ทะเลเปลี่ยน ชีวิตพัง โลกร้อนดันปลาหนีขึ้นเหนือ “ญี่ปุ่น” เสี่ยงสูญวัฒนธรรมอาหาร
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นเห็นได้ชัดเป็นพิเศษในญี่ปุ่น โดยอุณหภูมิน้ำทะเลรอบประเทศเพิ่มขึ้นในอัตรามากกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงสองเท่า โดยในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.33 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ความร้อนนี้ไม่ได้กระจายอย่างสม่ำเสมอ แต่ส่งผลแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ตั้งแต่ฮอกไกโด คาบสมุทรอิซุ ไปจนถึงญี่ปุ่นตะวันตก
พื้นที่ที่ทะเลอุ่นขึ้นเร็วที่สุดอยู่ทางตอนเหนือ โดยเฉพาะทะเลญี่ปุ่นและมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งโทโฮคุ นักวิจัยระบุว่า ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิที่สูงขึ้นไปเปลี่ยนรูปแบบลม กระแสน้ำ และอุณหภูมิน้ำทะเลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่
อีกปัจจัยสำคัญคือ กระแสน้ำคุโรชิโอะ ซึ่งพาน้ำอุ่นจากเขตร้อนขึ้นมาตามชายฝั่งตอนใต้ของญี่ปุ่น กระแสน้ำนี้อยู่ในสภาวะคดเคี้ยวนานผิดปกติกว่า 7 ปี 9 เดือน ส่งผลให้น้ำทะเลอุ่นผิดปกติไหลขึ้นไปถึงฮอนชูและโทโฮคุ นักวิจัยพบว่า น่านน้ำชายฝั่งโทโฮคุตะวันออกมีอุณหภูมิสูงกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมราว 6 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องถึงสองปี และบางจุดใต้ผิวน้ำสูงกว่าถึง 10 องศา
ชายฝั่งซันริกุ ซึ่งเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพสำคัญจากการบรรจบกันของกระแสน้ำอุ่นและเย็นกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์เคยมองว่า “เป็นไปไม่ได้” กลับเกิดขึ้นจริง ส่งผลให้ปลาท้องถิ่นอย่างแซลมอน สาหร่ายเคลป์ ปลาหางเหลือง และปลาทู ลดจำนวนลง ถูกแทนที่ด้วยปลาอย่างปลาดาบเงินและปลาปักเป้า
ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ระบบนิเวศ แต่ลามถึงตลาดและปากท้อง ชาวประมงที่จับปลาได้ชนิดไม่คุ้นเคยไม่สามารถขายได้ เพราะร้านอาหารไม่พร้อมปรับเมนู ขณะเดียวกัน อุณหภูมิฤดูร้อนที่ร้อนจัดยังทำให้ปลาหางเหลืองจากฟาร์มเลี้ยงตายจำนวนมากในชิโกกุและคิวชูตอนใต้ ส่งผลให้ปริมาณปลาลดลงอย่างมาก
ฮอกไกโดและโทโฮคุกำลังเผชิญการลดลงของการจับแซลมอนอย่างหนัก โดยในปี 2025 ปริมาณแซลมอนที่จับได้ในฮอกไกโดต่ำกว่าปี 2022 ถึงเกือบ 5 เท่า ขณะที่ทั่วประเทศ วัฒนธรรมอาหารทะเลก็เริ่มเปลี่ยน ปลาบางชนิดที่เคยเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น เช่น ปลาดาบเงินในอ่าวโอซาก้า แทบหายไปภายในเวลาไม่กี่ปี
ที่คาบสมุทรอิซุ นักดำน้ำพบปลาสีสันสดใสจากเขตร้อนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่การท่องเที่ยว แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ นี่คือสัญญาณอันตราย เพราะอุณหภูมิน้ำทะเลอุ่นขึ้นจนสิ่งมีชีวิตเขตร้อนสามารถอยู่รอดในฤดูหนาวและขยายพันธุ์ได้ ส่งผลให้ปลาเจ้าถิ่นต้องแข่งขันแย่งพื้นที่
ผลกระทบทางวัฒนธรรมเห็นได้ชัดจากการลดลงของ เทงูสะ สาหร่ายที่ใช้ทำ “โทโคโระเท็น” อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของอิซุ ตั้งแต่กระแสน้ำคุโรชิโอะเริ่มคดเคี้ยว ผลผลิตเทงูสะร่วงลงอย่างหนัก กระทบกิจการครอบครัวและทำให้คนรุ่นใหม่ไม่สืบทอดอาชีพ ประชากรในหลายเมืองชายฝั่งลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างอุณหภูมิน้ำทะเลกับการย้ายถิ่นของผู้คน
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ธุรกิจและชุมชนบางส่วนพยายามปรับตัว เช่น ร้านซูชิรายใหญ่ที่เพิ่มเมนูปลาชนิดใหม่ ลงทุนด้านเพาะเลี้ยง และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า แนวคิดการกินปลาตามฤดูกาลแบบดั้งเดิมอาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของโลกที่อุ่นขึ้นอีกต่อไป
ทะเลที่อุ่นขึ้นกำลังเปลี่ยนญี่ปุ่นไปมาห ตั้งแต่ระบบนิเวศ อาหาร วัฒนธรรม ไปจนถึงโครงสร้างประชากร นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ในยุควิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของอุณหภูมิน้ำทะเลอาจเกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดการณ์ได้ และอาจทำลายอาชีพดั้งเดิมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นภายในเวลาอันสั้น ทะเลญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของปลา แต่คือสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมทั้งระบบ
ภาพ: Reuters
ที่มา: japantimes.co.jp
#TNNEARTH #ปลาแซลมอน #ทะเลญี่ปุ่น #โลกร้อน #ญี่ปุ่น #ภัยพิบัติ #ภาวะโลกร้อน #โลกเดือด #สภาพอากาศสุดขั้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "ญี่ปุ่น" กระอัก ยอดดิวตี้ฟรีดิ่งหนัก เซ่นพิษ ตึงเครียด "จีน" ปม "ไต้หวัน" จับตาเขย่าท่องเที่ยวยาว
- ปัญหาสิ่งแวดล้อม โจทย์ท้าทาย พรรคการเมืองไทย
- สภาพอากาศสุดขั้ว กำลังทำโลกปั่นป่วน ดร.สนธิชี้ อนาคตจะหนักกว่านี้
- มหาสมุทรร้อนทุบสถิติ ร้อนที่สุดในรอบ 1,000 ปี สัญญาณเตือนภัยพิบัติเริ่มแล้ว
- อาร์กติกกำลังเปลี่ยนไป เข้าสู่สภาพอากาศสุดขั้วยุคใหม่ พืชเสี่ยงล้มตาย สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์