โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บัณฑิตจบใหม่เสี่ยงไร้งานทำ! พบผู้บริหารเกือบ 90% มีแนวโน้มเลี่ยงจ้าง ‘สภาพัฒน์’ เผย อัตราว่างงาน กลุ่มอายุน้อย ‘นำลิ่ว’

THE STANDARD

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 11.19 น. • thestandard.co
บัณฑิตจบใหม่เสี่ยงไร้งานทำ! พบผู้บริหารเกือบ 90% มีแนวโน้มเลี่ยงจ้าง ‘สภาพัฒน์’ เผย อัตราว่างงาน กลุ่มอายุน้อย ‘นำลิ่ว’

‘สภาพัฒน์’ เผยพบ อัตราว่างงาน ระยะยาวของผู้มีอายุ 20-24 ปี ‘สูงลิ่วนำกลุ่มอายุอื่นๆ’ ห่วงแนวโน้มบัณฑิตจบใหม่อาจเสี่ยงต่อการตกงานมากขึ้น สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า ผู้บริหารเกือบ 90% เลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ ด้านเว็บไซต์หางานในไทยเปิดรับสมัครตำแหน่งงานที่ ‘ไม่ต้องการประสบการณ์’ เพียง 22.3% เท่านั้น

ในรายงานภาวะสังคมไทย ประจำไตรมาส 1 ปี 2568 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ ‘สภาพัฒน์’ ระบุว่า แรงงานกลุ่มผู้มีอายุน้อย และแรงงานที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษามีอัตราว่างงาน ‘สูงที่สุด’ เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

โดยกลุ่มที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษายังคงมีอัตราการว่างงานสูงที่สุดที่ 1.84% เทียบกับอัตราการว่างงานโดยรวมที่ 0.88% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568

ส่อง อัตราการว่างงาน แยกตามระดับการศึกษาสูงสุดในไตรมาส 1 ปี 2568

  • ประถมและต่ำกว่า ว่างงานจำนวน 5.62 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 0.37%)
  • มัธยมต้น ว่างงานจำนวน 5.60 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 0.76%)
  • มัธยมปลาย ว่างงานจำนวน 6.15 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 0.94%)
  • อาชีวศึกษา ว่างงานจำนวน 2.08 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 1.28%)
  • วิชาชีพขั้นสูง ว่างงานจำนวน 3.18 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 1.31%)
  • อุดมศึกษา ว่างงานจำนวน 1.316 แสนคน (อัตราว่างงาน 1.84%)

นอกจากนี้ ผู้ว่างงานระยะยาว (ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป) ส่วนใหญ่ (69.8%) อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี และเมื่อพิจารณาประสบการณ์การทำงานพบว่า 74.3% ของผู้ว่างงานระยะยาว ไม่เคยทำงานมาก่อน โดยผู้ว่างงานกลุ่มนี้ระบุสาเหตุเนื่องจากหางานไม่ได้

ส่องสถานการณ์ผู้ว่างงานระยะยาว แยกตามกลุ่มอายุในไตรมาส 1 ปี 2568

  • อายุ 15-19 ปี: จำนวน 3,703 คน (อัตราว่างงาน 0.75%)
  • อายุ 20-24 ปี: จำนวน 30,052 คน (อัตราว่างงาน 0.94%)
  • อายุ 25-29 ปี: จำนวน 17,559 คน (อัตราว่างงาน 0.38%)
  • อายุ 30-34 ปี: จำนวน 7,746 คน (อัตราว่างงาน 0.17%)
  • อายุ 35-39 ปี: จำนวน 3,278 คน (อัตราว่างงาน 0.08%)
  • อายุ 40-49 ปี: จำนวน 4,664 คน (อัตราว่างงาน 0.05%)
  • อายุ 50-59 ปี: จำนวน 1,130 คน (อัตราว่างงาน 0.05%)
  • อายุ 60 ปีขึ้นไป: จำนวน 97 คน (อัตราว่างงาน 0.00%)

ผู้บริหารเกือบ 90% มีแนวโน้มเลี่ยงจ้าง ‘บัณฑิตจบใหม่’ 63.1% ต้องการคนมีประสบการณ์

