โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

`สกิน ลาบอราทอรี่(SKIN)` โรดโชว์กทม.ส่งท้าย ก่อนลุยขายไอพีโอ 44 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai

efinanceThai

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 06.18 น.

สกิน ลาบอราทอรี่(SKIN) โรดโชว์กทม.ส่งท้าย ก่อนลุยขายไอพีโอ 44 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มิ.ย. 68 13:18 น.

"สกิน ลาบอราทอรี่ (SKIN)" เผยนักลงทุนให้ความสนใจ หลังเดินสายโรดโชว์ 8 จังหวัด กระแสตอบรับดี จากศักยภาพธุรกิจและผลิตภัณฑ์คุณภาพ ก่อนเปิดขายไอพีโอ 44 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai

นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทโปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน บริษัท สกินลาบอราทอรี่ จํากัด (มหาชน) หรือ SKIN เปิดเผยว่า จากการเดินสายโรดโชว์ 8 จังหวัด คือ ชลบุรี , นครสวรรค์ , นครราชสีมา , ขอนแก่น , เชียงใหม่ , สุราษฎร์ธานี , สงขลา อำเภอหาดใหญ่ และ กรุงเทพมหานคร ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนในทุกจังหวัด เนื่องจากศักยภาพและผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ

และ ภาพรวมอุตสาหกรรมด้านผลิตภัณฑ์ความงามในประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากความนิยมการเลือกใช้แบรนด์ไทยที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับแบรนด์นานาชาติ จึงมั่นใจว่า SKIN จะเป็นบริษัทที่มีโอกาสเติบโตสูง

ปัจจุบัน SKIN มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 72,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 144,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และ มีทุนชำระแล้ว 50,000,000 บาท เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 44 ล้านหุ้น คิดเป็น 30.55% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออก และ จำหน่ายแล้วของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ และ จะนำหุ้นสามัญทั้งหมดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค

นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SKIN เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้พัฒนาจ้างผลิต และ จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ไทยที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แบรนด์ Skinsista (สกินซิสต้า) และ Dermie (เดอร์มี่) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่มีปัญหาผิว เช่น สิว ริ้วรอย ผิวแพ้ง่าย และ มีช่องทางจำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับกลุ่มลูกค้า

นอกจากนี้ ยังมีแผนมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ และ ครอบคลุมปัญหาผิวมากขึ้น โดยคำนึงถึงคุณภาพรวมถึงตั้งเป้าขยายช่องทางการจำหน่ายในทุกช่องทางเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย

สำหรับผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมในปี 2565 – 2567 อยู่ที่ 282.7 ล้านบาท 272.79 ล้านบาท และ 230.53 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 10.78 ล้านบาท 16.79 ล้านบาท และ 10.67 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งรายได้ที่ลดลงในปี 2567 โดยหลักมาจากการดำเนินงานที่เน้นเพิ่มฐานลูกค้ารายใหม่ๆที่เป็นรูปแบบขายขาดมากขึ้น ซึ่งการรับรู้รายได้จากการฝากขายจะรับรู้ตามมูลค่าที่ผู้รับฝากขายได้จำหน่ายให้แก่ลูกค้า (Retail Price ตามป้ายราคา)

ในขณะที่รายได้จากการขายขาดจะรับรู้ตามมูลค่าที่ได้รับ หรือ คาดว่าจะได้รับสำหรับสินค้าที่ได้ส่งมอบหลังจากหักการรับคืน และ ส่วนลดโดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (Net Price) รวมถึงกำไรในปี 2567 ที่ดูเหมือนลดลง ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time expense) สำหรับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ นำเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก

"แผนงานในปีนี้ เน้นขยายธุรกิจสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพิ่มช่อทางการจัดจำหน่ายผ่าน Beauty Store และ ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ตลอดจนปรับภาพลักษณ์ และ พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Dermie ส่วนปี 69 จะพัฒสนาสินค้าในรูปแบบของ Sachet ภายใต้แบรนด์ Dermie และ เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใน Collaboration Project และ ปี 70 ขยายธุรกิจสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และ ขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ครอบคลุมมากขึ้น"นายชาญวิทย์ กล่าว

รายงาน โดย กรณัช พลอยสวาท เรียบเรียง โดย กรณัช พลอยสวาท
อีเมล์. koranat@efinancethai.comอนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...