โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อียูอ่อนปวกบอกเชื่อสหรัฐฯพร้อมเจรจาต่อ หลายชาติรุมเร้าเตรียมแผนตอบโต้คำขู่ทรัมป์

Manager Online

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 16.07 น. • MGR Online

สหภาพยุโรปยังแสดงท่าทีวาดหวังบรรลุข้อตกลงการค้ากับอเมริกา แม้ถูกทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ในอัตรา 30% ขณะเดียวกันหลายชาติสมาชิกอียูกดดันมากขึ้นให้ปรับกลยุทธ์กล้าแข็งขืนกับวอชิงตัน

มารอส เซฟโควิก กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวขณะเดินทางเข้าร่วมประชุมกับบรรดารัฐมนตรีการค้าอียู ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ค.) ว่า แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้จากสินค้าอียู ในอัตรา 30% ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. แต่เขารู้สึกว่า วอชิงตันยังคงพร้อมเจรจาต่อ

เซฟโควิก ที่มีกำหนดเจรจากับทางอเมริกาช่วงเย็นวันจันทร์ เสริมว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดของอียูยังคงเป็นการบรรลุข้อตกลง แม้ยอมรับว่า สมาชิกบางชาติที่รวมถึงมหาอำนาจฝรั่งเศส ต้องการให้บรัสเซลส์แข็งขืนมากขึ้นก็ตาม

เขายังบอกอีกว่า สถานการณ์ความไม่แน่นอนปัจจุบัน ซึ่งเกิดขึ้นจากภาษีศุลกากรที่ไม่เป็นธรรมนั้น จะไม่สามารถคงอยู่ตลอดไป ก่อนสำทับว่า อียูเตรียมพร้อมรับผลลัพธ์ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงมาตรการตอบโต้อย่างรอบคอบและสมน้ำสมเนื้อ

ก่อนหน้านี้ ทางด้าน อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของอียู ได้ประกาศชะลอมาตรการตอบโต้การขึ้นภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมของอเมริกาไปก่อนแล้วเมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ค.) หรือหนึ่งวันก่อนมีผลบังคับใช้ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่ดีสำหรับการเดินหน้าเจรจากันต่อไป

กระนั้น นักการทูตหลายคนระบุว่า ในที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าของอียูในวันจันทร์ จะมีการนำเสนอมาตรการตอบโต้เพิ่มเติม ซึ่งอาจนำมาบังคับใช้หากทรัมป์รีดภาษีสินค้าอียู 30%

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม อียูขู่ตอบโต้สินค้าอเมริกันจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงรถยนต์และเครื่องบิน หากการเจรจาล้มเหว และนักการทูตระบุว่า บัญชีรายชื่อขั้นสุดท้ายอาจครอบคลุมสินค้ามูลค่า 72,000 ล้านยูโร

พร้อมทำศึก

โลรองต์ แซงต์-มาร์แตง รัฐมนตรีการค้าฝรั่งเศส แสดงความเห็นว่า บรัสเซลส์ควรร่างแผนการตอบโต้โดยไม่มีข้อจำกัด และสำทับว่า การระงับมาตรการตอบโต้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเท่ากับว่า อียูไม่ได้พยายามเพิ่มอำนาจการต่อรอง ทั้งที่สถานการณ์นับจากทรัมป์ประกาศอัตราภาษีใหม่เมื่อวันเสาร์บีบให้อียูต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ก็ตาม

ลาร์ส ล็อกเก ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์ก ที่เป็นประธานหมุนเวียนของอียูวาระปัจจุบัน ขานรับว่า บรัสเซลส์ต้องโชว์ความแข็งแกร่ง และย้ำว่า “อียูไม่ได้ต้องการทำสงครามการค้ากับอเมริกา แต่ต้องการบรรลุข้อตกลง ทว่า ภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า ถ้าอยากได้สันติภาพ เราต้องเตรียมพร้อมทำสงคราม”

ขณะที่สมาชิกอียู ซึ่งบางชาติส่งออกไปยังอเมริกามากกว่าชาติอื่น ต้องการให้ทุกชาติเข้าใจตรงกันว่า ควรใช้ไม้แข็งกับวอชิงตันในระดับใดจึงจะทำให้บรรลุข้อตกลง

ในวันเสาร์ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรป ปกป้องผลประโยชน์ของยุโรปอย่างเด็ดขาด และเสริมว่า อียูควรยกระดับการเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการตอบโต้

ด้านนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมร์ซของเยอรมนี บอกว่าเห็นด้วยและเสริมว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้คุยกับทั้งมาครง ทรัมป์ และฟอน แดร์ ไลเอิน และจะเดินหน้าหารือต่ออย่างจริงจังเพื่อหาทางออก กระนั้น เขาก็ยอมรับกับสื่อของเยอรมนีว่า การขิ้นภาษีของทรัมป์คราวนี้ส่งผลกระทบกระเทือนอย่างแรงต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของแดนดอยช์ และจึงปรารถนาที่จะให้มีการทำความตกลงกัน

ข้อตกลงและภาษี

อียูนั้นเตรียมมาตรการเพิ่มอัตราภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าอเมริกันมูลค่าราว 21,000 ล้านยูโร เพื่อตอบโต้ภาษีเก็บจากเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมที่ทรัมป์ประกาศเมื่อต้นปี ก่อน ตัดสินใจชะลอไว้ก่อนเพื่อเปิดโอกาสในการเจรจาข้อตกลงการค้าที่ครอบคลุมมากขึ้น และจากนั้นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังประกาศระงับมาตรการดังกล่าวอีกครั้งจนถึงต้นเดือนหน้า

ทางด้านทรัมป์นั้น นับจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สองเมื่อเดือนมกราคม ได้ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรระลอกใหญ่กับทั้งกับพันธมิตรและกับชาติที่ไม่ใช่พันธมิตรแต่สั่งเลื่อนการบังคับใช้มาแล้วหลายรอบ ล่าสุดคือเลื่อนการขึ้นภาษีพื้นฐาน 10% จากเส้นตายเดิมวันที่ 9 ก.ค. เป็น 1 ส.ค. ท่ามกลางความปั่นป่วนในตลาดการเงิน และความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

(ที่มา: เอเอฟพี/MGRออนไลน์)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...