นอกจากนี้ รายงานยังห่วงว่าบัณฑิตจบใหม่อาจเสี่ยงต่อการตกงานมากขึ้น หลังมีผลการสำรวจผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลในสหรัฐอเมริกา ของ Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence พบว่า ผู้บริหารกว่า 89% มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ ซึ่งมากกว่าครึ่งมองว่าเด็กจบใหม่ยังขาดประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง

  • ผู้บริหาร 60% มองว่า บัณฑิตจบใหม่ไม่มีทักษะที่เหมาะสม
  • ผู้บริหาร 51% มองว่า บัณฑิตจบใหม่ขาดทักษะการทำงานเป็นทีม
  • ผู้บริหาร 55% มองว่า บัณฑิตจบใหม่ยังมีมารยาททางธุรกิจที่ไม่ดีนัก
  • ผู้บริหาร 50% เลือกที่จะจ้างฟรีแลนซ์หรือพนักงานที่เกษียณไปแล้วทดแทน หรือปล่อยให้ตำแหน่งว่าง

สอดคล้องกับมุมมองของผู้ประกอบการไทย จากข้อมูลการวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานออนไลน์ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่พบว่า มีตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเพียง 22.3% ที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงาน

ส่องตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร แยกตามความต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ

  • ไม่ต้องการประสบการณ์ จำนวน 49,366 ตำแหน่ง (22.3%)
  • ต้องการประสบการณ์ขั้นต่ำ 1-2 ปี จำนวน 84,669 ตำแหน่ง (38.3%) ของประกาศฯ ทั้งหมด
  • ต้องการประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป จำนวน 54,877 ตำแหน่ง (24.8%) ไม่ระบุความต้องการประสบการณ์ จำนวน 32,427 ตำแหน่ง (14.7%)

“จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า แม้จะมีตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงาน 49,366 ตำแหน่ง (22.3%) แต่ตำแหน่งงานส่วนใหญ่ในประกาศรับสมัครออนไลน์ก็ยังต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทำงาน โดยมีตำแหน่งงานที่ต้องการประสบการณ์ทำงานถึง 139,546 ตำแหน่ง (63.1%) ซึ่งสะท้อนว่าตำแหน่งงานส่วนใหญ่ต้องการผู้สมัครที่มีความรู้ ทักษะ และความเข้าใจในการทำงานจริง” TDRI ระบุ

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าว TDRI ทำการรวบรวมประกาศรับสมัครงานออนไลน์จาก 23 เว็บไซต์รับสมัครงานในไตรมาส 4 ปี 2567 (1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม)

เปิด ‘คำแนะนำ’ ถึงบัณฑิตจบใหม่

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ตั้งข้อสังเกตว่า บัณฑิตจบใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มักมีแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) หรืออยากเป็นผู้ประกอบการเอง

อย่างไรก็ตาม ดนุชาแนะว่า สำหรับกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ที่ต้องการเข้าไปสู่ระบบการจ้างงานต้องเข้าใจว่า การทำงานจริงต้องเป็นการทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้น Work-Life Balance ในช่วงต้นๆ ของการทำงานอาจจะไม่เกิดขึ้น และบัณฑิตจบใหม่ต้องเข้าใจ

“อาจจะต้อง Work ไปก่อน แล้วค่อยไปดู Balance ทีหลัง” ดนุชากล่าว

ดนุชากล่าวอีกว่า ทักษะการทำงานเป็นทีม และมารยาททางธุรกิจที่ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารก็เป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่ในแง่ของความสามารถเป็นเรื่องจำเป็นและเป็นคุณสมบัติอยู่แล้ว

นอกจากนี้ “การคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนางานที่ตัวเองทำอยู่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพื่อให้หางานได้ง่ายขึ้นและมีความก้าวหน้าในการทำงานมากขึ้น รวมไปถึงควรมีความยืดหยุ่นในการทำงาน ในกรณีที่มีงานเร่งก็ต้องช่วยกันทำ เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง”

ดังนั้นเพื่อให้มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน แรงงานจบใหม่จึงควรเตรียมความพร้อมตนเองให้เหมาะสม ทั้งในด้านทักษะที่จำเป็นต่อสายงานและทัศนคติต่อโลกการทำงาน

ขณะที่ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมถึงส่งเสริมการฝึกงานเพื่อสร้างประสบการณ์ทำงานจริงให้แก่นักศึกษา

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...