โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม Google จ่าย 3.2 พันล้าน แลกหุ้นใน Gentle Monster? เมื่อแว่นตาอัจฉริยะ ต้องไม่ใช่แค่ “แกดเจ็ต”

Thairath Money

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.30 น.
ภาพไฮไลต์

The Korea Economic Daily รายงานว่า "Google" เซ็นข้อตกลงเตรียมลงทุนราว 145,000 ล้านวอนหรือประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้น 4% ใน "Gentle Monster" แบรนด์แว่นตาแฟชั่นชื่อดังจากเกาหลีใต้ที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการออกแบบ แว่นตาอัจฉริยะ AI ภายใต้ระบบ Android XR รุ่นใหม่ของ Google โดยล่าสุดดีลอยู่ในขั้นตอนการเจรจาขั้นสุดท้าย ตามรายงานจากแหล่งข่าวในวงการธนาคารเพื่อการลงทุนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2026 และนับเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้แว่นตา XR (Extended Reality) กลายเป็นแฟชั่นไอเท็มแห่งอนาคต ด้วยการพัฒนาแว่นตา AI ที่ไม่ได้เป็นเพียงแกดเจ็ตล้ำสมัย แต่ยังสะท้อนแนวคิดใหม่ในการหลอมรวมเทคโนโลยีเข้ากับแฟชั่นและวิถีชีวิตประจำวัน

ภายในงาน Google I/O 2025 Google ได้ประกาศความร่วมมือกับหลายแบรนด์ในการพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะที่เสริมความสามารถของ Gemini AI และเทคโนโลยี AR โดยมีพันธมิตรร่วมพัฒนาหลัก คือ Gentle Monster และ Warby Parker รวมถึง Samsung ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านฮาร์ดแวร์ แว่นตารุ่นใหม่นี้จะทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android XR ซึ่งออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์สวมใส่สายตาอัจฉริยะโดยเฉพาะ

โดยล่าสุด Google ได้ประกาศลงทุนในบริษัท 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Warby Parker แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากสหรัฐฯ มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเบื้องต้น Google ได้ลงทุนแล้ว 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต้นทุนด้านการวางตลาดของ Warby Parker และหากบริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตกลงร่วมกันไว้ Google จะลงทุนเพิ่มอีก 75 ล้านดอลลาร์ พร้อมเข้าถือหุ้นใน Warby Parker ด้วย

เดิมพันใหญ่ด้วย TrendSetter อย่าง Gentle Monster

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นการเดินหน้าอย่างจริงจังของ Google หลังจากในอดีตที่บริษัทล้มเหลวในการผลักดันโปรเจกต์“Google Glass” ในปี 2013 ที่ประสบปัญหาจากหลายปัจจัย ทั้งด้านเทคนิค ปัญหาอายุแบตเตอรี่สั้นและความร้อนสะสม ราคาสูงและดีไซน์ที่ไม่ตอบโจทย์กับผู้ใช้ จนสุดท้าย Google ต้องยุติโครงการในปี 2015

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเทคโนโลยี AR และ AI มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะเดียวกัน ฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ก็สามารถทำให้ดีไซน์ของแว่นตาอัจฉริยะบางเบาและดูดีขึ้นอย่างมาก Google กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง โดยการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ Android XR สำหรับอุปกรณ์ในยุคถัดไป พร้อมประกาศว่าจะยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้กับอุปกรณ์ประเภทแว่นและเฮดเซ็ต

“แว่นตาอัจฉริยะควรเป็นเครื่องประดับแฟชั่นที่ทำให้ผู้ใช้ลืมไปว่ากำลังสวมใส่มันอยู่” Sundar Pichaiซีอีโอของ Google กล่าวในงาน I/O Developer Conference เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า อุปกรณ์รุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมฟีเจอร์ทันสมัย เช่น ระบบนำทางและการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟีเจอร์การโต้ตอบกับผู้ช่วย AI

