"จตุพร–วรงค์" ผนึกกำลัง ปั้นกีฬาไทยจากรากฐานถึงระดับโลก ลั่น ไม่มีรถขนฝัน มีแต่รถแห่งความจริง
"จตุพร–วรงค์" ผนึกกำลัง ปั้นกีฬาไทยจากรากฐานถึงระดับโลก ลั่น ไม่มีรถขนฝัน มีแต่รถแห่งความจริง เชื่อกีฬาไทยโตอย่างมืออาชีพ - หวัง สร้างอุตสาหกรรมกีฬา เมคอินไทยแลนด์
วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ สนามกีฬา ทรู บีจี สเตเดียม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกพรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับชมฟุตบอลไทยลีก ถึงนโยบายเกี่ยวกับกีฬาของพรรคโอกาสใหม่ ว่า วันนี้เราโชคดีที่มีผู้สมัครบัญชีรายชื่อ คือ นายวรงค์ ทิวทัศน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้มาร่วมกับพรรคโอกาสใหม่ และได้นำเสนอสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับกีฬาของไทย จากการหารือกันตนคิดว่าการกีฬาเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ พลานามัย สังคม ตนเชื่อว่าการกีฬาต้องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย นี่คือส่วนที่มีความสำคัญ ซึ่งนายวรงค์ จึงได้นำเสนอว่านโยบานเรื่องที่มีความสำคัญคือเรื่องของ อุตสาหกรรมการกีฬา ที่เราต้องยอมรับว่ากีฬามีความสำคัญต่อทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่เจริญที่มีการแข่งขันกีฬาต่างๆ สำหรับประเทศไทยเราก็มีอต่อาจจะไม่เต็มที่เท่าไหร่ โดยพรรคโอกาสใหม่ก็จะมาส่งเสริมตรงนี้ อย่าลืมว่านักกีฬาของเรามีนักกีฬาอาชีพค่อนข้างมาก อาทิ ฟุตบอล มวย ก็สามารถทำรายได้ให้กับประเทศได้ ขณะเดียวกันก็มีคนที่สนใจกีฬาหลายอย่างที่เป็นกีฬาหลักของไทย เช่น มวยไทย เขาก็มาฝึกที่ประเทศไทย ก็ทำรายได้ให้ประเทศไทยด้วย แต่จะทำอย่างไรให้กีฬาของไทยได้มาตรฐาน ทำอย่างไรให้บอลไทยไปสู่บอลโลก และทำอย่างไรให้กีฬาไทยเข้าสู่สากลได้มากที่สุด โดยเราควรมีสภาอุตสาหกรรมกีฬา ให้มีความหลากหลายของคนที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน
นายจตุพร กล่าวต่อว่า เรื่องกีฬาจริงๆ มีหลายส่วน เพราะนโยบายของเราเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของสวัสดิการ ซึีงประเทศไทยของเรามีบุคคลากรที่มีประสิทธภาพ เริ่มตั้งแต่เด็กในพื้นที่ต่างๆ ต้องสนับสนุนให้น้องๆ ก้าวเข้ามาอยู่ในวงกีฬ และเราต้องหาแมวมอง ต้องมีการเรียนฟรี มีการส่งเสริมให้เข้าสู่การกีฬา เพราะวันนี้เราตองแยกแยะระหว่างการเรียนกับการกีฬา หลลายคนกังวลว่าเป็นนักกีฬาแล้วจะไม่มีเวลาเรียน ไม่มีความรู้ เพราะฉะนั้นราต้องมีวิธีการให้เขา ทั้งนี้เมื่อเรียนเสร็จเป็นนักกีฬแล้วเราต้องส่งเสริมให้อยู่ในระบบ มีการแข่งขันให้เกิดความหลากหลาย ขณะเดียวนักกีฬาอาชีพเราก็ต้องดูแลทั้งระบบ ตนคิดว่ากีฬาคือส่วนสำคัญในการสร้างประเทศ ฉะนั้นนโยบายของพรรคโอกาสใหม่ก็จะดำเนินการตรงนี้อย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงการแข่งขันซีเกมส์ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกมองว่าด้อยไปหน่อย หากเป็นรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายจตุพร กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้อย่าไปด้อยค่ากันดีกว่า ทุกคนที่แข่งขันกีฬาก็ต้องมุ่งแข่งขันกัน ส่วนแพ้หรือชนะก็เข้าใจได้ ตนคิดว่าการแข่งขันกีฬาทั้งโลกเขามีการพัฒนาอยู่แล้ว เราจะไปมองว่าดีกว่าตรงนั้นตรงนี้ไม่ได้ เราต้องพัฒนาตัวเองให้มากที่สุด โดยเริ่มจากพื้นฐานก่อน เราต้องยกระดับให้เขามีรายได้ที่เหมาะสม ให้เขาอยู่ในวงการ อย่าไปทิ้งเขา ฉะนั้นตนคิดว่าโภชนาการ วิทยาศาสตร์ การกีฬา ต้องมาทั้งหมดในการแข่งขันต่างๆ เรื่องนี้จะทำให้นักกีฬาของเราไปสู่ระดับโลกได้ เราจ้องพัฒนาของเรา อย่าไปมองคนอื่น เราต้องเต็มที่ สร้างรายได้ให้กับประเทศมากๆ
เมื่อถามว่าถือว่าเราได้เปรียบหรือไม่ นายจตุพร ระบุว่า ถือว่าได้เปรียบ เพราะเขาก็หารือเรื่องนโยบายด้วยกัน และตนก็คิดว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ ตนคิดว่าคนทั่วโลกตื่นตัว และสิ่งหนึ่งที่เป็นอุตสาหกรมที่ต่อเนื่องคือเรื่องของผลิตภัณฑ์กีฬา เรื่องสปอตแวร์ เรื่องชุดต่างๆ หากเรามีแบรนด์ที่มีความเกหมาะสม คนให้ความสนใจ ตนคิดว่าเมคอินไทยแลนด์จะทำให้การค้าขาย เศรษฐกิจจะดีขึ้น ซึ่งทั่วโลกเข้าใจอยู่แล้วว่าอาจจะไม่ใช่ยี่ห้อของเรา แต่การที่เขามาผลิตในประเทศไทยคนก็สนใจ และจะมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่อไป ในเรื่องของการผลิต การค้าขายสินค้า
เมื่อถามว่าเราจะสามารถพัฒนาวงการกีฬาของเราไปเทียมนานาชาติได้หรือไม่ นายวรงค์ กล่าวว่า จริงๆ เราเป็นประเทศที่มีศักยภาพในหลายด้าน อาทิ ภูมิรัฐศาสตร์ที่เราไม่ได้มีภัยธรรมชาติรุนแรงมากมาย หากสังเกตจะเห็นว่าหลายประเทศทั่วโลกใช้ประเทศไทยเป็นฐานการฝึกซ้อม เก็บตัว ซึ่งเรื่องนี้ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ส่วนในเรื่องของบุคลากรจริงๆ เรามีบุคลากรที่สนใจกีฬาหลากหลสยประเภท และมีตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับอาชีพ ซึ่งตนเชื่อว่าศักยภาพที่เรามีสามารถยกระดับได้ และพร้อมจะยกระดับได้ทุกเวลาด้วยซ้ำไป เพียงแต่เราต้องวางโครงสร้างให้ถูกต้องเหมาะสม และเหมาะกับบริบทของความเป็นไทย เพราะเราจะไปเอาโมเดลของต่างประเทศที่เขาพัฒนาแล้วและมีความแตกต่างจากเรามาเป็นตัวอย่างทั้งหมดก็ไม่ได้ แต่ต้องเอามาปรับให้เหมาะสมกับความเป็นไทย ซึ่งตนเชื่ออย่างยิ่งว่าศักยภาพของไทยในทุกๆด้าน มีความพร้อมหมด เพียงแต่ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยเอามารวมเป็นก้อนเดียวกัน