โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักลงทุนแห่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาว หลบการเมือง ภาษีทรัมป์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 00.15 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 06.07 น.

บลูมเบิร์ก รายงานวันนี้ (10 ก.ค.) ว่า พันธบัตรระยะยาวเป็นพิเศษของไทย (Super- Long Bonds) กำลังกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการหลีกหนีผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ และความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ของรัฐบาลไทยลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2564 ขณะที่การประมูลพันธบัตรอายุเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วดึงดูดความต้องการสูงสุดในรอบสองปีส่งผลให้ราคาพันบัตรสูงขึ้น

ในทางตรงกันข้าม การประมูลขายพันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี ที่จัดขึ้นในวันเดียวกันกลับขายได้ต่ำกว่าเป้าหมายเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี

นักลงทุนกำลังเตรียมรับมือกับการใช้จ่ายและการออกพันธบัตรรัฐบาลที่ชะลอตัวลง หากรัฐบาลผสมที่อ่อนแอของไทยไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณรายจ่าย 3.78 ล้านล้านบาท (1.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับปี 2569 ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม ในขณะเดียวกัน ภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 36% กำลังเพิ่มแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้ว ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น

ตลาดตราสารหนี้ไทยน่าสนใจกว่าตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้ว

ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวของประเทศไทยที่แข็งแกร่งนั้น ตรงกันข้ามกับภาวะถดถอยของตลาดตราสารหนี้ประเภทนี้ในประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง ซึ่งกำลังเผชิญกับแนวโน้มอุปทานพันธบัตรจำนวนมากจากแผนการใช้จ่ายภาครัฐขนานใหญ่

“เรายังคงถือพันธบัตรไทยระยะยาว เนื่องจากความไม่แน่นอนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งน่าจะฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป” พีรัมภา จันทร์จำรัสสังข์ ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอตราสารหนี้เอเชียของ M&G Investments ในสิงคโปร์กล่าว

เธอชอบพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุยืนยาว โดยอ้างถึงมูลค่าที่สูงขึ้นของพันธบัตรอายุประมาณ 10 ปี

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 30 ปี สูงใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองกระตุ้นความคาดหวังต่อการใช้จ่ายครั้งใหม่ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุยาวที่คล้ายกันของสหราชอาณาจักรพุ่งสูงขึ้นในเดือนนี้ จากการคาดเดาเกี่ยวกับการปลดราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหราชอาณาจักร

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปี ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอีกครั้งจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการการคลังมูลค่า 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เสนอ

ในขณะเดียวกัน พันธบัตรไทยมีแนวโน้มที่จะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลาง ซึ่งต้องการให้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไป อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ที่ 1.75% โดยมีกำหนดทบทวนอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในเดือนสิงหาคม

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุยาวของไทยอาจลดลงอีก 10-20 เบซิสพอยท์ หากภาษีศุลกากรสินค้าไทยส่งไปสหรัฐโดยเฉลี่ยสูงกว่า 20% และเกิดภาวะชะงักงันทางการเมืองทำให้การใช้จ่ายภาครัฐล่าช้าออกไป ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือเพียง 1% นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทย กล่าว

“พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 20 และ 30 ปี มีราคาที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการขยายระยะเวลาการถือครองพันธบัตร”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...