โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

รีวิว Megalopolis นคราอาเพศ งานศิลปะสุดเซอร์เรียล ทุ่มทุนสร้างกว่า 4,100 ล้านบาท!

LSA Thailand

อัพเดต 01 ต.ค. 2567 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
Megalopolis

Megalopolis เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในช่วงนี้ นอกจากการเป็นผลงานที่ใช้เวลาถึงสี่ทศวรรษในการสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นโปรเจกต์ที่ผู้กำกับระดับตำนานอย่าง “ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา” ควักกระเป๋าตัวเองถึง 4,100 ล้านบาท! แน่นอนว่าความคาดหวังที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้สูงมาก มาดูกันว่ามีอะไรที่เราชอบหรือไม่ชอบ และหนังเรื่องนี้ให้ข้อคิดหรือคุณค่าอะไรบ้าง!

Relate article

เรื่องน่ารู้ Transformers One หนังที่ดีที่สุดในบรรดาหนังทรานส์ฟอร์เมอร์ส

รีวิว Young Woman and the Sea หนังชีวประวัติของ Gertrude (Trudy) Ederle ผู้หญิงคนแรกที่ว่ายฝ่าช่องแคบอังกฤษ

Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในภาพยนตร์

Lifestyle Asia rating: 5/5 (คารวะแด่การขายไร่องุ่นเพื่อมาลงทำหนัง มีผู้กำกับคนไหนให้มากกว่านี้หรือเปล่า!)

ประเภท: ประเภทของภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างยากที่จะกำหนด เพราะมันเป็นการผสมผสานระหว่าง นิยายวิทยาศาสตร์ (Sci-Fi) กับ ดราม่าการเมือง ที่มีเรื่องราวเชิงปรัชญาแทรกซึมอยู่ นี่คือหนังที่ใช้ฉากในโลกอนาคตที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ก็เต็มไปด้วยแนวคิดจากปรัชญาคลาสสิกและการเมืองโรมันโบราณ ทำให้เป็นการเล่าเรื่องที่แตกต่างออกไปจากสิ่งที่เราเคยเห็นในหนังทั่วไป

นักแสดงนำ:

  • Adam Driver รับบทเป็น Cesar Catilina
  • Giancarlo Esposito รับบทเป็น Mayor Cicero
  • Nathalie Emmanuel รับบทเป็น Julia Cicero
  • Aubrey Plaza รับบทเป็น Wow Platinum
  • Shia LaBeouf รับบทเป็น Clodio Pulcher
  • Jon Voight รับบทเป็น Hamilton Crassus III
  • Laurence Fishburne รับบทเป็น Fundi Romaine

ผู้กำกับ: Francis Ford Coppola จาก The Godfather และ Apocalypse Now

เวลา: 2 ชั่วโมง 18 นาที

ดูได้ที่ไหน: โรงภาพยนตร์

ดูได้เมื่อไหร่: 26 กันยายน 2567

Photo Credit: by Courtesy of Lionsgate/Courtesy of Lionsgate – © 2024 Lionsgate via IMDb

เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้

สิ่งที่ทำให้ Megalopolis โดดเด่นมากคือ วิสัยทัศน์ทางศิลปะของโคปโปลา ภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเสมือนการชมความฝันที่บ้าคลั่งและน่าตื่นเต้น การเล่าเรื่องที่ผสมผสานระหว่างความจริงและจินตนาการ ฉากภาพที่ดูเวิ้งว้างและเต็มไปด้วยความหมายซ่อนเร้นนับว่าเป็นไฮไลต์ที่ชวนให้คิดมากมาย อีกทั้งยังมีการใช้เทคนิคการถ่ายทำที่แปลกใหม่ที่ทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้ไม่เหมือนกับที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ

เราไม่ชอบตรงไหน

แม้ว่า Megalopolis จะมีความคิดสร้างสรรค์และเป็นศิลปะที่งดงาม แต่สิ่งที่อาจทำให้ผู้ชมบางคนรู้สึกสับสนคือ การเล่าเรื่องที่ไม่เป็นเส้นตรง บางฉากดูไม่ต่อเนื่อง บางครั้งเราอาจรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผล หรือเรื่องราวไม่ได้พัฒนาไปตามทิศทางที่คาดหวังได้ หลายคนอาจรู้สึกว่าบางตอนนั้นยาวเกินไปหรือล้นเกินไป ทำให้เสียจังหวะของเรื่อง แต่หากคุณชอบความซับซ้อนหรือการตีความลึกซึ้ง นี่อาจเป็นข้อดีแทนก็ได้

