ดีมานด์ข้าวเมล็ดสั้นภาคใต้พุ่ง โรงสีหาซื้อจากภาคอีสานป้อนฟาร์มไก่โต
โรงสีเบนเข็มทำ “ข้าวเมล็ดสั้น” สำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ เหตุความต้องการพุ่ง ฟาร์มเลี้ยงไก่ในพื้นที่ภาคใต้โต
นายไพโรจน์ โรจนรัตน์ ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพัทลุง และโรงสีท่าโพธิ์ค้าส่งค้าปลีก จ.พัทลุง เปิดเผยว่าสถานการณ์ข้าวส่งออกมีการแข่งขันกันสูง ส่งผลให้ราคาผันผวน โดยราคาข้าวเมล็ดสั้นปรับตัวลงมาที่ 7,500 บาท/ตัน ส่วนราคาข้าวเมล็ดยาวอยู่ที่ 5,500 บาท/ตัน จากราคาข้าวทั้งสองชนิดที่เคยอยู่ที่ 12,000 บาท/ตันเช่นกัน จึงมีรายได้ต่อหน่วยไม่คุ้มทุน บางฤดูกาลผู้ประกอบการโรงสีส่วนหนึ่งต้องชะลอการรับซื้อ เพราะปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกที่มีน้อยไม่สมดุลกับกำลังการผลิตของโรงสีจึงไม่คุ้มทุนที่จะเดินเครื่อง จึงจำเป็นต้องยุติไป
ปัจจุบันโรงสีในภาคใต้เหลือไม่กี่โรงอีกทั้งพื้นที่ทำนาทยอยลดลง โดยชาวนาส่วนหนึ่งได้นำพื้นที่ไปลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่วนโรงสีที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ก็ปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้เดินต่อได้ โดยหันมาดำเนินธุรกิจข้าวเมล็ดสั้นสำหรับเลี้ยงไก่เพิ่มจากสีข้าวให้คนบริโภค
“โรงสีข้าวท่าโพธิ์ เป็นรายแรกของภาคใต้ที่ได้ปรับกลยุทธ์หันมาสีข้าวเปลือกเมล็ดสั้น เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มประกอบการเลี้ยงไก่ ไก่พื้นบ้าน ฟาร์มไก่บ้าน ไก่ชน และฟาร์มไก่ชน” นายไพโรจน์กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันข้าวเมล็ดสั้นเลี้ยงสัตว์ที่นิยมปลูกกันมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ กข.81 และข้าวพันธุ์เบญจมุก ซึ่งปริมาณผลผลิตที่ได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทั้งที่ จ.พัทลุง ทำนาถึง 4 ครั้ง/ปี โดยเฉพาะโรงสีท่าโพธิ์ มีสัดส่วนการรับซื้อข้าวเปลือกเมล็ดยาว ประมาณ 40% และข้าวเมล็ดสั้น 60% โดยสามารถเปิดรับซื้อได้เกือบ 10,000 ตัน/ปี แต่ปริมาณผลผลิตที่รับซื้อได้ประมาณ 2,000-3,000 ตันต่อปี
ดังนั้นในพื้นที่ภาคใต้ จึงมีการซื้อข้าวเมล็ดสั้นจากพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้ามาประมาณหลายหมื่นตัน/ปี เพราะข้าวเมล็ดสั้นทางภาคใต้ยังทำกันน้อยมาก แม้ว่าทางโรงสีได้พยายามส่งเสริม แต่ชาวนาคงจะกังวลและขาดความเชื่อมั่น
“ข้าวเมล็ดสั้นยังไม่พอต่อความต้องการของตลาดภายในประเทศไทย ที่ผ่านมาชาวนาในภาคกลาง ภาคอีสาน ก็ได้หันมาทำข้าวเมล็ดสั้น และได้มีส่วนแบ่งการตลาดทางภาคใต้ไปจำนวนหนึ่ง ข้าวเมล็ดสั้นจึงยังมีแนวโน้มที่ดี และโรงสีข้าวส่วนหนึ่งจึงได้หันมาทำข้าวเมล็ดสั้นโดยเฉพาะพัทลุง รายใหญ่ประมาณ 3 โรง และอีก 2 โรง ยังทำปริมาณไม่มาก” นายไพโรจน์กล่าว
นายสมศักดิ์ พานิช ประธานชมรมโรงสีข้าวระโนด เจ้าของโรงสีข้าวทิพย์พานิชย์ อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า ภาวะข้าวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่น่ากังวลเนื่องจากตลาดโลกมีการแข่งขันสูง ทั้งข้าวอินเดีย ข้าวเวียดนาม ต่างเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในขณะที่ต่างประเทศต้นทุนต่ำ ปริมาณผลผลิตมาก ขณะที่ข้าวไทยต้นทุนสูงค่อนข้างสูง ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายากำจัดศัตรูพืช เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน จึงส่งผลต่อราคาข้าวไทยในฤดูนาปรังปีนี้เมื่อเทียบกับนาปรังปีที่แล้วจะมีระยะห่าง เช่น ปีนี้ราคา 5,500 บาท/ตัน ราคาประมาณ 5.50 บาท/กก. โดยนาปรังปีที่แล้ว ราคาประมาณ 9,000-11,000 บาท/ตัน ราคาประมาณ 9-10 บาท/กก.
นายประจวบ เกตุนิ่ม ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลควนขนุน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ฤดูข้าวนาปรังในภาคใต้ปี 2568 ช่วงที่ผ่านมาราคาผันผวนมาก โดยเฉพาะข้าวเปลือกเมล็ดยาวพันธุ์ กข.43, กข.55 และ กข.79 เคลื่อนไหวปรับตัวลงมาที่ 5,500 บาท/ตัน
ส่วนข้าวเมล็ดสั้นพันธุ์ กข.81, กข.91 ที่นำไปทำอาหารสัตว์ ช่วงต้นฤดู ราคาประมาณ 7,800 บาท/ตัน ช่วงปลายฤดูเหลือ 7,300 บาท/ตัน หากเทียบกับข้าวเปลือกนาปรังเมล็ดยาว และเมล็ดสั้นของภาคใต้ ปี 2567 ราคาเฉลี่ยประมาณ 12,000 บาท/ตันเท่ากัน ขณะที่ต้นทุนการผลิตประมาณ 4,000-4,500 บาท/ไร่
ปรากฏการณ์ข้าวเมล็ดสั้นที่นำไปทำอาหารเลี้ยงสัตว์ไก่สูงกว่าข้าวที่คนบริโภค เพราะฟาร์มเลี้ยงไก่ในพื้นที่ภาคใต้มีการขยายตัวเติบโตมากขึ้น ขณะที่ข้าวเมล็ดยาวที่คนบริโภค ชาวนาในภาคใต้มีการปลูกปริมาณน้อย เพราะมีข้าวสารจากส่วนกลาง และตลาดข้าวสารออนไลน์ เข้ามาตีตลาดขายในราคาต่ำประมาณ 18 บาท/กก. ขณะที่ราคาข้าวสารในตลาดภาคใต้อยู่ที่ประมาณ 22-25 บาท/กก.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีมานด์ข้าวเมล็ดสั้นภาคใต้พุ่ง โรงสีหาซื้อจากภาคอีสานป้อนฟาร์มไก่โต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net