โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไทยโมเดล” สู้เกมภาษีทรัมป์ เมื่อทางรอดไม่ใช่แค่ลดภาษีเป็นศูนย์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 12.03 น.
อนุสรณ์ ธรรมใจ เสนอไทยโมเดลรับมือกำแพงภาษีทรัมป์ แนะไม่ควรลดภาษี 0% แบบเวียดนาม หวั่นกระทบเศรษฐกิจในประเทศ ย้ำต้องมีมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรและแรงงาน

เส้นตายเจรจาใกล้ถึง ไทยยังมีไพ่ในมือ

ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นกำหนดเริ่มใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยของรัฐบาลทรัมป์ในอัตรา 36% เสียงเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำเริ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาแสดงความเห็นว่า เกมเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังไม่จบ และยังไม่ถึงจุดเลวร้ายที่สุด รัฐบาลไทยจึงควรใช้เวลาที่เหลือในการวางยุทธศาสตร์ต่อรองให้รอบคอบ

เขาเตือนว่าเป้าหมายของสหรัฐฯ คือการบีบให้ไทยเปิดตลาดสินค้าทุกประเภท ยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และผ่อนปรนระบบโควตาสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตร เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ผลิตในประเทศของตนเอง

อย่าเดินตามเวียดนาม เปิดตลาดแบบมีชั้นเชิง

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญจากนายอนุสรณ์คือการไม่เดินตามแนวทางของเวียดนามที่ยอมลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตอบโต้ เขาเสนอให้ไทยเลือกเปิดตลาดเฉพาะสินค้าที่มีศักยภาพแข่งขัน หรือไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้รัฐเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ผลิตภายในก่อนค่อยเปิดตลาดในวงกว้าง

โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้าวโพด ปศุสัตว์ ซึ่งผู้ผลิตรายย่อยของไทยมีต้นทุนสูงกว่า รัฐจึงต้องเข้ามาช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่มีต้นทุนต่ำกว่า

ไทยโมเดล ทางรอดในสมรภูมิภาษี

ข้อเสนอ “ไทยโมเดล” ที่นายอนุสรณ์เสนอ คือการยอมเปิดตลาดในบางสินค้าแลกกับการลดภาษีให้ต่ำกว่า 36% โดยคำนึงถึงสมดุลระหว่างการรักษาการส่งออกและการปกป้องภาคผลิตภายใน เพื่อป้องกันการหดตัวของการลงทุนและการย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น

เขาย้ำว่า การเจรจาควรมองให้ไกลกว่าข้อตกลงระยะสั้น ต้องวางยุทธศาสตร์รองรับการเปิดเสรีในระยะยาว เพื่อให้สินค้าไทยมีความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริงผ่านการยกระดับผลิตภาพ การใช้เทคโนโลยี การแปรรูป และการสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ

กลุ่มสินค้าเสี่ยง หากเจอภาษีสูง

จากบทวิเคราะห์ของศูนย์วิจัย DEIIT ได้ประเมินว่าหากไทยเจอกับอัตราภาษี 36% จริง จะเกิดผลกระทบในกลุ่มสินค้าเกษตรที่เป็นกลุ่มแข่งขันราคากับประเทศที่มี FTA กับสหรัฐฯ หรือได้ GSP โดยตรง เช่น

• มะพร้าวแห้ง น้ำมันมะพร้าว แข่งขันกับฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย

• สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด ต้นทุนไทยสูงเกิน 20%

• ข้าวหอมมะลิ แม้มีแบรนด์ แต่ราคาแพ้เวียดนาม อินเดีย

• อาหารทะเลแปรรูป เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง เสียเปรียบเอกวาดอร์

• ผลไม้ผสม ราคาต่ำ ที่อเมริกามีทางเลือกภายในและนำเข้าจากลาตินอเมริกา

เปิดเสรีแบบมีเงื่อนไข เพื่อป้องกันภาคผลิตพัง

อนุสรณ์ให้ความเห็นว่า การเปิดเสรีทางการค้าในระยะยาวจะเพิ่มการแข่งขันและลดอำนาจผูกขาด ส่งผลดีต่อผู้บริโภคและระบบเศรษฐกิจ หากดำเนินการอย่างเป็นธรรม แต่หากเปิดเสรีเร็วเกินไปในขณะที่ผู้ผลิตภายในยังปรับตัวไม่ทัน ก็เสี่ยงทำให้บางอุตสาหกรรมล่มสลาย กลายเป็นการพึ่งพาการนำเข้าแต่เพียงฝ่ายเดียว

เพื่อป้องกันสถานการณ์นี้ รัฐต้องมีมาตรการเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม เช่น การสนับสนุนเอสเอ็มอี การฝึกอบรมแรงงานใหม่ การลงทุนด้านนวัตกรรมและการแปรรูปสินค้าส่งออก เพื่อให้สามารถยืนระยะได้ในโลกเสรีการค้าที่เปลี่ยนไป

เตือนแรงงานเสี่ยงตกงาน SMEs เสี่ยงปิดกิจการ

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ไปจนถึงปี 2569 หากไม่สามารถลดอัตราภาษีนำเข้าได้ ความเสี่ยงที่จะเกิดการปิดกิจการในภาคส่งออก โดยเฉพาะ SMEs จะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันแรงงานจำนวนมากอาจถูกเลิกจ้างหรือถูกลดชั่วโมงทำงาน ซึ่งจะกระทบต่ออุปสงค์ในประเทศ และลากเศรษฐกิจในภาคอื่นให้ชะลอตัวลงตาม เช่น ธุรกิจค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และภาคบริการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...