว มีคร่าว ๆ ดังนี้

  • เมื่อฉีด Sculptra แล้วตัว PLLA จะกระตุ้นการอักเสบของเซลล์แบบเบา ๆ เพื่อทำให้ผิวเข้าสู่กระบวนการสมานแผล
  • ในกระบวนการสมานแผล เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) จะถูกกระตุ้น ส่งผลให้มีการผลิตคอลลาเจนออกมามากขึ้น โดยพบว่าเพียง 3 เดือนหลังฉีด Sculptra แล้ว ปริมาณคอลลาเจนใต้ชั้นผิวเพิ่มขึ้นถึง 66.5%
  • คอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นช่วยให้หลุมสิวดูจางลงอย่างชัดเจน และยังช่วยลดปัญหาริ้วรอย พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น และแข็งแรงมากขึ้นด้วย

การที่ Sculptra เป็นสารตัวเดียวกับไหมละลาย อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนรู้สึกสงสัยว่า แล้วฉีดสารไหมละลายตัวนี้เข้าผิวหนังแล้วจะทำให้เกิดอันตรายหรือไม่ หมอขอชี้แจงแบบนี้ ว่า ตัว Sculptra ก็ได้รับการรับรองจาก US FDA ใน ปี 2004 ในฐานะ สารฉีดกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อจุดประสงค์ของความงาม เราจึงมั่นใจได้ว่า Sculptra มีความปลอดภัยและสามารถทำงานกับเซลล์ของเราได้โดยไม่รบกวนการทำงานของผิว

การฉีด Sculptra เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิว ควรทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งผลลัพธ์ของ Sculptra อยู่ได้นานถึง 2 ปี และสามารถฉีดกระตุ้นได้ปีละ 1 ครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ได้

3. Juvelook (PDLLA)

Juvelook คือ สาร PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid) และไฮยาลูรอนิก แอซิดแบบ Non-crosslinked ซึ่งตัว PDLLA จะทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนบริเวณหลุมสิวในระยะยาว โดยมีลักษณะที่คล้ายกับ PLLA ของ Sculptra เพียงแต่มีการจัดเรียงโมเลกุลที่ต่างกันเล็กน้อย ส่วนตัวไฮยาลูรอนิก แอซิด จะให้ความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวดูอิ่มน้ำมากขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด

การฉีด Juvelook จึงเป็นการเติมน้ำให้ผิวและฟื้นฟูผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจน โดยเมื่อฉีดครั้งแรก ตัวไฮยาลูรอนิก แอซิดจะให้ความชุ่มชื้นกับผิวทันที ทำให้ผิวฟูขึ้นและหลุมสิวดูจางลง หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ เราจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ของ PDLLA โดยผิวจะถูกกระตุ้นให้ผลิตคอลลาเจนและเส้นใยโครงสร้างผิวอื่น ๆ ออกมามากขึ้น ทำให้ผิวเริ่มมีความกระชับ เรียบเนียน ชุ่มชื้นมากขึ้น โดยพบว่า ปริมาณคอลลาเจนในชั้นผิวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากฉีด Juvelook เพียง 6 เดือน ให้ผิวมีความแน่นฟูและแข็งแรงยิ่งขึ้น

ตัว PDLLA ก็ยังมีความเข้ากันได้ทางชีวภาพต่อร่างกายมนุษย์ (Biocompatibility) ไม่ต่างกับ PLLA ของ Sculptra และได้รับการรับรองโดย FDA เพื่อจุดประสงค์ด้านความงาม เราจึงมั่นใจได้ว่า Juvelook เป็นวิธีการกระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิวที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

การฉีดกระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิวด้วย Juvelook ควรทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ครั้ง เว้นระยะห่างครั้งละประมาณ 1 เดือน และสามารถฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ได้ทุก ๆ 6-12 เดือน

4. Profhilo (Non-Crosslinked HA)

Profhilo คือ ไฮยาลูรอนิก แอซิดที่มีความบริสุทธิ์สูง ผลิตด้วยเทคโนโลยี NAHYCO และถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนโดยเฉพาะโดยมีโมเลกุลที่ไม่เชื่อมต่อกัน (Non-crosslinked) ซึ่งทำให้เนื้อเหลว ไม่ขึ้นรูปเหมือนฟิลเลอร์ มีความเสถียร และทำงานกับเซลล์ผิวได้นานขึ้น

Profhilo โดดเด่นในเรื่องการฟื้นฟูคุณภาพผิวผ่านการปรับโครงสร้างผิว (Bio-remodeling) โดยจะกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนชนิดที่ 1,3, และ 4 รวมถึงอีลาสตินในทุกชั้นผิวให้ผิวมีความกระชับ ยืดหยุ่น อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิวทางธรรมชาติ

Profhilo เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ปัญหาหลุมสิว โดยเฉพาะหลุมสิวประเภท Rolling ที่กว้างและมีขอบหลุมไม่ชัดเจน โดยพบว่าการฉีด Profhilo ควบคู่ไปกับ การตัดพังผืด (Subcision) ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจต่อผู้รักษามากกว่าถึง 2 เท่า(นับจากคะแนนความพึงพอใจของผู้ป่วยหรือ VAS score) เมื่อเทียบกับการรักษาด้วย Subcision เพียงอย่างเดียว

การฉีด Profhilo ควรทำติดต่อกันอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยเว้นระยะ 1 เดือนต่อครั้ง และผลลัพธ์มีอายุยาวนาน 6-12 เดือน โดยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วง 1-2 เดือนหลังฉีด และสามารถฉีดกระตุ้นได้ทุก ๆ 6 เดือน

4. เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน

ไม่ว่าจะเป็น Fractional CO2, Pico, หรือ Fractional RFเราสามารถสรุปสั้น ๆ ได้ว่า เลเซอร์ คือ การใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ ในการกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณหลุมสิวโดยพลังงานไม่ว่าจะเป็น แสงอินฟราเรด แสงสีเหลือง หรือคลื่นวิทยุ เมื่อถูกยิงเข้าสู่ชั้นผิวแล้วก็จะแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนมากขึ้น และยังทำให้เกิดการจัดเรียงโครงสร้างของผิว (Remodeling) ด้วย

ซึ่งเลเซอร์แต่ละตัวก็จะมีคุณสมบัติ รูปแบบของพลังงาน และความโดดเด่นเฉพาะตัวที่ต้องกันออกไป อาทิ เช่น

  • Fractional CO2ปล่อยพลังงานแสงที่ความยาวคลื่น 10,600 nm โดยใช้ก๊าซออกซิเจนเป็นตัวพาในการส่งผ่านเข้าสู่ชั้นผิว โดดเด่นในเรื่องของ Skin Resurfacing และสามารถกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อรักษาหลุมสิวที่ลึกได้ดี อีกทั้งยังแก้ไขปัญหาผิว อย่าง สิวข้าวสาร สิวอุดตัน และริ้วรอยเล็ก ๆ ด้วย
  • Fractional RFใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency, RF) ในการกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณหลุมสิว และใช้เทคนิค Microneedling หรือเข็มขนาดเล็กในการกระจายคลื่นวิทยุ และช่วยกระตุ้นกระบวนการสมานแผล
  • Venus Viva MD เป็นเลเซอร์ RF กระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิวตัวหนึ่งที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี NanoFractionalRadiofrequency ซึ่งส่งผ่านคลื่นเข้าสู่ชั้นผิวด้วยหัว pin ขนาดจิ๋ว (300 นาโนเมตร) ทำให้คลื่นวิทยุสามารถเข้าถึงชั้นผิวได้ลึกและกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ และ SmartScanซึ่งทำให้เราสามารถปรับโหมดของการปล่อยคลื่นให้เหมาะสมกับสภาพผิวมากขึ้น

เลเซอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีกระตุ้นคอลลาเจนหลุมสิวที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพทำได้ง่าย และมีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรทำติดต่อกันอย่างน้อย 3-4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 4-6 สัปดาห์ ทั้งนี้จำนวนครั้งก็ขึ้นอยู่กับประเภทของเลเซอร์ สภาพผิว และการประเมินผลของแพทย์ด้วย

EY Clinic คือ คลินิกที่เชี่ยวชาญด้านสิว และ หลุมสิว

หากคุณกำลังมองหาคอร์สการรักษาหลุมสิวที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ให้ EY Clinic เป็นผู้ดูแล โดยเรา คือ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์รวมกันมากกว่า 30 ปี นำทีมโดย

  • หมอผึ้ง (พญ.พัจนภา เวชอนุรักษ์) แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง สถาบันโรคผิวหนัง Board of Dermatology and Dermatosurgery, แพทยศาสตรบัณฑิตโรงพยาบาลรามาธิบดี [ว36829 และ วว29297]

ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยดูแลให้ผิวของคุณมีสุขภาพดี มอบความความมั่นใจให้ผิวหน้าในแบบที่คุณต้องการ

นัดปรึกษาปัญหาผิวที่ EY Clinic วันนี้!

ติดต่อเราได้ที่ 093-414-6719 หรือแอดไลน์@EYClinicTH

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.eyclinic.com/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...