โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2568

efinanceThai

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 01.31 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2568

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 มิ.ย. 68 8:31: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 65.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 71 เซนต์ หรือ 1.1%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 67.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 57 เซนต์ หรือ 0.9%

ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ในวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในกรุงลอนดอน โดยหวังว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและความต้องการเชื้อเพลิงได้

*** ผลผลิตน้ำมันของโอเปก ขยายตัวเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค. แม้จะเพิ่มขึ้นในกรอบจำกัด เนื่องจากกำลังการผลิตน้ำมันของอิรักที่ต่ำกว่าเป้าหมาย เพื่อชดเชยการผลิตที่ล้นเกินก่อนหน้านี้ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่มปริมาณการผลิตน้อยกว่าโควตา โดยผลการสำรวจเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ผลิตน้ำมันอยู่ที่ 26.75 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 150,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนเม.ย. โดยซาอุดีอาระเบียมีการผลิตเพิ่มขึ้นมากที่สุด

กลุ่มโอเปกพลัส ซึ่งประกอบด้วยโอเปกและพันธมิตร รวมถึงรัสเซียกำลังเร่งทยอยยกเลิกมาตรการปรับลดกำลังการผลิต ในขณะเดียวกัน สมาชิกบางประเทศต้องลดการผลิตเพิ่มเติมเพื่อชดเชยการผลิตส่วนเกินก่อนหน้านี้ ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วจะช่วยจำกัดผลกระทบจากการเพิ่มปริมาณการผลิต

*** เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯและจีน จะดำเนินต่อไปในวันนี้ (10 มิ.ย.) ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามลดความตึงเครียดเรื่องการส่งออกเทคโนโลยีและแร่หายาก โดยการเจรจาในวันแรก ใช้ระยะเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งตัวแทนจากทั้ง 2 ชาติ เจรจาสิ้นสุดลงประมาณ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ปรึกษาทั้ง 2 ฝ่ายจะกลับมาพบกันอีกครั้งในวันนี้ เวลา 10.00 น. ที่กรุงลอนดอน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่ทำเนียบขาวว่า เรากำลังไปได้ดีกับจีน แม้จีนจะไม่ใช่คู่เจรจาที่ง่าย แต่ผมก็ได้รับรายงานที่ดี

*** กองบัญชาการภาคเหนือสหรัฐฯ (US Northern Command) ออกแถลงการณ์ว่า จะส่งทหารนาวิกโยธินประจำการ 700 นาย จากกองพลที่ 1 กรมทหารที่ 7 กองพันที่ 2 เข้าสนับสนุนกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ในการควบคุมเหตุประท้วงในนครลอสแองเจลิส ซึ่งถือเป็นการยกระดับการตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่รัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่า ไม่จำเป็น โดยทหารนาวิกโยธินถูกเตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเสริมกำลังกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ

การส่งกำลังเสริมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ Task Force 51 มีกำลังพลเพียงพอสำหรับปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนหน่วยงานหลักของรัฐบาลกลาง

*** จีนแสดงท่าทีผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการส่งออกแร่หายากให้กับบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ และยุโรป หลังจากที่กลุ่มอุตสาหกรรมออกมาเตือนถึงความเสี่ยงด้านการผลิตจากการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์จีน ประกาศว่าพร้อมจัดตั้ง ช่องทางด่วน (green channel) สำหรับบริษัทในสหภาพยุโรปที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เพื่อเร่งกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตส่งออกแร่หายาก

โฆษกกระทรวงฯ ระบุว่า หวัง เหวินเทา รัฐมนตรีพาณิชย์ของจีน หวังว่าสหภาพยุโรปจะดำเนินการตามขั้นตอนต่างตอบแทน และนำมาตรการต่าง ๆ มาใช้ เพื่อส่งเสริมการค้าผลิตภัณฑ์ไฮเทคที่สอดคล้องกับจีนอย่างเป็นธรรม ซึ่งความคืบหน้านี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาระหว่าง หวัง เหวินเทา พบกับ มาโรช เชฟโควิช กรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป ที่กรุงปารีส เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

*** Luckin Coffee เครือข่ายร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของจีน ได้ขยายกิจการเชิงรุกในจีนและแซงหน้าสตาร์บัคส์โดยมีสาขาเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในแผ่นดินใหญ่

หลังเกิดเรื่องอื้อฉาวการทุจริตทางบัญชีที่ทำให้บริษัทถูกถอดจากตลาดหุ้นแนสแดคในปี 2020 แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความทะเยอทะยานของ Luckin ในสหรัฐฯ ลดลง หลังขยายธุรกิจไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย และ Luckin พร้อมที่จะก้าวกระโดดครั้งใหญ่ โดยมีแผนเปิดสาขาในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก

