เปิด 3 กลยุทธ์ลงทุนฉบับ “BCA” ดึงโอกาสผ่านค่าเงิน-โลหะมีค่า
ท่ามกลางตลาดการเงินโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงความผันผวนสูงขึ้น BCA Research บริษัทวิจัยเศรษฐกิจชั้นนำของโลก ได้นำเสนอ 3 การลงทุนเชิงกลยุทธ์สำหรับช่วงฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม–สิงหาคม) โดยผสานการวิเคราะห์เชิงเทคนิคเข้ากับมุมมองเศรษฐกิจมหภาค เพื่อหากลยุทธ์ทำกำไรระยะสั้นและลดความผันผวนของตลาด ซึ่งนักลงทุนในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างไทย ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าอาจนำไปประยุกต์ใช้ได้ โดยกลยุทธ์การลงทุนทั้ง 3 นี้ ได้แก่
1.ลงทุนในดอลลาร์สหรัฐฯ
แม้ว่า BCA จะมีมุมมองเชิงลบในระยะยาวต่อค่าเงินดอลลาร์ จากปัญหาดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐฯ และบทบาทในฐานะสกุลเงินสำรองของโลก แต่มองว่า ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หรือ DXY มีแนวโน้มฟื้นตัวทางเทคนิคในช่วงนี้
โดยในปัจจุบัน DXY ได้ปรับตัวลงประมาณ 10% ตั้งแต่ต้นปี และกำลังเข้าใกล้ แนวรับระยะยาวที่ระดับ 96 ซึ่งเป็นจุดเริ่มที่ดัชนีเริ่มฟื้นตัวแรงหลายครั้งในอดีต นอกจากนี้ ยังมีดัชนีชี้วัดความเคลื่อนไหว DXY อีกหลายตัวที่ชี่ว่า DXY อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 2 standard deviation ซึ่งถือว่ามีโอกาสกลับแรงและนี่เป็นสัญญาณที่พบได้ไม่บ่อย
ทั้งนี้ แม้ในระยะยาวดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่า แต่ BCA ระบุว่า การดีดตัวระยะสั้นของดอลลาร์ราว 5–10% นั้นเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ภาวะที่มีขายมากเกินไป (oversold) เช่นในขณะนี้ นอกจากนี้ โอกาสที่เงินจะไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่หลังถูกขึ้นภาษีนำเข้า ก็จะยิ่งช่วยหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นด้วย โดยในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ DXY ยังคงเคลื่อนไหวใกล้แนวรับสำคัญที่ BCA ระบุไว้ ทำให้ยังมีโอกาสในการซื้อเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้น
2.ให้ความสำคัญกับ “Petrocurrencies” แทนการเทรดน้ำมันโดยตรง
แทนที่จะต้องเลือกเทรดน้ำมันโดยตรง BCA แนะนำให้เก็งกำไรจากสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน อย่าง ดอลลาร์แคนาดา (CAD) และ โครนนอร์เวย์ (NOK)
โดยมีเหตุผลหลัก 3 ประการ ได้แก่
(1) ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันมักจะมี ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญในการมองหาความยั่งยืน
(2) ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับขึ้น จากทั้งอุปทานที่ตึงตัวและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
(3) ในปัจจุบัน ตลาดเริ่มมอง ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น Petrocurrency เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก นี่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำมันกับดอลลาร์ไม่ได้สวนทางกันอย่างเห็นได้ชัดเหมือนเช่นในอดีต (เดิมทีนักลงทุนมักเลือกซื้ออย่างใดอย่างหนึ่งทำให้ราคาไปสวนทางกัน)
3.หมุนเวียนสู่โลหะมีค่าอื่นนอกจากทองคำ
ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงหลักต่อการอ่อนค่าของดอลลาร์ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางในประเทศอย่างจีนและรัสเซีย มีการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม BCA มองว่าในเชิงโอกาสการลงทุน โลหะมีค่าที่นักลงทุนถือน้อยกว่าอย่างแพลเลเดียม (Palladium) เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนมองหาทางเลือกใหม่ที่ให้โอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่าและมีอุปทานที่จำกัดกว่า
ซึ่งนี่สอดคล้องกับมุมมองระยะยาวของ BCA ที่เชื่อว่า เมื่อบทบาทดอลลาร์ลดลง โลหะมีค่าหลายชนิดนอกเหนือจากทอง จะได้อานิสงส์ระยะยาวหลังปี 2025
โดยสรุปแล้ว แผนการลงทุนช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของ BCA เน้นการลงทุนใน (1) ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวระยะสั้นหลังภาวะ oversold, (2) สกุลเงินประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ที่มีโอกาส outperform เมื่อราคาน้ำมันและการเมืองโลกกลับมาเป็นประเด็น และ (3) โลหะมีค่าที่ไม่ค่อยมีคนถือครอง เช่น แพลเลเดียม