โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 19 มิถุนายน 2568

Businesstoday

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 19.38 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 12.38 น. • Businesstoday

“แพทองธาร” น้ำตาคลอแถลงขออภัยปมคลิปคุยฮุนเซน

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์เกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ได้เชิญหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพูดคุยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น พร้อมกับขออภัยประชาชนคนไทยทุกๆคน กรณีคลิปเสียงหลุดออกมา ระหว่างคุยกับผู้นำกัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าเกิดขึ้น

“ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ตัวดิฉันได้คุยแม่ทัพภาพที่ 2 และทางกองทัพอธิบายถึงเจตนาว่า เป็นแทคติกของการสื่อสารที่จะเจรจาต่อไปว่า เราต้องแสดงความเข้าใจเขาก่อน ถึงจะมีการคุยในดีเทลต่อๆไป เป็นการต่อรอง เพื่อให้การปะทะหยุดลง นั้นคือ ความตั้งใจที่แท้จริงที่ต้องการให้สถานการณ์สงบสุข และไม่ทราบจริงๆ จะมีการอัดคลิปและเผยแพร่แบบนี้ ก็ได้ทำความเข้าใจกองทัพเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางกองทัพก็รับฟัง”นางสาวแพทองธาร กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เราต้องร่วมมือกันเพื่อผนึกกำลังเอาไว้ และคนไทยก็ต้องผนึกกำลังเช่นกัน เพราะทุกภาคส่วนได้สรุปแล้วว่า เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ

“อันนี้ไม่ใช่ภัยคุกคามเล็กๆ ของประชาชน หรือจะมาพูดถึงเรื่องว่า รัฐบาลกับกองทัพต้องมาสู้กัน วันนี้เราไม่มีเวลาทะเลาะกันเองแบบนี้ เราต้องปกป้องอธิปไตยของเราไว้ และนี้คือสิ่งที่เห็นตรงกัน และรัฐบาลยินดีซัพพอร์ตกองทัพทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสนับสนุนใดๆก็ตามที่ทางกองทัพต้องการ อันนี้คือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำร่วมกัน”นางสาวแพทองธาร กล่าว

นางสาวแพทอธาร กล่าวว่า การที่ทำหรือตัดสินใจอะไรในมิติต่างๆต้องคำนึงถึงคนไทยที่อยู่กัมพูชาและคนไทยตามแนวชายแดนด้วย จึงต้องให้ความปลอดภัยกับประชาชนด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศได้เชิญเอคอัคราชทูตของกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือประท้วงเพื่อแสดงความผิดหวังต่อผู้นำกัมพูชา ซึ่งจริงๆทั่วโลกไม่มีใครทำแบบนี้ ที่ผู้นำคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่ที่มีการตกลงกัน หรือพูดคุยเจรจาใดๆ และหากตนจะโทรไปแสดงความยินดีกับประเทศต่างๆ ก็จะเป็นการติดต่อทางกระทรวงการต่างประเทศ และรับทราบร่วมกันว่า จะมีการบันทึก แต่ครั้งนี้เป็นการพูดคุยส่วนตัว โดยโทรศัพท์ส่วนตัวของตัวเอง เพราะฉะนั้นการกระทำแบบนี้ไม่ควรเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก

“รัฐบาลไทยกับกองทัพ ขอแสดงความรับผิดชอบในการปกป้องอธิปไตย ที่เรากำลังดูแลร่วมกัน และขอยืนยันอีกครั้งว่า ทางรัฐบาลและกองทัพเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็อยากให้ประชาชนเป็นหนึ่งเดียวกับเราด้วย เพื่อความสามัคคีในชาติ ปกป้องอธิปไตยของเราไว้ เวลานี้ที่เคยบอกไว้ ไม่ใช่เวลาที่จะมาสู้กันเอง สิ่งที่เกิดขึ้นดิฉันต้องขออภัยในการที่ไม่ทราบจริงๆ ว่ามีการอัดคลิปเกิดขึ้น และต่อจากนี้ จะระวังในเรื่องของการพูดคุยให้มากขึ้น และแน่นอนว่า เรามั่นใจอย่างหนึ่งว่า ถ้าเรารวมกันเป็นหนึ่งและสามัคคีกัน จะผ่านพ้นวิกฤตินี้ร่วมกันไปอย่างแข็งแรงได้”นางสาวแพทองธาร กล่าว

