โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชาวสวนเซ็งราคายางนิ่ง หลังจีนผลิตอีวีลดลง พิษค่าเงินบาทแข็ง ป่วนซ้ำฉุดแข่งขันส่งออก

Khaosod

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 07.35 น.

ชาวสวนเซ็งราคายางนิ่ง หลังจีนผลิตอีวีลดลง พิษค่าเงินบาทแข็ง ป่วนซ้ำฉุดแข่งขันส่งออก

น.ส.อธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ปี 2567 ไทยผลิตยางพาราได้ประมาณ 4.79 ล้านตัน ใช้ในประเทศประมาณ 1.2 ล้านตัน หรือประมาณ 25% ของผลผลิตยางพาราที่ผลิตได้ทั้งประเทศ ส่งออกได้ประมาณ 3.94 ล้านตัน ลดลง 2.2% จากปีก่อนหน้า ซึ่งจะเห็นได้ว่ายางพาราที่มีการใช้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีปริมาณ 5.14 ล้านตัน เกินกว่าการผลิตได้ทั้งหมด ประมาณ 3.3 แสนตัน

สำหรับปริมาณการใช้ยางพาราที่สูงกว่าการผลิต 3.3 แสนตันนั้น มากจากสต๊อกของเอกชน ที่นำออกมาใช้ในประเทศและส่งมอบในการส่งออก หลังจากเมื่อ 2-3 ปีก่อนกระแสรถยนต์ไฟฟ้า ( อีวี ) มีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถอีวีจีนส่งผลให้ปี 2567 ไทยยังส่งออกจีนเป็นอันดับ 1 ครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกที่ใหญ่สุดของไทยที่สัดส่วน 54.77 % ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด

ส่วนปี 2568 รถอีวีเริ่มมีการชะลอตัวโดยเฉพาะผู้ผลิตใหญ่อย่างจีน ผู้ผลิตรถอีวีที่เหลืออยู่มีเพียงรายใหญ่ๆ รายเล็กรายน้อยก็ล้มหายตายจากไป ส่งผลให้แม้สต๊อกยางพาราในประเทศและทั่วโลกจะลดลง แต่ราคายางพาราไม่ปรับเพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้ภาพรวมรถอีวีเพิ่มมีการชะลอการผลิต ความต้องการใช้ยางพารา ไปเป็นล้อยางรถอีวีในช่วงที่ผ่านมาลดลงเช่นกัน

“ขณะนี้เชื่อว่าสต๊อกยางทั่วโลกรวมทั้งสต๊อกยางไทย ซึ่งจะเป็นสต๊อกยางพาราของเอกชนลดลง ทำให้ช่วงปิดกรีดที่มีฝนตกหนักประมาณ มี.ค.-พ.ค.เอกชนจะนำสต๊อกยางพาราออกมาใช้ ส่งผลให้ปริมาณการใช้ยางมากกว่า การผลิตในประเทศ”

น.ส.อธิวีณ์ กล่าวว่า จากความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก ตลอดจนความผันผวนด้านอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนต่อราคายางพารา ล่าสุดค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.7 ต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการแข่งค่าที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ของยางพาราไทยในตลาดส่งออกหลัก อย่าง จีน สหภาพยุโรป ( อียู ) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และ มาเลเซีย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ยางพาราไทยยังมีความพร้อม ในการรองรับการประกาศใช้กฎระเบียบว่าด้วยการไม่ตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) หากมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ถือเป็นกฏระเบียบที่หากประกาศใช้จะสามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ยางพาราไทย

นอกจากนี้ไทยยังใช้นโยบายเลื่อนกรีดยางพาราเพื่อลดปริมาณยางในระบบซึ่งความต้องการที่เท่าเดิมจะทำให้ราคายางพารามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลก

สถานการณ์ราคายางพารา ย้อนหลังไป 2 ปี คือปี 2566-2568 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาเคยสูงสุด 94.44 บาท/กิโลกรัม (ก.ก.) ราคาต่ำสุด 45.11บาท/ก.ก. และ ณ วันที่ 6 มิ.ย. 2568 ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาอยู่ที่ 65.90 บาท/ก.ก.

น้ำยางสดราคาเคยสูงสุด 82.64 บาท/ ก.ก. ราคาต่ำสุด 40 บาท/ก.ก. และณ วันที่ 6 มิ.ย. 2568 ราคาอยู่ที่ 56 บาท/ก.ก. ยางก้อนถ้วย ราคาเคยสูงสุด67.94 บาท/ ก.ก. ราคาต่ำสุด 36.50 บาท/ก.ก. และณ วันที่ 6 มิ.ย. 2568 ราคาอยู่ที่ 61.70 บาท/ก.ก.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวสวนเซ็งราคายางนิ่ง หลังจีนผลิตอีวีลดลง พิษค่าเงินบาทแข็ง ป่วนซ้ำฉุดแข่งขันส่งออก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...