Generation of 2025 ลด gap ช่วงวัยให้ทุกเจนฯ เข้าใจกันมากขึ้น
หากอยากจะเข้าถึงใจผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่ แล้วเราจะจับจุดได้ตรงโจทย์หรือไม่?
ทำอย่างไรถึงจะได้ใจผู้บริโภค? เพราะแต่ละช่วงวัยก็ล้วนมีความต้องการที่แตกต่างกัน “คิด” Creative Thailand ชวนคุณมาค้นหาความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่กำลังมาของผู้บริโภคแต่ละช่วงวัยในปี 2025 จากโครงการวิจัยแนวโน้มประจำปี “เจาะเทรนด์โลก 2025” ให้คุณได้เตรียมตัวล่วงหน้าแบบไม่ต้องสุ่ม ไม่ต้องลุ้น และไม่ต้องเดาใจ เพราะไม่แน่ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะสวยงามเหมือนตัวซีเคร็ตก็ได้นะ!
พลาดไม่ได้กับการดาวน์โหลดฟรี! อีบุ๊ก “เจาะเทรนด์โลก 2025” (TREND 2025: BEYOND IMAGINATION เกินกว่าที่จินตนาการจะนึกไปถึง) ในส่วนไฮไลต์ของเล่ม ได้แก่ บทวิเคราะห์ธีม เทรนด์สี เจเนอเรชัน และ Consumer Profiles สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://shorturl.at/cPlGv โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และรอรับได้ก่อนใครในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
Baby Boomer (1946-1964)
เป็นผู้สูงวัยไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะทุกคนต่างเคยเป็นเด็กและผ่านอุปสรรคในการเติบโตมาเหมือนกันทั้งนั้น
- คาดการณ์ว่าในปี 2050 จำนวนผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเกินจำนวนผู้ที่มีอายุ 15-24 ปี เนื่องจากอัตราการเกิดลดลงและความก้าวหน้าในวิทยาศาสตร์การชะลอวัย
- ชาวบูมเมอร์มองว่าการวางตัวเท่าทันโลก ตามกระแสโซเชียลมีเดีย หรือใช้มีมตามวัยรุ่น ไม่ใช่เรื่องตลกที่ต้องโดนล้อเลียน เพราะพวกเขายังถือเป็น ‘คนยุคนี้’ ที่ต้องการหลีกหนีจากปัญหามากมายที่ทุกเจนฯ ต้องเผชิญ จึงต้องการเข้าใจกระแสของโลกยุคใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นเช่นกัน
- เกินกว่าครึ่งของธุรกิจในสหรัฐอเมริกายังคงมี ‘เจ้าของ’ เป็นชาวบูมเมอร์วัย 60 ปีขึ้นไป รวมถึงธุรกิจขนาดเล็กที่บูมเมอร์ได้บุกเบิกและส่งต่อให้รุ่นมิลเลนเนียล โดยพวกเขาชอบที่จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำทางการเงินและการบริหาร
- ธุรกิจมักมุ่งเน้นที่ผู้บริโภคมิลเลนเนียลและเจนซี แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเบบี้บูมเมอร์ที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงขึ้น โฆษณาจึงควรปรับมุมมองเพื่อดึงดูดผู้สูงวัย โดยหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่อาจทำให้พวกเขารู้สึกแปลกแยก
- เบบี้บูมเมอร์ถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่เข้าใจเทคโนโลยีช้าที่สุด แต่กลับเป็นผู้บริโภคที่มีสัดส่วนมากที่สุดในสินค้ากลุ่มสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และสมาร์ตวอช โดยเฉพาะสมาร์ตวอชและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับข้อมูลสุขภาพ
- ผู้สูงอายุมัก ‘ไถฟีด’ วิดีโอไปเรื่อย ๆ โดยไม่เปิดเสียง แต่จะอ่านคำบรรยายที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่ หากเป็นหน้าเพจหรือเว็บไซต์ ตัวอักษรต้องมีขนาดมากกว่า 16 pt และเลือกใช้ประโยคสั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายและตรงประเด็น
- ผู้สูงอายุหลายคนไม่ชอบถูกมองว่าเป็นวัยร่วงโรย พวกเขาก็เหมือนฮิปสเตอร์เจนซีในยุคนี้ แต่มีกำลังทรัพย์มากกว่า จึงสามารถทำงานอดิเรกในเวอร์ชันที่วีไอพีมากขึ้น
Generation X (1965-1980)
สนามอารมณ์ในโซเชียล ที่แท้จริงแล้วต้องการเพียงความเข้าใจในสิ่งที่เป็น
