โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้มน้ำมะเขือบ้า ให้สามีกินหวังเลิกเหล้า สุดท้ายน็อก หามส่ง รพ. หมอเตือนมีพิษ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 27 ส.ค. 2567 เวลา 18.21 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2567 เวลา 11.11 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

มหาสารคาม 27 ส.ค. – แพทย์เตือน มะเขือบ้า หรือ ลูกลำโพงกาสลัก มีพิษร้ายแรง เป็นอันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจอย่างรุนแรง ไม่ควรรับประทาน หลังชาวบ้านมหาสารคามนำไปต้มให้สามีดื่ม หวังให้เลิกเหล้า

จากกรณีโรงพยาบาลมหาสารคาม ได้รับผู้ป่วยที่ดื่มน้ำผลมะเขือบ้า แล้วมีอาการป่วยจนญาติต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ม.5 หนองข่า ต.ท่าตูม อ.เมืองมหาสารคาม สอบถามนางราตรี ภรรยานายทองแดง โดยเล่าว่า เอาหม้อที่ต้มลูกลำโพงกาสลัก หรือชาวบ้านเรียกว่า มะเขือบ้า มาให้ดู หลังเพื่อนบ้านเอามาให้บอกว่า ต้มมะเขือบ้าให้สามีกินแล้วจะเบื่อเหล้าไปเลย จึงต้มให้สามีกิน 2 ลูก หวังให้เลิกเหล้า แต่หลังจากช่วงเช้าสามีดื่มน้ำต้มมะเขือบ้าเข้าไป ช่วงบ่ายมีอาการน็อกจนต้องส่งตัวไปโรงพยาบาล

นพ.วัฒนะ ศรีวัฒนา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เตือนให้ระวังพิษร้ายจากลูกลำโพงกาสลัก (มะเขือบ้า) จัดเป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี มีความสูงของต้น 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ตามลำต้นและกิ่งก้านเป็นสีม่วง ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจอย่างรุนแรง ห้ามรับประทาน และควรป้องกันจากเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไม่ให้เข้าใกล้ หากได้รับพิษ รีบส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งนี้ แม้ปกติแล้วต้นลำโพงกาสลัก จะเป็นพืชสมุนไพร นำมาใช้ใบมาบดเพื่อทาป้องกันโรงผิวหนังได้ หากจะใช้สมุนไพรในการเลิกสุรา ต้องใช้เป็นรางจืด

ส่วนอาการพิษจากการกินลูกลำโพงกาสลัก ปากแห้ง คอแห้ง ม่านตาขยาย สู้แสงไม่ได้ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระสับกระส่าย สับสน หรือเกิดอาการประสาทหลอน ส่วนอาการของผู้ป่วย ตอนนี้ดีขึ้น คาดเย็นนี้กลับบ้านได้ . -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...