ทั้งนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีมีน้ำตาคลอและไม่มีเปิดโอกาสให้ผู้สื่อมวลชนได้ซักถามเพิ่มเติม

“ภูมิธรรม” บอก กองทัพเข้าใจนายกฯ ให้คำมั่นไม่มีรัฐประหาร

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการทำงานร่วมกันระหว่างทหารกับรัฐบาลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมสามารถคุมทหารได้ใช่หรือไม่ ว่า ไม่ได้คุมอะไร แต่เราสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี และผู้นำเหล่าทัพที่มาร่วมประชุมวันนี้ ในแง่ของการทำงานก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

เราพูดคุยกันอย่างชัดเจนว่ามองอย่างไร และมีสถานการณ์อย่างไร ขณะนี้มีเรื่องหลายอย่างเกี่ยวกับกัมพูชาที่เราต้องคำนึงถึงประชาชนทั้งสองประเทศ สิ่งที่ทำอยู่ขณะนี้เราได้ตกลงกันแล้วว่า พร้อมทำตามขั้นตอน โดยเตรียมมาตรการไว้หมดแล้ว ซึ่งรัฐบาลประกาศชัดเจนจะสนับสนุนกองทัพเต็มที่ เพราะทหารไม่ได้ห่วงสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ห่วงภัยความมั่นคงของชาติ

ซึ่งเป็นภัยความมั่นคงภายนอก จึงต้องร่วมมือกันภายในประเทศให้แข็งแรงที่สุด ซึ่งเรื่องภายในประเทศเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองต้องพูดคุยกัน โดยทหารอยู่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯได้ให้ความมั่นใจว่า ภัยคุกคามภายนอก หรือการรุกล้ำอธิปไตยของไทยเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ วันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มาเพื่อประณามซึ่งเป็นขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก

ทั้งนี้ เราจะยืนยันกับนานาชาติว่ายึดสันติวิธี เราไม่ได้เริ่มก่อน และพยายามประคองไปตามขั้นตอน หากมีอะไรเกิดขึ้นจะแสดงไปตามสถานการณ์ที่เหมาะสม ส่วนหากมีภัยคุกคาม ยืนยันว่าทหารพร้อม และหากมีการรุกล้ำเราก็จะยอมไม่ได้

ส่วนกรณีกระแสกดดันเรียกร้องให้นายกฯลาออก หลังมีคลิปเสียงพูดคุยกับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นายภูมิธรรม กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องภายนอกที่มากดดันเพื่อต้องการเห็นเราอ่อนแอที่สุด และอยากเห็นความแตกแยกภายใน เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขบุกรุกเราในทางต่างประเทศ แต่วันนี้เข้าใจตรงกัน และคิดทางออกร่วมกัน

ซึ่งกองทัพก็บอกว่า นายกฯเดินหน้าไม่ต้องห่วง เพียงแต่ว่าเอาให้ถูกขั้นตอน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องระยะสั้น แต่เป็นเรื่องระยะยาว จึงเชื่อว่า ไม่มีปัญหาอะไร และที่พรรคร่วมรัฐบาลนัดประชุมพรรคของตัวเองถือเป็นเรื่องปกติ ที่เมื่อมีการปรับพรรคภูมิใจไทยออกไปเรียบร้อย เมื่อชัดเจนหลังจากนี้ก็ต้องคุยกันภายในอยู่แล้ว

