โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พลิกโฉม 6,500 ไร่ อู่ตะเภา สู่แอร์พอร์ตซิตี้ สถานบันเทิงครบวงจร 24 ชั่วโมง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ก.ย 2567 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2567 เวลา 16.27 น.

พลิกโฉม 6,500 ไร่ อู่ตะเภา สู่แอร์พอร์ตซิตี้ สถานบันเทิงครบวงจร 24 ชั่วโมง

อู่ตะเภา – วันที่ 19 มิถุนายน 2563 นับเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หลังคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (กพอ.) จับปากกาเซ็นสัญญากับบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ซึ่งเป็นการร่วมทุนของสองเจ้าสัว และยักษ์รับเหมา ระหว่าง บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC)

ผู้คว้าสัมปทานร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื้อที่ 6,500 ไร่ โดยทุ่มจ่ายผลตอบแทนให้รัฐถึง 305,555 ล้านบาท แลกสัมปทาน 50 ปี เพื่อสร้างอาณาจักรแห่งใหม่เป็นเกตเวย์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ใน “มาสเตอร์แพลน” การพัฒนาโครงการมีองค์ประกอบหลัก อาทิ ทางวิ่งมาตรฐาน 2 ทางวิ่ง ความยาว 3,500 เมตร รองรับเครื่องบินพาณิชย์ได้ทุกขนาด มีหลุมจอด อากาศยานรวม 124 หลุมจอด อาคารผู้โดยสารขนาดพื้นที่กว่า 450,000 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 60 ล้านคนต่อปี

ระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทันสมัยภายในอาคาร เช่น ระบบเช็กอินอัตโนมัติ ระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ หรือรถไฟ APM คลังสินค้า และฟรีเทรดโซน พื้นที่กว่า 470,000 ตารางเมตร รองรับการขนส่งสินค้าและศูนย์กระจายสินค้ากว่า 3 ล้านตันต่อปี เป็นต้น

นอกจากองค์ประกอบหลักยังมีองค์ประกอบที่ดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์และส่งเสริมการเป็นฮับการบินของโครงการ โดยพัฒนาพื้นที่ 1,000 กว่าไร่ เป็นแอร์พอร์ตซิตี้ มีพื้นที่กว่า 1 ล้านตารางเมตร พัฒนาเป็นศูนย์ธุรกิจ ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า เมดิคอลฮับ และออฟฟิศสำนักงาน

ยังมีพื้นที่คอมเมอร์เชียลเกตเวย์ 430,000 ตารางเมตร ตั้งเป้าจะใหญ่กว่าสยามพารากอนประมาณ 3 เท่า มีห้างสรรพสินค้า ดิวตี้ฟรี โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า และลักชัวรี่เอาต์เลต พื้นที่คาร์โก้และฟรีเทรดโซน 419,000 ตร.ม. จะเป็นพื้นที่ฟรีเทรดโซนที่สมบูรณ์ด้วยบริการแบบเบ็ดเสร็จ

ตามแผนแบ่งการก่อสร้างเป็น 4 เฟส โดยเฟสที่ 1 มีอาคารผู้โดยสารขนาดพื้นที่กว่า 157,000 ตารางเมตร พื้นที่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ อาคารจอดรถ ศูนย์ขนส่งภาคพื้นดิน และหลุมจอดอากาศยาน 60 หลุมจอด รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 15.9 ล้านคนต่อปี

เฟสที่ 2 อาคารผู้โดยสารมีพื้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 107,000 ตารางเมตร พร้อมทั้งติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) และระบบทางเดินเลื่อน รวมทั้งเพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 16 หลุมจอด รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 30 ล้านคนต่อปี

เฟสที่ 3 เป็นการต่อขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมจากระยะที่ 2 กว่า 107,000 ตารางเมตร เพิ่มจำนวนรถขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) อีก 1 ขบวน รวมทั้งเพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 34 หลุมจอด รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 45 ล้านคนต่อปี

เฟสที่ 4 ระยะสุดท้าย มีพื้นที่อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 เพิ่มขึ้นกว่า 82,000 ตารางเมตร พร้อมทั้งติดตั้งระบบ เช็กอินแบบอัตโนมัติ เพิ่มหลุมจอดอากาศยานอีก 14 หลุมจอด รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 60 ล้านคนต่อปี

แต่ด้วยสถานการณ์โควิด กระทบต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ทำให้ต้องเขย่าพิมพ์เขียวใหม่ ซอยการพัฒนาจาก 4 เฟส เป็น 6 เฟส โดยเฟสที่ 1 มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี เฟสที่ 2 จำนวน 15.9 ล้านคนต่อปี เฟสที่ 3 จำนวน 22.4 ล้านคนต่อปี เฟสที่ 4 จำนวน 30 ล้านคนต่อปี เฟสที่ 5 จำนวน 45 ล้านคนต่อปี และเฟสที่ 6 จำนวน 60 ล้านคนต่อปี