*** Shein ยักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชันสัญชาติจีน กำลังเตรียมขยายฐานการผลิตในอินเดียร่วมกับ Reliance Retail คู่ค้าชาวอินเดีย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ท่ามกลางสงครามการค้าที่ยังคงดำเนินระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยทั้ง 2 บริษัทเตรียมเพิ่มฐานการผลิตในอินเดีย และจะเริ่มส่งเสื้อผ้า Shein ที่ผลิตในอินเดียออกขายต่างประเทศ ภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า โดยมีแผนเพิ่มจำนวนซัพพลายเออร์อินเดียจาก 150 ราย เป็น 1,000 ราย ภายใน 1 ปี

*** สื่อรัฐบาลจีนรายงานว่า เหริน เจิ้งเฟย์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ระบุว่าสหรัฐฯ พูดเกินจริง เกี่ยวกับขีดความสามารถของชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) Ascend ของบริษัท โดยบทความใน People's Daily เหรินเปิดเผยว่าหัวเว่ยใช้ระบบ กลุ่มคอมพิวเตอร์มาช่วยเสริมการทำงานของชิปเดี่ยว โดยชี้แจงว่าเทคโนโลยีของหัวเว่ยเน้นการประมวลผลแบบรวมกลุ่ม (group computing) แทนการพึ่งพาชิปตัวเดียว

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติเมื่อเดือนที่แล้ว โดยได้เตือนบริษัทต่าง ๆ ว่าการใช้ชิป Ascend ของหัวเว่ย อาจละเมิดกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ โดยชิป Ascend เป็นซีรีส์เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงที่สุดของหัวเว่ย ซึ่งมีฐานการผลิตในเซินเจิ้น

*** กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก Norges Bank Investment Management ของนอร์เวย์ เตรียมเสนอต่อสหภาพยุโรปในสัปดาห์นี้ว่า กฎระเบียบที่ดีขึ้นและเรียบง่ายกว่า คือปัจจัยสำคัญในการปฏิรูปตลาดการเงินที่ยุโรปต้องการอย่างเร่งด่วน

โดยกองทุนซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในตลาดทุน EU ระบุว่า ตลาดยุโรปเริ่มล้าหลังในด้านพลวัตทางธุรกิจและการสร้างโอกาสการลงทุนใหม่สำหรับนักลงทุนสถาบัน ซึ่งจดหมายฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรึกษาหารือของ EU เกี่ยวกับการจัดตั้งกรอบ Saving and Investments Union เพื่อปรับปรุงระบบการเงินของกลุ่ม

*** บริษัทแอปเปิล เปิดตัวการออกแบบซอฟต์แวร์ใหม่ครั้งสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสอดคล้องและเพิ่มประโยชน์ให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ของบริษัท แม้การอัปเกรดแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างก็ตาม โดยอินเทอร์เฟซใหม่นี้ มีชื่อว่า Liquid Glass ถูกเปิดตัวในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ประจำปีของแอปเปิล โดยใช้เมนูแบบโปร่งแสงและดีไซน์ที่ดูเหมือนกระจก เพื่อเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้ซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ทั้งหมดของแอปเปิล ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, Mac, แพลตฟอร์ม TV, นาฬิกาอัจฉริยะ และแว่น Vision Pro

โดยการเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับการเปิดตัว iOS 26, watchOS 26 และ visionOS 26 ซึ่งถูกเปลี่ยนมาใช้ชื่อปีแทนหมายเลขเวอร์ชัน เพื่อเน้นถึงการมาถึงของยุคใหม่ นอกจากนี้ แอปเปิลยังปรับปรุงซอฟต์แวร์สำหรับ iPad ให้ใช้งานคล้ายกับ Mac มากขึ้น ตามความต้องการของผู้ใช้งานที่รอคอยมานาน

*** บริษัท Warner Bros. Discovery Inc. ประกาศแผนการแยกธุรกิจออกเป็น 2 ส่วน โดยจะแยกธุรกิจสตรีมมิ่งที่เติบโตเร็วออกจากธุรกิจสื่อแบบดั้งเดิมที่กำลังเผชิญความท้าทาย ออกเป็นสองบริษัทที่สามารถทำข้อตกลงทางธุรกิจได้อย่างอิสระ โดยโครงสร้างใหม่หลังการแบ่งธุรกิจครั้งนี้คือ Global Networks ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจบันเทิง กีฬา และเครือข่ายเคเบิลทีวีมากมาย เช่น CNN, TNT และ TBS โดยกันนาร์ วีเดนเฟลส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของบริษัท จะถือหุ้น 20% ในอีกบริษัทหนึ่ง (Streaming and Studios) ขณะที่ Streaming and Studios ประกอบด้วยธุรกิจสตรีมมิ่งและสตูดิโอผลิตเนื้อหา นำโดย เดวิด แซสลาฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ซึ่งบริษัท Global Networks จะใช้รายได้จากส่วนนี้เพื่อลดหนี้