- แม้จะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เน้นความประหยัด แต่ปัจจุบันเจนเอ็กซ์คือกลุ่มผู้บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยระดับพรีเมียม เพราะให้ความสำคัญกับ ‘คุณค่า’ ที่สินค้าและบริการมอบให้มากกว่า ‘ราคา’
- การทำการตลาดกับเจนเอ็กซ์จึงควรมุ่งเน้นที่คุณภาพ ความทนทาน คุ้มค่า รวมถึงการนำเสนอโปรแกรมสมาชิกหรือสิทธิพิเศษเพื่อดึงดูดคนกลุ่มนี้ที่มีความฉลาดทางการเงิน
- แม้เจนเอ็กซ์จะต้องเผชิญกับความรับผิดชอบหลายด้านและการเหยียดอายุ แต่พวกเขาก็ปรับตัวได้ดีและมีความมั่นคงทางอารมณ์สูง โดยได้พัฒนาความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และจัดการกับสถานการณ์ทางสังคมในที่ทำงานได้ดี
- ผู้หญิงเจนเอ็กซ์กำลังมองหาผลิตภัณฑ์และบริการความงามที่เหมาะกับวัยกลางคน และหวังว่าแบรนด์จะเข้าใจถึงความต้องการของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมากขึ้น เช่น การนำเสนอผลิตภัณฑ์พร้อมนางแบบวัยกลางคน ซึ่งมีความหลากหลายด้านเชื้อชาติ รูปร่าง และสีผม เพื่อเป็นตัวแทนของเจนเอ็กซ์อย่างแท้จริง
- เจนเอ็กซ์เริ่มอยู่ในสนามอารมณ์ของสื่อโซเชียลและตกเป็นประเด็นพุ่งเป้ามากขึ้น จากการที่เบบี้บูมเมอร์เริ่มลดบทบาทลงไป และเจนเอ็กซ์กำลังขึ้นมามีอำนาจแทนทั้งในแวดวงธุรกิจและการเมือง
- พฤติกรรมการบริโภคสื่อของเจนเอ็กซ์สะท้อนถึงกลุ่มประชากรที่ซับซ้อนและมีอิทธิพล โดยผสมผสานสื่อแบบดั้งเดิมและดิจิทัล เน้นคุณภาพและความทรงจำจากวัฒนธรรมป็อปยุค 70 80 และ 90
Millennial (1980-1995)
เพลิดเพลินกับความความสำเร็จเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อฝ่าฟันความกดดันในวัยสามสิบ
- Tri-life Crisis หรือวิกฤตชีวิตวัยสามสิบ คือภาวะกดดันที่พบในคนวัย 30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะช่วงอายุ 34-37 ปี ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความเครียดเรื่องงาน ภาระผ่อนบ้าน การแต่งงาน และเป้าหมายในชีวิต งานวิจัยพบว่า ผู้หญิงมีภาวะนี้มากกว่าผู้ชายถึงครึ่งหนึ่ง
- ความสำเร็จเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับคนมิลเลนเนียล แบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงพวกเขา ควรเข้าใจความอ่อนไหวและการเฉลิมฉลองความสำเร็จส่วนตัว เช่น การให้ส่วนลดเดือนเกิด
- มิลเลนเนียลมีอัตราการหย่าร้างสูงสุด แม้หย่าร้าง แต่หลายคนก็ยังเปิดรับโอกาสแต่งงานใหม่ และมักจะร่วมดูแลลูกด้วยสถานะพาร์ตเนอร์ เกิดเป็นธุรกิจใหม่ ๆ เช่น ในอเมริกามีบริการแพลตฟอร์ม Plenty ซึ่งให้คำปรึกษาด้านการเงิน โดยไม่จำกัดแก่คู่รักที่แต่งงานแล้วเท่านั้น
- มิลเลนเนียลให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะและการพักผ่อน โดยมองหาสถานที่ที่รองรับคนเลิกงานดึก เช่น ยิม 24 ชั่วโมง สวนสาธารณะกะดึก บาร์กลางคืนที่มีอีเวนต์เบา ๆ แบบไร้แอลกอฮอล์ แต่เน้นประสบการณ์คลายเหงา พร้อมให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนมที่เสริมคุณภาพการนอนได้อยู่หมัดแบบไม่แฮงค์
- มิลเลนเนียลนิยมไลฟ์สไตล์แบบ Blue Zone ที่มุ่งเน้นการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนเพื่อสุขภาพ แม้ไม่สามารถย้ายไปยังประเทศ Blue Zone (ภูมิภาคที่มีประชากรอายุยืนยาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ซาร์ดิเนีย อิตาลี โอกินาวา ญี่ปุ่น นิคอยา คอสตาริกา โลมา ลินดา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และอิคาเรีย กรีซ) แต่พวกเขายินดีจ่ายเพื่อพักผ่อนในประเทศที่มีสภาพแวดล้อมดี เช่น ญี่ปุ่น และสกอตแลนด์ โดยทดลองใช้ชีวิตแบบท้องถิ่นและเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน
- MZ คือกลุ่มผู้บริโภคที่รวมมิลเลนเนียลและเจนซี ซึ่งมีอิทธิพลต่อเทรนด์ใหม่ ๆ MZ ในเอเชียชอบช้อปปิ้งออนไลน์ เพราะรวดเร็วและมีส่วนลดที่คุ้มค่า ทั้งยังมักนำแบรนด์ที่ชื่นชอบมาเป็นตัวชี้วัดความเป็นตัวตน
- คนมิลเลนเนียลใช้บริการ BNPL (Buy Now Pay Later) มากที่สุด และมักจ่ายตรงเวลา
Generation Z (1996-2012)
เจเนอเรชันผู้นำเทรนด์ซึ่งตั้งเป้าจะออกห่างจากโลกดิจิทัล
- JOLO (Joy of Logging Off) คือพฤติกรรมของเจนซีที่รู้สึกว่าโซเชียลมีเดียทำให้รู้สึกเหงาและพักผ่อนน้อยลง จึงตั้งเป้าหมายว่าจะหาทางลดความเหงาด้วยการท่องเที่ยวและเข้าร่วมกิจกรรมท้องถิ่น
- เจนซีต้องการความโรแมนติกมากขึ้นในโลกที่วุ่นวาย พวกเขาชอบความโรแมนติกแบบเปิดกว้างและไม่ผูกมัด รายการเรียลิตี้ออกเดต เช่น EXchange และ Single’s Inferno เป็นที่นิยมในเกาหลีใต้ เนื่องจากสะท้อนความรักที่สมจริงและให้ความรู้ด้านจิตวิทยาความรัก
- เจนซีบางส่วนเผชิญภาวะ First Job Crisis เนื่องจากต้องปรับตัวหลังโควิด-19 และพบว่าการหางานยากขึ้นมากกว่ายุคของพ่อแม่ นอกจากนี้ เจนซีหลายคนยังไม่พร้อมเข้าสู่แรงงานอาชีพหรือระบบการศึกษา แต่หันไปเป็นครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์เพื่อหารายได้ทดแทน
- MBTI หรือ Myers-Briggs Type Indicator เป็นเครื่องมือทดสอบบุคลิกภาพที่ได้รับความนิยมในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มเจนซี เพื่อช่วยในการเดต การทำงาน และการจัดการข้อขัดแย้ง เจนซีเชื่อว่าการรู้บุคลิกภาพของตนเองและผู้อื่น จะช่วยให้รับมือกับคนต่างบุคลิกภาพได้ดีขึ้น
- เจนซีคือผู้ควบคุมและสร้างเทรนด์ตัวจริง โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทรนด์ มีการใช้กระแส Y2K และเพลงยุค 90 มาปรับให้ทันสมัยในเกมและวิดีโอแพลตฟอร์มต่าง ๆ
- ต้องยอมรับว่า ‘ครีเอเตอร์’ คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อเจนซีมากที่สุด ซึ่งพวกเขาจะเชื่อใจในครีเอเตอร์มากกว่าแบรนด์เสียอีก
- วัยรุ่นในจีนสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นที่สะท้อนวัฒนธรรมจีนและมีราคาย่อมเยา ขณะที่วัยรุ่นในอเมริกาหันมานิยมสินค้าแบรนด์เนมมือสองและสินค้ารักษ์โลก แทนที่จะออมเงินเพื่อซื้อสินค้าหรูหราชิ้นใหม่
- สินค้าที่เจนซีเลือกจ่ายจะต้องสมเหตุสมผลทั้งด้านราคาและคุณภาพ พวกเขายินดีจ่ายให้กับสินค้าประเภทแก็ดเจ็ต สมาร์ตโฟน อุปกรณ์สตรีมมิง รวมถึงแอปพลิเคชันประเภทเกม สื่อโซเชียล แชทบอต แอปฯ ฝึกภาษา หรือแอปฯ ผู้ช่วยทางธุรกิจ ซึ่งจะประมวลผลข้อมูลด้วย AI
Alpha (2010-2024)
ต้นกล้าแห่งอนาคตที่กำลังเติบโตในโลกที่เต็มไปด้วยดิจิทัลและมลภาวะ
- ในปีนี้ ประชากรเจนอัลฟาจะมีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์ ภายในปี 2030 เจนอัลฟารุ่นแรกจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ (อายุ 20 ปี) และก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน แบรนด์ต่าง ๆ จะต้องลำดับสิ่งที่เจนอัลฟาให้ความสำคัญ โดยครอบคลุมถึงเงื่อนไขในวัยเด็ก เช่น วิกฤตสภาพภูมิอากาศ อัตราเงินเฟ้อ และสุขภาพจิต
- ในอนาคต เจนอัลฟาจะทำงานในตำแหน่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อน และหลายคนอาจเลือกทำงานในสายอาชีพที่ไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติได้
- การเติบโตมากับสื่อดิจิทัลและการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เจนอัลฟามีความฝันที่จะเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในอนาคต
- พวกเขาจะเป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ โดยเลือกประกอบอาชีพที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี เพราะเติบโตมากับการตระหนักถึงผลเสียของโลกแห่งความรีบเร่งและสภาพแวดล้อมที่เคร่งเครียด
- ราว 1 ใน 3 ของเจนอัลฟาที่เข้าสู่วัยรุ่นต้องเป็นทุกข์จากภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ทำให้พ่อแม่เจนมิลเลนเนียลสนับสนุนให้ลูก ๆ มีส่วนร่วมในกิจกรรมและไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง เพื่อช่วยพัฒนาสุขภาพจิตของเด็ก
- เจนอัลฟาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศและการตระหนักถึงความท้าทายด้านสภาพแวะล้อมมากขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ ควรช่วยส่งเสริมนักเคลื่อนไหวรุ่นเล็กนี้ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมกับช่วงวัย
- เจนอัลฟาถูกนิยามว่าเป็นเจเนอเรชันแห่งการถดถอย (The Regression Generation) จากอัตราการอ่านออกเขียนได้ที่ลดลง ครอบครัวและแบรนด์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมสร้างแหล่งข้อมูลการอ่าน เพื่อช่วยลดช่องว่างทางการเรียนรู้
- ปรากฏการณ์ Sharenting หรือการแชร์เรื่องราวของลูกผ่านโซเชียลมีเดีย มาพร้อมกับความเสี่ยงและผลเสีย แบรนด์ต่าง ๆ ควรตระหนักรู้และร่วมจัดการกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก ส่งเสริมการดูแลด้านดิจิทัล และสร้างพื้นที่ดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับอินฟลูเอนเซอร์เจนอัลฟา
Generation Beta (2025-2039)
เหล่าเบบี๋ที่กำลังจะลืมตาดูโลก และความหวังแห่งวันใหม่ที่เต็มไปด้วยความเสมอภาค
- เจเนอเรชันเบต้า คือกลุ่มประชากรที่เกิดระหว่างปี 2025-2039 ซึ่งพร้อมที่จะรับช่วงต่อโลกที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และบรรทัดฐานทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
- พวกเขาให้ความสำคัญกับการโต้ตอบกับเทคโนโลยี การจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม และมุมมองที่ไม่แบ่งแยก เจนเบต้าให้ความสำคัญกับ AI เป็นหลัก ซึ่งจะกำหนดวิธีการใช้ชีวิตและการทำงานของพวกเขาในอนาคต
- เจนเบต้าจะเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะพวกเขาเกิดมาพร้อมด้วยเครื่องมือและแนวทางในการจัดการกับความซับซ้อน
- คนเจนเอ็กซ์โตมามีไฟฟ้า คนเจนซีเกิดมามีอินเทอร์เน็ตหรือเป็น Digital Native อย่างไร เจนเบต้าก็เป็น AI-First อย่างนั้น การพัฒนาทางเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยในการกำหนดเส้นทางการเป็นผู้ใหญ่ของเจนเบต้าในอีกหลายทศวรรษข้างหน้าที่กำลังจะมาถึง
- เบต้าจะเป็นเจเนอเรชันที่มีความฉลาดทางดิจิทัล เติบโตขึ้นมาโดยตระหนักถึงภัยคุกคามที่เกิดจากการเข้าถึงโลกออนไลน์
- ภายในปี 2050 เมื่อเจนเบต้ารุ่นแรกกำลังเข้าสู่วัย 25 ปี คาดว่า 68% ของผู้คนทั่วไปจะอาศัยอยู่ในเขตเมือง ดังนั้นเมืองต่าง ๆ จะต้องได้รับการออกแบบใหม่และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเท่าเทียม
- พวกเขามีแนวโน้มที่จะรับช่วงต่อโลกที่มีความหลากหลายและเชื่อมโยงถึงกันมากกว่าที่เคย นโยบายและแนวปฏิบัติของเจนนี้จึงต้องเน้นการส่งเสริมความเสมอภาคและความยุติธรรม
- เจนเบต้ามีไลฟ์สไตล์ในการแสวงหาการเชื่อมต่อระหว่างกันในชีวิตจริง (IRL) และประสบการณ์ที่จับต้องได้จริงทางกายภาพ พวกเขาชื่นชอบงานอดิเรกอย่างการเล่นกีฬากลางแจ้งมากกว่า โดยมองว่าเป็นการหลีกหนีจากโลกดิจิทัลที่จำเจ
ที่มา : “เจาะเทรนด์โลก 2025” (TREND 2025: BEYOND IMAGINATION เกินกว่าที่จินตนาการจะนึกไปถึง)