เนื้อเรื่องย่อ

เนื้อหาของ Megalopolis ตั้งอยู่ในโลกอนาคตที่คล้ายคลึงกับนิวยอร์กซิตี้ แต่ถูกเรียกว่า“นิวโรม” เมืองนี้กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายทางการเมืองและสังคมที่ลึกลับ อดัม ไดรเวอร์ รับบทเป็นเซซาร์ คาทาลินา สถาปนิกผู้ที่กำลังต่อสู้เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ของเมืองขึ้นมา ในขณะเดียวกัน เขาต้องรับมือกับการขัดแย้งทางการเมืองกับนายกเทศมนตรี แฟรงก์ลิน ซีเซโร (จิอันคาร์โล เอสโพซิโต) และเรื่องราวซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อมีเรื่องความรักระหว่างเขากับลูกสาวของนายกเทศมนตรี อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่หนังที่เน้นเรื่องความรักหรือการเมืองเท่านั้น แต่เป็นหนังที่สะท้อนถึงโครงสร้างทางสังคมและการล้มเหลวของมันต่อมนุษย์

Photo Credit: by Courtesy of Lionsgate/Courtesy of Lionsgate – © 2024 Lionsgate via IMDb

รู้จักผู้กำกับระดับตำนาน: ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา

“คอปโปลา” คือผู้กำกับที่เป็นที่รู้จักจากผลงานที่มีความลึกซึ้งและทรงพลัง อย่าง The Godfather และ Apocalypse Now ชื่อของเขาถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในฐานะหนึ่งในผู้กำกับที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการ คอปโปลามีสไตล์การสร้างภาพยนตร์ที่ไม่ธรรมดา ซึ่งมักจะมีการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนและการวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคม Megalopolis ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนความเป็นอัจฉริยะของเขา เพราะเขาได้รวบรวมความคิดปรัชญาและการเมืองเข้ามาในภาพยนตร์เพื่อท้าทายความคิดของผู้ชม

ความฝันและความเป็นจริง

จะบอกว่า Megalopolis เป็นเหมือนการเดินทางในฝันก็ไม่ผิด ฉากแต่ละฉากเหมือนเราเดินลอยผ่านเมืองที่สร้างจากความคิดของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ฉากบางฉากก็สวยงามจนลืมหายใจ แต่บางฉากก็ทำให้เราต้องขมวดคิ้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่ เพราะโคปโปลาเขาทำให้เส้นแบ่งระหว่างความฝันกับความจริงมันเลือนลางมาก เราอาจจะนั่งชมหนังเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องศิลปะที่เต็มไปด้วยภาพเขียนแปลกตา ต้องตีความกันเองว่าเขาต้องการบอกอะไร

มันคือการผสมผสานระหว่างภาพความฝันและปรัชญาชีวิต แน่นอนว่าหนังไม่ได้เน้นเรื่องราวที่เป็นเส้นตรงแบบทั่วไป มันเป็นเหมือนการฝันที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้บางครั้งเราอาจงงหรือรู้สึกว่าฉากนั้นแปลกไป แต่ถ้าเข้าใจตรงนี้แล้ว ดูไปเถอะ! เพราะมันคุ้มกับความท้าทายนี้แน่นอน

Photo Credit: by Courtesy of Lionsgate/Courtesy of Lionsgate – © 2024 Lionsgate via IMDb

วิสัยทัศน์ของโคปโปลาที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และปรัชญา

คุณชอบหนังที่มีการอ้างอิงประวัติศาสตร์เยอะ ๆ ไหม? ถ้าชอบล่ะก็ Megalopolis จัดมาเต็ม! ตั้งแต่การพูดถึงบุคคลสำคัญอย่าง Julius Caesar และ Cicero ในประวัติศาสตร์โรมัน ไปจนถึงการอ้างอิงถึงนักปรัชญาอย่าง Marcus Aurelius นี่คือหนังที่มี Easter Egg ทางปรัชญาและวรรณกรรมกระจายอยู่เต็มไปหมด

การเอาความคิดจากอดีตมาผสมกับโลกอนาคตที่โคปโปลาสร้างขึ้นทำให้เรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีความลึกมากกว่าภาพยนตร์ไซไฟทั่วไป แถมยังทำให้เราต้องนึกถึงคำถามทางปรัชญาเช่น “สังคมเราจะไปทางไหน?” และ “เราควรยึดติดกับอดีตแค่ไหนในโลกอนาคต?”

