โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รวบ 4 หนุ่มต่างชาติ ก่อเหตุปล้นในญี่ปุ่นโดยใช้ผงแกงกะหรี่

Khaosod

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น.

ชายชาวอินเดียและเนปาล 4 ราย ใช้ผงแกงกะหรี่ปาใส่หน้าชาวญี่ปุ่น หวังใช้ทีเผลอ ชิงเงินสดในกระเป๋านับล้านบาท แต่พลาดท่า ทำไม่สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข่าวการจับกุมชายสัญชาติอินเดียและเนปาล 4 ราย ถูกจับกุมในประเทศญี่ปุ่น ในเมืองโยชิกาวะ จังหวัดไซตามะ พยายามปล้นกระเป๋าเอกสารของชายชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี โดยใช้อาวุธที่ไม่เหมือนใคร

กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ใช้ผงเครื่องเทศแกงกะหรี่ปาใส่ใบหน้าและตาของเหยื่อ เพื่อพยายามทำให้เขาตาพร่ามัวและไม่สามารถต่อสู้กลับได้ อย่างไรก็ตาม เหยื่อสามารถขัดขืนต่อสู้และตะโกนขอความช่วยเหลือได้ทัน ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะล้มเลิกความพยายามและหลบหนีไป ผู้เสียหายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และได้รับการรักษาอาการอักเสบที่เยื่อบุตา

ตำรวจสามารถใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดในการระบุตัวผู้ต้องหาและควบคุมตัวทั้ง 4 คนในข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามชิงทรัพย์ในเวลาต่อมา สาเหตุที่คนร้ายเลือกลงมือกลางวันแสกๆ เพราะคิดว่ามีโอกาสได้เงินก้อนใหญ่

เนื่องจากเหยื่อเป็นประธานบริษัทจัดหาพนักงานส่งไปทำงาน และหนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายชาวอินเดียวัย 31 ปี เคยเป็นลูกจ้างของบริษัทดังกล่าว คาดว่าน่าจะรู้ข้อมูลภายในว่า ในวันเกิดเหตุ ประธานบริษัทจะเดินทางมาโยชิกาวะเพื่อจ่ายเงินเดือนเป็นเงินสดให้กับพนักงาน รายงานระบุว่า ในกระเป๋าที่พวกเขาหวังจะปล้น มีเงินสดอยู่ประมาณ 7.8 ล้านเยน (ราว 1.8 ล้านบาท)

ที่มา: japantoday

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบ 4 หนุ่มต่างชาติ ก่อเหตุปล้นในญี่ปุ่นโดยใช้ผงแกงกะหรี่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...