เพื่อให้รองรับผู้โดยสารของแต่ละระยะสอดคล้องกับประมาณการผู้โดยสารที่เปลี่ยนไป ในระยะแรกจะพัฒนาให้งานหลักให้รองรับผู้โดยสาร ไม่น้อยกว่า 12 ล้านคนต่อปี และจะลงทุนในระยะถัดไปในเฟสที่เหลือ เมื่อมีปริมาณผู้โดยสารถึง 80% แต่ยังกำหนดเป้าหมายให้สนามบินอู่ตะเภารองรับผู้โดยสารในปีสุดท้ายได้ 60 ล้านคนต่อปีเท่าเดิม

ไม่เพียงเท่านั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายให้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว สปอร์ตคลับและเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ดัน“สนามบินอู่ตะเภา” เป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยสาระสำคัญเป็นการกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการทุกประเภทที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เมืองการบิน 6,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่งเสริมในเขตอีอีซี ให้เปิดสถานบริการได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหลับใหล

รองรับแนวทางการส่งเสริมการตั้ง “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ในเมืองการบินภาคตะวันออกในพื้นที่อีอีซี หลังได้รับความเห็นชอบจาก “ครม.” ไปในปี 2565

เมื่อรัฐบาลไฟเขียว จะสร้างความมั่นใจ เพิ่มแรงจูงใจต่อนักลงทุนต่างชาติที่เอกชนผู้รับสัมปทานต้องการดึงเข้ามาลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่าขายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ 24 ชั่วโมง

ล่าสุดได้บรรจุ “สนามแข่งรถฟอร์มูล่าวัน” เพิ่มเข้าไปในพิมพ์เขียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้มีรายได้สูง ซึ่งอาจเช่าเหมาลำเครื่องบินมาจากต่างประเทศ และนำรถเข้ามาแข่งในพื้นที่นี้ จะเกิดการกระตุ้นการเดินทาง และสร้างรายได้มากขึ้น

“วีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เปิดเผยว่า ขณะนี้การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก บนเนื้อที่ 6,500 ไร่ อยู่ระหว่างออกแบบและพัฒนาคอนเซ็ปต์ของโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยมีเป้าหมายจะให้เมืองการบินอู่ตะเภาเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก คาดว่าจะเริ่มเดินหน้าโครงการได้ในปี 2568 เป็นต้นไป

“ในส่วนของเมืองการบิน จะมีเนื้อที่ประมาณ 1,200-1,500 ไร่ มูลค่าการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ล่าสุดเราได้นำสนามแข่งรถฟอร์มูล่า 1 ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เข้ามาบรรจุไว้ในแผนการพัฒนาในเฟสแรกด้วย ซึ่งพื้นที่อยู่รอบนอกสนามบิน และนอกเขตการบิน คาดเปิดบริการปี 2571 พร้อมกับสนามบิน” วีรวัฒน์กล่าว

พร้อมอธิบายว่าภายในโครงการเมืองการบินยังประกอบด้วยหลายส่วนที่เป็นกิจกรรมเชิงพาณิชย์ อาทิ งานแสดงสินค้าและการจัดประชุม (MICE) พื้นที่ 230,000 ตารางเมตร, อารีน่า 12,000 ที่นั่ง, ศูนย์การค้าระดับโลกกว่า 160,000 ตารางเมตร, โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ระดับ3-6 ดาว ขนาด 7,650 ห้อง, เมดิคัลฮับ, สำนักงานเกรดเอ เป็นต้น โดยจะเปิดให้บริการสำหรับนักเดินทางตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการลงทุน ส่วนสถานบันเทิงนั้น ยังไม่ได้มีการพูดถึงในขณะนี้

แม้ซีอีโออู่ตะเภา จะยังไม่เฟิร์ม แต่มีข่าวสะพัดหนาหูว่ากลุ่มบีทีเอสเตรียมดึงทุนยักษ์จากดูไบเข้ามาลงทุน

ขณะที่ “รัฐบาลเพื่อไทย” ก็ได้ปักหมุดให้ “อู่ตะเภา” เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไว้บนแผนที่โลกแล้ว

ล่าสุดระหว่างรอร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … ผ่านอนุมัติ ได้มียักษ์ต่างชาติแสดงความสนใจจะเข้ามาลงทุน

ไม่ว่าบริษัท เอ็มจีเอ็ม รีสอร์ตส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์, กาแล็กซี่ เอ็นเตอร์เทนเมนต์, แซนด์ส ไชน่า, วินน์ มาเก๊า และกลุ่ม Las Vegas Sands Corporation เป็นต้น เช่นเดียวกับนักลงทุนไทยก็ซุ่มศึกษาอภิมหาโปรเจ็กต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นี้ เช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลิกโฉม 6,500 ไร่ อู่ตะเภา สู่แอร์พอร์ตซิตี้ สถานบันเทิงครบวงจร 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...