*** หุ้น Tesla Inc. ถูกปรับลดระดับการลงทุนจากสถาบันวิจัย 2 แห่ง ได้แก่ Argus Research และ Baird ซึ่งสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นในวอลล์สตรีทต่อแนวโน้มของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้ หลังเกิดกรณีพิพาทระหว่าง อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยทั้ง 2 สถาบันวิจัย ปรับลดระดับหุ้นเทสลาเป็น ถือ (Hold) ทำให้เทสลายืนตำแหน่ง หุ้นเมกะแคปที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุดในหมู่นักวิเคราะห์

*** เจนเซ่น หวง ซีอีโอ Nvidia กล่าวชื่นชมสหราชอาณาจักร พร้อมประกาศเพิ่มการลงทุนในภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศ โดยระบุว่าสหราชอาณาจักรมีความ พอดีพอเหมาะ สำหรับการพัฒนา AI โดยเจนเซ่น หวงกล่าวว่า คุณไม่สามารถทำ machine learning ได้โดยไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นความสามารถในการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่นี่จะดึงดูดสตาร์ทอัพมากขึ้นไปโดยปริยาย พร้อมย้ำว่า สหราชอาณาจักรเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการลงทุน และประกาศอย่างชัดเจนว่า ผมจะลงทุนที่นี่

*** บริษัท OpenAI บรรลุเป้าหมายรายได้ประจำปีแบบ Recurring (ARR) ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเวลาไม่ถึง 3 ปีหลังเปิดตัว ChatGPT แชทบอทอัจฉริยะที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยรายละเอียดตัวเลขรายได้ประกอบด้วยรายได้จากผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป, ผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจ และ API (ไม่รวมรายได้จากสัญญาอนุญาตกับ Microsoft และดีลขนาดใหญ่แบบครั้งเดียว)

ในปีที่แล้ว OpenAI มีรายได้ ARR ประมาณ 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม แม้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่บริษัทยังขาดทุนถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ OpenAI ได้ตั้งเป้ารายได้ 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2029

*** Qualcomm บริษัทผู้ผลิตชิปสัญชาติอเมริกัน ตกลงเข้าซื้อกิจการ Alphawave บริษัทเซมิคอนดักเตอร์จากอังกฤษ ด้วยมูลค่าประมาณ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายฐานสู่ตลาด Data Center สำหรับ AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หุ้น Alphawave พุ่งสูงกว่า 22% โดย Alphawave เป็นบริษัทออกแบบเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ Data Center ล่าสุด ในบรรดาบริษัทอังกฤษที่ถูกกว้านซื้อโดยผู้ซื้อจากสหรัฐฯ ที่อาศัยโอกาสจากภาวะตลาดที่ Valuation ต่ำและการเติบโตชะลอตัว

การเข้าซื้อครั้งนี้ช่วยให้ Qualcomm ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปสมาร์ทโฟนรายใหญ่ ลดการพึ่งพาตลาดเดิม และกระจายความเสี่ยงสู่ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีศักยภาพ

*** บริษัท WPP Media เปิดเผยว่า คาดการณ์รายได้โฆษณาทั่วโลกในปีนี้จะเติบโต 6% ซึ่งลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 7.7% เนื่องจากความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยนักโฆษณากำลังชะลอการตัดสินใจในแผนการตลาดใหม่ เนื่องจากนโยบายที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกำลังเร่งให้เกิดการนำเครื่องมือ AI มาใช้ในการผลิตโฆษณาและการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

การใช้จ่ายโฆษณาดิจิทัลของบริษัทต่าง ๆ เป็นแหล่งรายได้หลักให้กับ Google (บริษัทในเครือ Alphabet), Meta (Facebook, Instagram), Pinterest, Reddit และ Snap ซึ่ง Wall Street Journal รายงานว่า Meta ตั้งเป้าให้แบรนด์สามารถสร้างและกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณาด้วยเครื่องมือ AI ของบริษัทได้เต็มรูปแบบ ภายในสิ้นปี 2026

ขณะที่บริษัทวิจัย Emarketer เตือนว่า บริษัทที่ยังพึ่งพาโฆษณาแบบเดิม (ใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหา) อาจสูญเสียรายได้ เนื่องจากโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...