โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยประกาศกฎอัยการศึก! 8 อำเภอจันทบุรี–ตราด สกัดภัยคุกคามจากกัมพูชา

The Better

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 12.22 น. • THE BETTER
ประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ภาคตะวันออก 8 อำเภอจันทบุรี–ตราด อย่างเป็นทางการ หลังสถานการณ์ชายแดนตึงเครียดต่อเนื่อง รัฐบาลย้ำจำเป็นต้องใช้มาตรการสูงสุดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ประกาศกฎอัยการศึก เรื่อง ให้ใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่

ตามที่ได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ลงวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2559 ให้ใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจีกร ตั้งแต่ วันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2568 เวลา 23.05 น. ซึ่งต่อมาได้มีพระบรมราชโองการเลิกใช้กฎอัยการศึก ในบางเขตพื้นที่และให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ ลงวันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 นั้น

โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชาได้ใช้กำลังและอาวุธรุกรานเข้ามาในราชอาณาจักร์ไทยคลอดแนวขายแดน จึงมีความจำเป็นโดยมีอาจหลีกเลียงได้ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศให้พ้นจากภัยคุกคามอืนมีที่มาจากภายนอกราชอาณาจักรดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปโตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้อง ประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่เพิ่มเติม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 176 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎจัดการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่เพิ่มเติม ดังต่อในนี้

ข้อ 1 จังหวัดจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอท่าใหม่ อำเภอมะขาม อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอแก่งหางแมว อำเภอนายายอาม และอำเภอเขาคิชฌกูฏ

ข้อ 2 จังหวัดตราด อำเภอเขาสมิง
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2568

พลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด

ผบช.ภ.2 เช็กความพร้อม "ภ.จว.ตราด" เดินเครื่อง "พิทักษ์ส่วนหลัง"

ขณะที่พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เดินทางไปตำรวจภูธรจังหวัดตราด ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 ที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศกัมพูชา โดยได้ประชุมกำชับการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และอพยพประชาชน โดยให้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดให้สามารถปฏิบัติภารกิจสนับสนุนส่วนหน้าได้ทันท่วงทีเมื่อจำเป็น หรือมีการสั่งการ

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ได้ตรวจความพร้อมของกำลังพล อาวุธ ยุทโธปกรณ์ การดำรงการสื่อสาร และแผนการปฏิบัติการบัญชาการต่าง ๆ โดยเฉพาะกำลังของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กำชับให้มีความพร้อมในการสนับสนุนภารกิจของส่วนหน้าได้ทุกเมื่อ โดยย้ำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันให้มีแผนการปฏิบัติในการอพยพประชาชนที่ชัดเจน เตรียมความพร้อมในทุก ๆ สถานการณ์ อาทิ เตรียมพร้อมการเคลื่อนผู้ป่วยในสถานพยาบาล การลำเลียงทางการแพทย์ โดยให้สำรวจพื้นที่หลบภัย ศูนย์พักพิง สำรวจประชากรกลุ่มเปราะบางวางแผนการเข้าช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้สอบถามถึงการส่งกำลังบำรุง โดยทางตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติทุกนาย

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา ระวังภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ติดต่อชายแดน ให้ประสานงานหน่วยร่วมปฏิบัติ สืบสวนหาข่าวเชิงลึก เกาะติด แสดงกำลัง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เฝ้าระวังผู้ไม่ประสงค์ดี และอาชญากรที่ฉวยโอกาสก่อเหตุในสถานการณ์เช่นนี้

“ในการปฏิบัติการต่างๆ เช่น การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน ไม่ทำให้ตื่นตระหนกหรือเข้าใจผิด กรณีเกิดสถานการณ์ที่ต้องอพยพประชาชนจากบ้านเรือนให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าตำรวจพร้อมดูแล และให้ฝ่ายสอบสวนเตรียมความพร้อมด้านการสอบสวน การดำเนินคดีต่าง ๆ โดยให้ประสานงานศูนย์พิสูจน์หลักฐานตำรวจในพื้นที่ให้พร้อมปฏิบัติงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ”

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ขอให้ตำรวจลงพื้นที่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชน ชี้แจงประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ถูกต้อง ต่อต้านข่าวเท็จ ข่าวลวงที่สร้างความตื่นตกใจกระทบขวัญของประชาชน โดยย้ำว่าตำรวจภูธรภาค 2 ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน อยู่เคียงข้างดูแลประชาชน ทำหน้าที่พิทักษ์ส่วนหลังอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...