โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“The 6 Levels of Wealth”… เปิด 6 แนวคิดใน “การบริหารความมั่งคั่ง” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.20 น. • ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

Where2put Ur Money: เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสฟังแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารความมั่งคั่งทางการเงินจากการ Live ผ่านช่องทาง Facebook เพจชื่อ Master Peace Cashflow” ซึ่งเป็นเพจที่แบ่งปันความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน และจัดกิจกรรมอบรมเล่นบอร์ดเกมกระแสเงินสด (Cashflow Board Game) ให้แก่ผู้ที่สนใจ
โดยเพจดังกล่าวนี้เป็นของ “คุณณัฐวัฌต์ วิโรจน์วรานนท์” (หรือคุณพีช) เจ้าของธุรกิจหนุ่ม นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง Cashflow Club Thailand” และวิทยากรพิเศษที่บรรยายส่งต่อความรู้ทางด้านการเงินการลงทุนให้แก่นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ตลอดจนบุคคลากรในองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนต่างๆ เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ คุณพีชยังเป็นคนไทยที่ได้ขึ้นเวทีในงานสัมมนาใหญ่ของ Rich Dad” เนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปีร่วมกับคุณ Robert Kiyosaki” ผู้เขียนหนังสือชุด “พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad)” และผู้พัฒนาบอร์ดเกมกระแสเงินสดที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย
คุณพีชได้มีการนำเสนอแนวคิดเรื่อง The 6 Levels of Wealth” ซึ่งเป็นแนวคิดง่ายๆ เกี่ยวกับการบริหารความมั่งคั่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ใช่แค่ตามหลักวิชาการเท่านั้น ทั้งนี้ พื้นฐานของแนวคิดดังกล่าวข้างต้นเน้นไปที่การตอบคำถามหลักๆ 2 ข้อให้ได้ ซึ่งได้แก่ ทำอย่างไรให้มีสภาพคล่องที่ดี และทำอย่างไรให้มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี โดยจะเรียงลำดับขั้นจากฐานล่างสุดขึ้นไปสู่ยอดเสมือนกับพีระมิด ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.Financial Struggle (การดิ้นรนทางการเงิน) แน่นอนว่า คนเราแทบทุกคนไม่ได้มีความมั่งคั่งมาตั้งแต่กำเนิด โดยคนส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการหาได้ให้เพียงพอกับรายจ่ายที่มีอยู่ หลายคนมีรายได้เท่ากับรายจ่ายพอให้อยู่ได้แบบเดือนชนเดือนเท่านั้น แม้จะไม่มีหนี้สิน แต่ก็ไม่มีเงินเหลือเก็บเลย บางคนรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ทำให้ต้องดิ้นรนหาเงินให้ได้เยอะๆ เพื่อให้คลอบคลุมรายจ่ายได้อย่างเพียงพอ และนำไปสู่การก่อหนี้สินขึ้นในที่สุด ดังนั้น ในขั้นนี้จึงควรต้องเร่งศึกษาหาความรู้ทางด้านการเงินให้เข้าใจอย่างดีพอเสียก่อน
2.Financial Survival (ความอยู่รอดทางการเงิน) เมื่อมีความรู้ด้านการเงินแล้ว ในขั้นนี้ก็คือ ให้นำความรู้ดังกล่าวมาใช้ในการ “วางแผนอุปโภคบริโภค” (Consumption Planning) หาทางเพิ่มรายได้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อลดรายจ่ายของตนเองลง จนทำให้มีรายได้มากกว่ารายจ่าย
นอกจากนี้ ต้องมีการเก็บออม ‘เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน’ (Emergency Fund) อย่างน้อย 3ถึง 12 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน เพราะเมื่อเกิดมรสุมชีวิต หรือเหตุการณ์วิกฤตที่ไม่คาดฝันขึ้น ก็สามารถนำเงินก้อนนี้มาใช้เพื่อประทังชีวิตก่อนได้ และที่สำคัญ ก็คือ ควรมี ‘เงินออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต’ อย่างน้อย 5-10% ของรายได้ต่อเดือนอีกก้อนด้วย ในขั้นนี้จึงเป็นการตอบคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้มีสภาพคล่องอยู่รอดได้โดยไม่ขัดสนนั่นเอง

3.Financial Protection หรือ Financial Security (ความปลอดภัยทางการเงิน) เมื่อมีสภาพคล่อง และมีเงินเก็บออมที่เพียงพอ สามารถใช้ชีวิตกินดีอยู่ดีได้แล้ว ขั้นนี้ก็ควรมีการ “วางแผนทำประกัน” (Insurance Planning) เพื่อปกป้องความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตตลอดจนสินทรัพย์ที่มีอยู่ นอกจากนี้ ต้องมีการ “วางแผนเกษียณ” (Retirement Planning) เพื่อที่จะได้มีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณอย่างชัวร์ๆ หรือเกษียณอย่างเกษมอีกด้วย
4.Financial Comfort (ความสบายใจทางการเงิน) เมื่อเริ่มจะมีความสุขกายสบายใจทางการเงินแล้ว ในขั้นนี้ก็ต้องเริ่มต้นศึกษาหาความรู้ทางด้านการลงทุนเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งอันจะนำไปสู่คำตอบของตอบคำถามที่ว่า ทำอย่างไรให้มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี
5.Financial Freedom (การมีอิสรภาพทางการเงิน) ขั้นตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับการ “วางแผนการลงทุน” (Investment Planning) ซึ่งควรทำให้เกิดกระแสเงินสดรับที่เรียกว่า “Passive Income” เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์ เป็นต้น โดยต้องมีมากกว่ารายจ่ายอย่างน้อย 2 เท่า จึงจะนำไปสู่ “อิสรภาพทางการเงินและเวลา” ได้นั่นเอง
6.Financial Abundance (ความอุดมสมบูรณ์ทางการเงิน) เมื่อมีกระแสเงินสดมากพอแล้ว ก็ควรสะสมความมั่งคั่ง (Accumulation) อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการรักษาความมั่งคั่ง (Store of Wealth) ให้อยู่คู่ตนเองตลอดไป
ทั้งหมดนี้ก็คือ แนวคิด “The 6 Levels of Wealth”ที่เป็นกรอบ (Framework) ในการบริหารความมั่งคั่งในมุมมองของคุณพีชนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...