โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นาทีชีวิต! ชายสู้ยิบตา ด้วยมีดพกเล่มเล็ก กับจระเข้ตัวเบิ้ม ก่อนขับรถส่งตัวเองไปรพ.

Khaosod

อัพเดต 12 พ.ย. 2564 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2564 เวลา 10.58 น.

รอดปาฏิหาริย์! ชายออสซี่สู้ยิบตาด้วยมีดพกเล่มเล็กกับจระเข้ตัวเบิ้มเกือบ 5 เมตร ก่อนขับรถส่งตัวเองไปโรงพยาบาล ซึ่งไกลกว่า 24 กิโลเมตร

อินดิเพนเดน์ รายงาน เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำแมคเคเวอร์ ใกล้กับโฮปเวล ในคาบสมุทรเคปยอร์ก ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย โดยชายวัย 60 ปี กำลังตกปลาบริเวณที่ดินของตนเองที่อยู่ห่างไกลผู้คน

กระทรวงสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ (DES) กล่าวในแถลงการณ์ว่า ชายรายนี้เห็นกระทิงตัวหนึ่งยืนอยู่ริมฝั่งบริเวณที่เขาต้องการจะตกปลาจึงเดินตรงเข้าไปไล่มันไป ขณะที่เขาเตรียมจะเหวี่ยงเบ็ด จระเข้ยักษ์สูง 15 ฟุต ( 4.5 เมตร) พุ่งขึ้นจากน้ำและกระแทกเขาล้มลง

จากนั้นเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ใช้ขากรรไกรล็อกรอบรองเท้าบูทและเริ่มดึงเขาลงไปในน้ำ ทว่าชายคนนั้นคว้ากิ่งไม้โกงกางได้ทันและยึดไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต่อมาชายก็เริ่มหมดเรี่ยวแรงและปล่อยมือ

เมื่อชายคนดังกล่าวลงน้ำ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็เริ่มทำงาน เขารีบควานหามีดพกเล่มเล็กบริเวณเข็มขัด ก่อนหยิบขึ้นมาสู้กับจระเข้  โดยการจ้วงแทงลงไปที่หัวจระเข้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทันใดนั้นจระเข้ก็อ้าปากยอมปล่อยเขา ชายคนนั้นจึงรีบตะกายกลับขึ้นฝั่ง เพื่อความปลอดภัย

หลังจากการหลบหนีอย่างอัศจรรย์ ชายคนนั้นขับรถด้วยอาการบาดเจ็บที่ขาในระยะทาง15 ไมล์ (24 กิโลเมตร) ไปยังโรงพยาบาลคุกทาวน์ที่ใกล้ที่สุด ต่อมาเขาถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแคนส์

เดอะการ์เดียนรายงาน ผู้เชี่ยวชาญจากกรมสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์พูดคุยกับชายวัย 60 ปีที่โรงพยาบาล พบว่าอาการบาดเจ็บและรอยกัดของเขาสอดคล้องกับจระเข้โจมตี อีกทั้งพวกเขายังสันนิษฐานว่าจระเข้ถูกดึงดูดโดยกระทิง

อย่างไรก็ตาม ตามคำแถลงจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ (DES) จุดเกิดเหตุอยู่ห่างไกลจากชุมชน จึงไม่มีมาตรการเข้าจับกุมหรือกำจัดจระเข้

ขอบคุณที่มาจาก Independent AOL The guardian

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...