โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สุวัฒน์ สินสาฎก” บล.โกลเบล็ก ชี้หุ้นไทยรับข่าวร้ายหมดแล้ว! มองครึ่งปีหลังดีกว่าเดิม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.04 น.

จับสัญญาณบวกตลาดหุ้นไทย! “สุวัฒน์ สินสาฎก” กรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก มองตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2568 มีทิศทางที่ดีกว่าครึ่งปีแรกอย่างชัดเจน ชี้ตลาดซึมซับปัจจัยลบไปเกือบทั้งหมดแล้ว ทำให้มีความทนทานสูง พร้อมจัดทัพหุ้นเด่นน่าลงทุน แบ่งเป็น 2 กลุ่มตามสไตล์ความเสี่ยง ทั้งกลุ่มลุ้นฟื้นตัวแรงและกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของจีน

คุณสุวัฒน์ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีหลังจะสดใสกว่าที่ผ่านมา แม้จะยังมีความเสี่ยงใหญ่เรื่องภาษีการค้าของสหรัฐฯ แต่เชื่อว่าตลาดได้รับรู้และสะท้อนปัจจัยลบต่างๆ ไปในราคาหุ้นเกือบหมดแล้ว

"ปัจจัยทุกๆ อย่างที่ไม่ดี ผมคิดว่ามันถูกใส่เข้าไปในราคาหุ้นเกือบหมดแล้ว สังเกตดูว่าตลาดหุ้นเราเจอเรื่องราวมามากมาย แต่ดัชนีไม่เคยหลุด 1,000 จุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทนทาน ถ้าหลังจากนี้มีอะไรดีๆ เข้ามา ก็อาจจะทำให้ตลาดขึ้นได้ดี" คุณสุวัฒน์กล่าว

เจาะลึกประเด็นภาษี: ทำไมไม่น่ากลัวอย่างที่คิด?

คุณสุวัฒน์ได้ให้มุมมองต่อประเด็นภาษีที่หลายคนกังวลว่าไม่ควรพิจารณาแค่ "อัตราภาษี" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองให้ครบ 3 มิติ คือ:

  • อัตราภาษี: เชื่อว่าท้ายที่สุดไทยจะไม่โดนเรียกเก็บถึง 36% ตามที่กังวลกัน

  • มูลค่าการค้า: ไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯ น้อยกว่าเวียดนามถึง 3 เท่า ทำให้มีอำนาจต่อรองที่แตกต่างกัน

  • ความจำเป็นของสินค้า: สินค้าส่งออกสำคัญของไทยหลายรายการ เช่น ยางรถยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางชนิด (เช่น Power Supply ของ DELTA) เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่สามารถหาจากที่อื่นมาทดแทนได้ง่าย (No Substitution) ทำให้ผู้ผลิตไทยมีอำนาจต่อรองในการแบ่งรับภาระภาษี ไม่จำเป็นต้องรับไว้ทั้งหมด

เปิดโผหุ้นพระเอกครึ่งปีหลัง: แบ่ง 2 สไตล์ความเสี่ยง

บล.โกลเบล็ก ได้แบ่งกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจสำหรับครึ่งปีหลังออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. กลุ่มเสี่ยงสูง-ผลตอบแทนสูง (High Risk, High Return)

เป็นกลุ่ม หุ้นส่งออก ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากประเด็นภาษี แต่มีโอกาสฟื้นตัวกลับได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงหากมีความชัดเจนในทิศทางที่ดีกว่าคาด เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง

  • หุ้นเด่น: DELTA (เป้าหมาย 120 บาท), กลุ่มยางพารา, และกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง เช่น AAI

"หุ้นเดลต้าโดนปัจจัยลบหลายเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่พื้นฐานบริษัทมีความเก่งในการสร้างนวัตกรรมและเติบโตไปกับเทรนด์ AI ของโลกได้" คุณสุวัฒน์ให้ความเห็น

2. กลุ่มปลอดภัย-อิงการฟื้นตัวของจีน

เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ น้อย แต่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่ากำลังหันมาเน้นการเติบโตจากอุปสงค์ในประเทศ

  • หุ้นเด่น: กลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ โดยมี SCC (ปูนใหญ่) เป็นหุ้นนำ (เป้าหมาย 200 บาท) และ PTTGC (เป้าหมาย 24-25 บาท)

คุณสุวัฒน์ชี้ว่า การที่หุ้นไทยที่ไปจดทะเบียนในตลาดฮ่องกงประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นดัชนีชี้วัดว่าเศรษฐกิจจีนและอุปสงค์ในภูมิภาคยังมีแนวโน้มที่ดี ซึ่งจะส่งผลบวกต่อหุ้นไทยที่เชื่อมโยงกับจีนโดยตรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...