นายภูมิธรรม ยืนยันด้วยว่า พรรคร่วมที่เหลืออยู่ยังเหนียวแน่น ไม่มีปัญหา เพราะเข้าใจสถานการณ์กันดี แต่ตอนนี้มีบางสิ่งที่พยายามสร้างเงื่อนไขจากทั้งภายใน และภายนอก โดยภายในเป็นกลุ่มที่อยากจะล้มรัฐบาลก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา และความจริงแล้วการที่พรรคภูมิใจไทยออกมาพูดเรื่องสถานการณ์ตรงนี้ ตอนนี้ก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร เพราะรู้กันอยู่ตั้งแต่แรกในกระบวนการต่างๆ ของการแก้ไขปัญหากัมพูชาตั้งแต่ต้น ดังนั้น ประเด็นนี้กองทัพยังเข้าใจเลย

ทำไมพรรคภูมิใจไทยไม่เข้าใจว่า ไม่ใช่เป็นปัญหาของเรา แต่เป็นเรื่องของต่างประเทศที่ต้องการกระทบเรา ดังนั้น ต้องขอความกรุณาในฐานะเคยร่วมงานกันมา ก็อยากให้อย่าใช้ประเด็นอย่างนี้เอามาสร้างให้เกิดความไม่สบายใจ และเกิดความรู้สึกแตกแยก เพราะสิ่งนี้จะไปเข้าทางกัมพูชาที่อยากให้เราอ่อนแอภายในประเทศ จึงอยากให้เข้าใจประเด็นนี้ด้วย เพราะถ้าวันนี้เราเป็นไปตามที่เขาอยากเห็นมันก็จะอ่อนแอ และเป็นปัญหาได้ จึงควรคำนึงถึงเรื่องนี้อย่าให้ภัยคุกคามส่งผลถึงเรา

ทั้งนี้ มั่นใจว่า รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้โดยพรรคร่วมที่เหลือไม่ปล่อยมือใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มีพรรคร่วมที่ปล่อยมือไปพรรคเดียวคือ พรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคอื่นไม่มีปัญหา ซึ่งเขาได้มีการคุยกันและบอกเราว่าจะมีการประชุมพรรค เพราะสถานการณ์เช่นนี้ก็ต้องมีการพูดคุยกัน

“นฤมล” ยืนยัน “พรรคกล้าธรรม” สนับสนุน นายกฯ ทำงานต่อ

เมื่อวันที่19 มิ.ย. 2568 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า ไม่ว่าการเมืองจะอยู่ในสถานการณ์ใด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีข้าราชการประจำทำงานตามนโยบายหลักในการดูแลเกษตรกรอยู่แล้ว

ไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องเป็นกังวล และคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขอให้ทุกท่านสบายใจได้ เวลาเช่นนี้ เป็นเวลาที่เราต้องสามัคคีกัน เราเป็นผู้ถูกกระทำและอาจจะกำลังจะหลงเกมของเขาหรือไม่ เราต้องหันมามองหน้ากัน เราอยู่ในประเทศเดียวกันก็ต้องรักกัน ต้องปกป้องกันเอง เพื่อไปต่อสู้กับเขา

“ตอนนี้ต้องให้กำลังใจกองทัพ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่แนวหน้า เข้าใจว่าสถานการณ์มีความตึงเครียด ก็อย่าเพิ่งเพิ่มความเครียดให้กับกองทัพ เราต้องสามัคคีกันด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง เพื่อส่งกำลังใจให้ เจ้าหน้าที่ทหารที่ต้องทำงานอยู่แนวหน้า เขาจะได้นอนหลับ มีแรงต่อสู้ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย”นางนฤมล กล่าว

เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคกล้าธรรม เนื่องจากหลายพรรคได้แถลงจุดยืนแล้ว นางนฤมล กล่าวว่า พรรคของเรายังไม่ได้มีการประชุม เนื่องจาก สส.ของพรรค อยู่ในพื้นที่ดูแลประชาชนในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ แต่ส่วนตัวมองว่า ไม่จำเป็นต้องออกแถลงการณ์ใดๆ เพราะทุกคนมีจุดยืนเดียวกันหมด เราเกิดมาในประเทศไทย ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทุกคนหวงแหนรักษาอธิปไตยของไทย ไม่มีคนไทยคนใดที่อยากเสียอธิปไตย

เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรม ยังสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ใช่ ยังสนับสนุนอยู่ และพร้อมยืนอยู่ข้างคนไทย และกองทัพ

เมื่อถามว่ามีรัฐมนตรีหลายคนลาออกจะมีผลกระทบในการทำงานหรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ไม่น่ามีผลกระทบ เพราะในแต่ละกระทรวงจะมีผู้รักษาการทำงานอยู่แล้ว การเมืองก็เป็นเช่นนี้

“ภราดร” ลาออกจาก “รองประธานสภา” คืนอำนาจให้สภาฯเลือกใหม่

วันนี้ (19 มิ.ย.68) ห้องแถลงข่าวรัฐสภา – นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง และ ส.ส. จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประกาศยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งรองประธานฯ โดยมีผลทันทีในวันนี้ หลังจากพรรคภูมิใจไทยออกแถลงการณ์เมื่อค่ำวานนี้ว่ากรรมการบริหารพรรคมีมติให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล และรัฐมนตรีของพรรคทุกคนได้ส่งใบลาออกต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผลวันที่ 19 มิถุนายนนี้เช่นกัน

นายภราดรให้เหตุผลว่า ตนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ด้วยเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น ในวันนี้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ร่วมอยู่ในรัฐบาลแล้ว จึงเห็นว่าควรคืนอำนาจให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสตัดสินใจเลือกรองประธานฯคนใหม่ด้วยมติเสียงข้างมาก ตามธรรมเนียมที่เคยถือปฏิบัติมา

“ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้เกียรติเลือกผมมาปฏิบัติหน้าที่ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เป็นประสบการณ์ในการทำงานที่มีคุณค่า และขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทีมงานของรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองทุกคนที่ได้ทุ่มเททำงานจนบรรลุภารกิจไปหลายประการ ซึ่งล้วนสร้างความก้าวหน้าให้กับสภาของประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธานและรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง ที่ได้ให้ความเมตตาผมอย่างยิ่งในการทำงาน” นายภราดรกล่าว

พร้อมย้ำว่าจะฝากงานหลายอย่างที่ได้ดำเนินการไว้ โดยเฉพาะโครงการเปิดพื้นที่รัฐสภาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นพื้นที่ของประชาชนอย่างแท้จริง โครงการวันรัฐธรรมนูญ กิจกรรมสภาวาที การพัฒนาสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาให้เป็นสถานีของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม และการต่อยอดโครงการยุวชนประชาธิปไตยที่สร้างเสริมศักยภาพเยาวชน ให้ผู้รับตำแหน่งคนต่อไปได้มาสานต่อ
นอกจากนี้ นายภราดรยังยืนยันจะทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง เคียงบ่าเคียงไหล่กับ ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยต่อไป.

คปท. ตั้งม็อบหน้าทำเนียบฯ เรียกร้อง “นายกฯแพทองธาร” ลาออก

วันนี้ (19 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนได้ทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกับเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เพื่อขับไล่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนา กับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยหน้าทำเนียบรัฐบาลเต็มไปด้วยความเข้มงวด มีรถตู้ตำรวจจอดเรียงริมรั้ว พร้อมรถติดตั้งเครื่องขยายเสียง รวมถึงมีตำรวจจาก สน.ดุสิต / สน.นางเลิ้ง / ตำรวจจากกองบังคับการอารักขาการควบคุมฝูงชน (อคฝ.) และกองร้อยน้ำหวาน นำโล่มากั้นบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ์เรียงแถวหน้ากระดานเป็นกำแพงมนุษย์ 3 ชั้น ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้น และมีตำรวจจาก สน.นางเลิ้ง นำเครื่องวัดระดับเสียงมาคอยตรวจวัดเสียงจากเวทีปราศรัย ซึ่งห้ามเกิน 125 เดซิเบล โดยจะตรวจวัดทุก 30 นาที ช่วง 9.00-9.30 น. วัดระดับเสียงได้ประมาณ 111.5 เดซิเบล