โดยปัจจุบัน Google ไม่ใช่ผู้เล่นรายเดียวในตลาดแว่นตาอัจฉริยะ เพราะคู่แข่งรายอื่นอย่าง Meta ที่พัฒนาแว่น XR ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นเป็นรายแรก ๆ โดยMeta จับมือกับ EssilorLuxottica ผู้ผลิตแว่นตา Ray-Ban พัฒนาแว่น Ray-Ban Meta และเปิดตัวในปี 2021 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีดีไซน์ที่สวยงาม คุ้นตา และสามารถซื้อได้ผ่านร้าน Ray-Ban ทั่วโลก โดยปัจจุบัน Meta กำลังพัฒนา Performance AI Glasses รุ่นใหม่ร่วมกับแบรนด์ Oakley และ Prada

นอกจากนี้ Apple ก็กำลังพัฒนาแว่นอัจฉริยะที่มาพร้อมชิปหน่วยความจำของตนเอง ส่วน Snap เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลอย่าง Snapchat เพิ่งประกาศแผนเปิดตัวแว่นตา Specs รุ่นใหม่ในปี 2026 เช่นเดียวกัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Google กำลังเดินตามรอยคู่แข่งเพื่อเจาะตลาดที่มากกว่ากลุ่มลูกค้าเทคโนโลยี และมีแนวโน้มจะใช้กลยุทธ์เดียวกันกับ Warby Parker โดยอาศัยความแข็งแกร่งด้านดีไซน์กรอบแว่นที่ได้รับความนิยม รวมถึงเครือข่ายร้านค้าปลีกของ Warby Parker เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยแว่นตารุ่นแรกจะเปิดตัวหลังปี 2025 และจะรองรับเทคโนโลยี AI แบบ Multimodal AI ทั้งในรุ่นที่มีค่าสายตาและไม่มีค่าสายตาอีกด้วย

ไม่ใช่แค่ “แกดเจ็ต” แต่คือ แฟชั่นแห่งอนาคต

Gentle Monster ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 โดย Kim Hankook และเติบโตขึ้นจนกลายเป็นแบรนด์สัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ เป็นผู้นำเทรนด์ด้วยดีไซน์แปลกใหม่ ท้าทายกรอบการออกแบบเดิม ๆ พร้อมทั้งจุดแข็งในการคอลแล็บกับดีไซเนอร์แบรนด์ รวมถึงคนดังและศิลปินระดับโลกเพื่อสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นและแคมเปญที่ไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ยังโดดเด่นร้านค้าแนวเอ็กซ์พีเรียนเชียลในเมืองใหญ่ทั่วโลกอย่างโซล ลอสแอนเจลิส เซี่ยงไฮ้ รวมถึงในไทย

ในปี 2024 บริษัท II Combined ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจ Gentle Monster มีรายได้รวม 789.1 พันล้านวอน หรือประมาณ 571.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 200 พันล้านวอน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงสองเท่า ขณะที่ยอดขายต่างประเทศคิดเป็น 38% ของรายได้รวม โดยปัจจุบัน Gentle Monster มีมูลค่ากิจการอยู่ที่ 3.6 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากปี 2020

การเข้ามามีส่วนร่วมของ Gentle Monster ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในตลาดแฟชั่นทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียและกลุ่ม Gen Z จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้แบรนด์เทคโนโลยียักษ์ใหญ่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่ ๆ เปิดทางให้กับแนวคิดอุปกรณ์สวมใส่ที่หลุดพ้นจากกรอบของแว่นตาไปสู่สิ่งใหม่ทั้งหมด และขณะเดียวกันดีลนี้จะกลายเป็นก้าวสำคัญของ Gentle Monster ในการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เป็นสาย Experimental Fashion และพาแบรนด์ก้าวสู่การเป็น “Luxury Tech Brand” บนเวทีโลกอย่างเต็มตัว

อ้างอิงข้อมูล Ked Global , Techcrunch

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...