โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เศรษฐกิจจีน” โตชะลอใน Q2 ที่ 5.2% ท่ามกลางแรงกดดันภาษีสหรัฐ-วิกฤตอสังหาฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 03.14 น.

"เศรษฐกิจจีน" โตชะลอใน Q2 ที่ 5.2% ท่ามกลางแรงกดดันภาษีสหรัฐ-วิกฤตอสังหาฯ รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นชุดใหญ่และเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐก่อนเส้นตาย 12 ส.ค.68

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.31 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สำนักสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ระบุว่าเศรษฐกิจจีนเติบโตในอัตราที่ชะลอลงในไตรมาสที่สองของปีนี้ โดยขยายตัวที่ 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก Reuters คาดไว้เล็กน้อยที่ 5.1% แต่ลดลงจาก 5.4% ในไตรมาสแรก

โดยการเติบโตที่ชะลอตัวเกิดขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจจีนยังคงเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้ากับสหรัฐ ภาวะเงินฝืด (deflation) และวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ลากยาวมาหลายปี

โดยยอดค้าปลีกในเดือนมิถุนายนโตเพียง 4.8% จากปีก่อนหน้า ชะลอลงจาก 6.4% ในเดือนพฤษภาคม และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.4% โดยยอดขายในหมวดร้านอาหารและอาหารนอกบ้าน เพิ่มขึ้นเพียง 0.9% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 ช่วงที่จีนยังเผชิญกับโควิด-19 ระบาดหนัก (ข้อมูลจาก Wind Information)

การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 6.8% สูงกว่าค่ากลางที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 5.7% การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset Investment) ช่วงครึ่งปีแรก โตเพียง 2.8% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 3.6% โดยการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทรุดตัวลง 11.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนักขึ้นจาก 10.7% ที่รายงานไว้ในช่วง 5 เดือนแรก นอกจากนี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและภาคการผลิตก็ชะลอตัวลงเช่นกัน

ขณะที่อัตราการว่างงานในเขตเมือง ทรงตัวที่ 5% ในเดือนมิถุนายน หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ 5.4% เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

เมื่อเดือนเมษายน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 145% ซึ่งเป็นระดับที่สูงมาก ส่งผลให้รัฐบาลปักกิ่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายชุด เช่น สนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ส่งออกที่ประสบปัญหาการรับคำสั่งซื้อ ให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทที่จ้างบัณฑิตใหม่ และขยายโครงการ “แลกสินค้าเก่าเป็นสินค้าใหม่” เพื่อกระตุ้นการบริโภค

สำนักสถิติแห่งชาติจีน ระบุในแถลงการณ์ภาษาอังกฤษว่า “เราควรตระหนักว่ามีหลายปัจจัยภายนอกที่ไม่แน่นอนและไม่เสถียร” พร้อมยอมรับว่า “อุปสงค์ในประเทศยังไม่เพียงพอ”

ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงหยุดพักภาษีในเดือนพฤษภาคม โดยตกลงที่จะทยอยลดภาษีซึ่งกันและกัน โดยในเดือนมิถุนายน ผู้แทนการค้าของทั้งสองฝ่ายได้หารือกันที่กรุงลอนดอน และร่างกรอบข้อตกลงที่มีสาระสำคัญคือ จีนจะเร่งอนุมัติการส่งออกแร่หายาก (rare-earth minerals) และสหรัฐจะผ่อนคลายข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน และอนุญาตให้นักเรียนจีนขอวีซ่าเพื่อศึกษาต่อในสหรัฐได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้จีนมีเส้นตายวันที่ 12 สิงหาคม ในการสรุปข้อตกลงถาวรร่วมกับสหรัฐ

นอกจากนี้ในเดือนพฤษภาคม จีนยังได้เปิดตัวนโยบายกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดการเงิน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเหล่านี้ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวในบางภาคส่วน โดยทั้งดัชนีภาคการผลิตจากภาครัฐและเอกชนต่างแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมในโรงงาน

โดยภาคการส่งออกของจีนยังคงแข็งแกร่งในไตรมาสที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการเร่งปรับเส้นทางการค้าไปยังตลาดใหม่ การส่งออกไปยังสหรัฐลดลง 10.9% ในช่วงครึ่งปีแรก

ขณะที่การส่งออกไปยังประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้น 13% และไปยังกลุ่มสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 6.6% ส่งผลให้สัดส่วนการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐลดลงจาก 14.1% ในครึ่งปีแรกของปีก่อน เหลือเพียง 11.9% ในปีนี้

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจีนปีนี้ยังดูมั่นคงด้วยแรงหนุนจากการส่งออกและมาตรการรัฐ นักเศรษฐศาสตร์หลายรายยังคงเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังชุดใหม่

หวง อี้ผิง ที่ปรึกษาธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุในรายงานร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์อีก 2 คนว่า ทางการควรออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังเพิ่มเติมถึง 1.5 ล้านล้านหยวน เพื่อกระตุ้นการบริโภคในครัวเรือนและชดเชยผลกระทบจากภาษีของสหรัฐ รวมถึงควรลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...