ขณะเดียวกันที่เวทีปราศรัยมีผู้ชุมนุมสลับกันขึ้นพูดบนเวที โดยเนื้อหาหลักของการชุมนุมในวันนี้คือการเรียกร้องให้นางสาวแพทองธารลาออกจากตำแหน่ง และจะมีการแถลงข่าวแสดงจุดยืนในช่วง 10.00 น. โดยแกนนำกลุ่ม คปท. อีกทั้งการจราจรโดยรอบการชุมนุม เมื่อช่วงเช้ามีการปิดถนน ตั้งแต่แยกพาณิชยการพระนคร ถนนพิษณุโลก จนถึงแยกสวนมิสกวัน แต่ในเวลา 09.00 น. ได้กลับมาเปิดการจราจรให้ประชาชนได้สัญจรตามปกติแล้ว และหากกรณีที่กลุ่มผู้ชุมเคลื่อนลงมาจนล้นถนน ตำรวจจะปิดการจราจรถนนพิษณุโลกทั้งขาเข้าและขาออก

ด้านนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำคปท. ได้อ่านแถลงการณ์ว่า ในสภาวะที่ประเทศไทยสุ่มเสี่ยงอยู่ในภาวะสงครามกับประเทศกัมพูชา เนื่องจากการการรุกข้ามแดนของกัมพูชามายังดินแดนประเทศไทยหลายครั้งการแสดงจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยของชาติในนามประชาชนและกองทัพไทยเป็นไปในแนวทางชัดเจนว่ายืนยันปกป้องอธิปไตยของชาติ

แต่ท่าทีของรัฐบาลกลับทำตัวเหมือนอ่อนข้อและยอมรับเงื่อนไขของกัมพูชามากกว่าจะยืนหยัดปกป้องประเทศไทย

นายพิชิต กล่าวอีกว่า การเปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ สมเด็จฮุนเซน เป็นใบเสร็จชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีไทย ไม่ได้มีความจริงใจในการรักษาอธิปไตยของชาติ แต่เป็นเพียงการรักษาตำแหน่งนายก ฯ ของตัวเอง อีกทั้งยังกล่าวหาแม่ทัพนายกองทหารไทยที่ทำหน้าที่ปกป้องดินแดนประเทศว่าไม่ใช่พวกเรา ย่อมแสดงให้เห็นถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร คำนึงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวมากกว่าความสำคัญทางความมั่นคงของประเทศชาติ การเจรจาระหว่างประเทศที่เกิดขัดแย้งกันในพื้นที่ชายแดนถึงขนาดที่ต้องนำกองกำลังทหารมาประชิดชายแดนทั้ง 2 ฝ่ายแต่นายก ฯ ไทยกลับเป็นผู้เสนอและยอมทุกอย่างที่กัมพูชาร้องขอนั้น

นายพิชิต กล่าวอีกว่า การเจรจาดังกล่าวเสมือนจะยอมยกแผ่นดินไทยให้กับกัมพูชา อันเป็นการพูดที่ทำลายเกียรติ ศักดิ์ศรี ความเป็นประเทศไทย อันเป็นการกระทำที่ ขายชาติ ขายแผ่นดิน นำข้อมูลข่าวสารภายในประเทศ หรือ กล่าวโทษคนในประเทศให้กับประเทศฝ่ายตรงข้ามกับประเทศตัวเอง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ ทรยศต่อประเทศชาติ ขายชาติ ขายแผ่นดิน ยอมยกแผ่นดินให้ประเทศอื่นเพื่อให้ตำแหน่งของตนเองดำรงอยู่โดยไม่คำนึงถึงประเทศชาติ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทยจะต้องลุกขึ้นมาสามัคคีกันปกป้องประเทศชาติ และ เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล เพื่อให้ น.ส.แพทองธาร และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลาออกทั้งคณะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...