โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ด่วน! ประกาศกฎอัยการศึกจันทบุรี-ตราด ปิดจุดผ่านแดน ทางบก-ทะเล

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 12.28 น.

วันที่ 25 ก.ค.68 กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด กองทัพเรือ ประกาศ เรื่องให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ ตามที่ได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลงวันที่ 19 ก.ย.2549 ให้ใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2549 ซึ่งต่อมา มีพระบรมราชโองการเลิกใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ และให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ ลงวันที่ 31 ธ.ค. 2550 นั้น

โดยที่ปรากฏว่า ประเทศกัมพูชาใช้กำลัง และอาวุธรุกรานเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตลอดแนวชายแดน จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคน เพื่อป้องกันประเทศให้พ้นจากภัยคุกคามอันมีที่มาจากภายนอกราชอาณาจักรดังกล่าว

เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ และบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่เพิ่มเติม รับสู้รบ ไทย-กัมพูชา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 176 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ 2457

จึงให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

1.จังหวัดจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอท่าใหม่ อำเภอมะขาม อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอแก่งหางแมว อำเภอนายายอาม และอำเภอเขาคิชฌกูฏ

2.จังหวัดตราด อำเภอเขาสมิง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 25 ก.ค.2568 พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ต่อมาพล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.กปช.จต.) ลงนามประกาศกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด(เฉพาะ) ที่ 1290/2568 เรื่อง การปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งทางบกและทางทะเล ตามมาตรการเสริมความเข้มแข็งในการรักษาอธิปไตยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตามที่ได้มีคำสั่งกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เรื่อง มาตรการผ่อนผันจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนหน้านี้ และในห้วงเวลาปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นภัยคุกคามและเสถียรภาพบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศ

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ประเมินสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่รับผิดชอบแล้ว เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย รักษาอธิปไตยของชาติ และเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งต้องอาศัยความพร้อมด้านการปฏิบัติการควบคุมพื้นที่

ทั้งนี้ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนและการรักษาความมั่นคงของประเทศไทย กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดจึงกำหนดให้ปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งทางบกและทางทะเลในพื้นที่ จ.จันทบุรี และพื้นที่ จ.ตราด โดยกำหนดมาตรการดังนี้

1.งดการผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะทุกประเภท

2.งดการเดินทางผ่านเข้า-ออกของประชาชน การค้าขายทุกประเภท นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย

3.งดการสัญจรทางทะเลในเขตน่านน้ำประเทศไทย (พื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.2568 เป็นต้นไป

ด้าน พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณี ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ลงนามประกาศ ใช้กฎอัยการศึกเพิ่มเติม ในจังหวัดจันทบุรีและตราด ว่า สืบเนื่องสถานการณ์ความตึงเครียดด้านชายแดนไทย-กัมพูชา ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 2 จังหวัด

ทางกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จึงใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ประกาศกฎอัยการศึกเพิ่มเติมในพื้นที่บางอำเภอ

ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนในของ จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้มีอำนาจตามกฎหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และดำเนินการบริหารจัดการกิจกรรมบางอย่าง เช่น การเตรียมพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติเช่นเดียวกับในพื้นที่ที่ประกาศกฎอัยการศึกไปก่อนหน้านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...