Photo Credit: by Courtesy of Lionsgate/Courtesy of Lionsgate – © 2024 Lionsgate via IMDb

การสำรวจความล้มเหลวของสังคมและวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ

มองย้อนกลับไปที่ Megalopolis นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวเกี่ยวกับคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเมือง แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการวิพากษ์โครงสร้างสังคมที่เราเห็นทุกวันนี้ โคปโปลาเขาตั้งคำถามว่า “สังคมของเราทำให้มนุษย์ล้มเหลวไหม?” ในขณะที่เราเห็นเซซาร์ คาทาลินา พยายามสร้างสังคมที่ดีกว่า แต่เขาก็ต้องต่อสู้กับระบบเก่าและวิสัยทัศน์เดิม ๆ ที่คอยขัดขวาง

มันเหมือนกับการที่สังคมไม่ยอมปล่อยให้ความคิดใหม่เข้ามาแทนที่สิ่งที่ล้าหลัง แต่ความขัดแย้งนี้ก็เป็นหัวใจหลักที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีพลัง ความพยายามในการสร้าง“นิวโรม” ที่ดีกว่าของเซซาร์ สะท้อนถึงความพยายามของเราทุกคนที่จะสร้างโลกใหม่ แต่บ่อยครั้งที่ระบบและการเมืองกลับเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง

สไตล์การถ่ายทำและการแสดงที่ท้าทาย

พูดถึงสไตล์การถ่ายทำ ต้องยอมรับว่าโคปโปลาไม่ได้ทำอะไรตามกรอบ เขาเลือกใช้วิธีที่เรียกว่า การถ่ายทำแบบด้นสด ซึ่งหมายความว่าบางฉากในหนังเป็นผลมาจากการด้นสดของนักแสดง ไม่มีสคริปต์ที่ชัดเจน บางครั้งเขาให้แนวคิดกับนักแสดง แล้วปล่อยให้พวกเขาแสดงออกมาเอง ผลลัพธ์คือการแสดงที่มีความเป็นธรรมชาติ และบางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่มีการควบคุมเลย

นักแสดงอย่างอดัม ไดรเวอร์ และจิอันคาร์โล เอสโพซิโต ต้องรับบทบาทที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งสองต้องรับมือกับการตีความตัวละครที่ไม่ค่อยแน่ชัดว่ามีเป้าหมายหรือความต้องการอะไรกันแน่ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกถึงความสับสนในใจตัวละครเช่นเดียวกันกับที่พวกเขากำลังเผชิญหน้า

Photo Credit: by Courtesy of Lionsgate/Courtesy of Lionsgate – © 2024 Lionsgate via IMDb

Megalopolis อาจไม่ใช่หนังที่ทุกคนจะชอบในทันที แต่แน่นอนว่ามันเป็นหนังที่ท้าทายความคิดและให้ข้อคิดเชิงปรัชญาที่ลึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องการล้มเหลวของสังคมและความสำคัญของการมีวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ในการสร้างอนาคต

ถ้าคุณเป็นคนชอบหนังที่ทำให้ต้องนั่งคิดนาน ๆ หลังจากดูจบ Megalopolis คือหนังที่คุณต้องดู มันไม่ได้แค่เล่าเรื่อง แต่มันเป็นการสื่อสารกับคุณผ่านภาพ การแสดง และปรัชญา แม้บางครั้งอาจดูยากที่จะเข้าใจ แต่ทุกครั้งที่คุณตีความบางสิ่งใหม่ คุณจะพบความหมายที่ลึกซึ้งมากขึ้น นี่แหละคือศิลปะของโคปโปลาที่คุณไม่ควรพลาด!

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero Images Credit: by Courtesy of Lionsgate/Courtesy of Lionsgate – © 2024 Lionsgate via IMDb
Featured Images Credit: by Courtesy of Lionsgate/Courtesy of Lionsgate – © 2024 Lionsgate via IMDb

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...