โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมช.นัดถกด่วนวันนี้ ประเมินผลกระทบกัมพูชาหยุดซื้อไฟ-เน็ต

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 17.13 น.
สภาความมั่นคงแห่งชาติ เรียกประชุมฉุกเฉิน 16 มิ.ย. ประเมินผลกระทบกรณีกัมพูชาหยุดซื้อไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตจากไทย พร้อมวางแผนรับมือทุกมิติ

สมช.เรียกประชุมฉุกเฉินวันนี้ รับมือกัมพูชาหยุดซื้อไฟฟ้า-อินเทอร์เน็ตจากไทย

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกหนังสือด่วนที่สุดนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวลา 14.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือกรณีรัฐบาลกัมพูชา ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ประกาศยุติการซื้อกระแสไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย พร้อมกับย้ำจัดหาแหล่งพลังงานและบริการด้วยตนเองในอนาคต

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อประเมินสถานการณ์ วางแผนรับมือ และวิเคราะห์ผลกระทบในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภาคส่งออกพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจโทรคมนาคมของไทยที่เคยมีบทบาทในตลาดกัมพูชา

วัตถุประสงค์หลักของการประชุมวันนี้

สมช. ได้กำหนดวาระสำคัญในการประชุม ได้แก่

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินขอบเขตการส่งออกไฟฟ้าและบริการอินเทอร์เน็ตที่ไทยเคยให้กับกัมพูชา
  • วิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรง เช่น รายได้ของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง
  • พิจารณาผลกระทบทางความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • เสนอแนวทางทางกฎหมาย กำหนดท่าทีไทยในการดำเนินความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีต่อไป
  • วางแผนเชิงนโยบายทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้ให้เหตุผลว่า มาตรการหยุดซื้อไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตจากไทย เกิดจากกระแสในโซเชียลมีเดียไทยที่เรียกร้องให้ไทย “ตัดไฟ-ตัดเน็ต” กับกัมพูชา โดยมองว่าเป็นภัยคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่ม เพื่อป้องกันความสัมพันธ์ที่อาจยิ่งตึงเครียด กัมพูชาจึงเลือกที่จะพึ่งตนเองแทนที่จะรอให้ไทยเป็นฝ่ายตัดบริการ

นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชายังประกาศงดออกอากาศภาพยนตร์ไทยในประเทศ เป็นอีกหนึ่งมาตรการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ที่อาจมีผลต่ออุตสาหกรรมบันเทิงของไทย

ไทยต้องเตรียมความพร้อมทุกด้าน

สมช. มองว่า แม้มาตรการดังกล่าวอาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง แต่ประเด็นหลักอยู่ที่การรักษาเสถียรภาพด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายมีความตึงเครียดเรื่องชายแดนและการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)

การประชุมในวันนี้จึงไม่เพียงเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นในการวางกรอบนโยบายเพื่อจัดการความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในบริบทใหม่ ที่อาจต้องพึ่งพาแนวทาง “ลดความเสี่ยง” มากกว่า “พึ่งพิง” เช่นในอดีต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...