แล้วขับเคลื่อนไปพร้อมกัน จึงคิดว่าตรงนี้เป็นโอกาสที่สำคัญมาก ที่พรรคโอกาสใหม่ให้พื้นที่ตนเข้ามาดูเกี่ยวกับเรื่องของกีฬา ซึ่งตนเชื่อว่าทั้งศักยภาพของประเทศไทยและศักยภาพของพรรคจะสามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬาได้อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อถามถึงบรรยากาศในการได้ชมไทยลีกในวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายจตุพร กล่าวว่า ตนคิดว่าก็ดี ที่ได้เห็นทั้งการแข่งขันและความเป็นมืออาชีพ รวมถึงเห็นนักบอลต่างชาติที่เข้ามาในเมืองไทยก็ไม่ใช่น้อย ทำให้เห็นถึงความตื่นตัวของกีฬาฟุตบอล ซึ่งประเทศไทยมีกีฬาที่หลากหลาย มีนักกีฬาที่เก่ง เช่น กอล์ฟที่เรามีมือหนึ่งของโลกที่เป็นผู้หญิง นั่นคือแรงจูงใจให้น้องๆ เข้ามาสู่วงการกีฬา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีการฝึกซ้อม และมาตรฐานต่างๆ โดยพรรคโอกาสใหม่พร้อมจะสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เราเชื่อว่ากีฬาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ
เมื่อถามว่าชอบกีฬาเมืองนอกทีมไหนเพราะอะไร นายจตุพร ระบุว่า ตนชอบทีมแมนซิตี้ เพราะตนเคยไปเที่ยวแถวนั้นบ่อยๆ เคยเข้าไปในสนามและดูบอลมาโดยตลอด ตอนนี้ก็เห็นถึงพัฒนาการและความตั้งใจในการทำงานของทีมแมนซิตี้ ชอบวิธีการเล่น ชอบผู้จัดการทีมที่มีความเป็นผู้นำสูง มีความหลากหลาย และมีการคิดระบบในการทำงาน แต่สำหรับฟุตบอลจริงๆก็ชอบดูทุกทีม ซึ่งก็คล้ายกับพรรคโอกาสใหม่ที่เราอยู่บนพื้นฐานของมืออาชีพ เราถึงเลือกที่จะเอาการบริหารนำการเมือง นั่นคือสิ่งที่เป็นมอตโต้ของเราในการทำงาน จึงคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เราจะผลักดันในเรื่องของการกีฬา
เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อกรณีหมอนทองฟีเวอร์ นายจตุพร เปิดเผยว่า ตนก็ได้ติดตามดูและเห็นถึงความตั้งใจของน้องๆ ซึ่งก็เป็นเหมือนตอนที่ตนไปจับเบอร์พรรค ก็เอารถขายฝันคล้ายๆ ทีมหมอนทองไป ตนคิดว่าเรื่องนี้อยากให้ต่อยอด อย่าให้เป็นปรากฏการณ์ที่คนมาเชียร์แล้วหายไป แต่เราต้องเอาส่วนนี้เป็นจุดสำคัญที่จะทำให้เห็นว่าในความเป็นจริงทุกพื้นที่ของเราทุกคนมีโอกาสหมด หากรู้จักการฝึกซ้อม ตั้งใจ และมีความตั้งใจที่จะมีฝันแล้วเข้าไปให้ถึงใกล้ที่สุด เรื่องนี้คือสิ่งที่ตนอยากหยิบยกให้เป็นแรงผลักดันกับทุกคนที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ให้คล้ายกับพรรคโอกาสใหม่
เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นเลขาสมาคมฟุตบอลมาเจ็ดปี คิดว่าจุดที่เราขาดอยู่เกี่ยวกับฟุตบอลไทย หากได้เป็นรัฐบาลแล้วจะพัฒนาอะไร นายวรงค์ กล่าวว่า จริงๆการจะไปเป็นหนึ่งในทีมที่จะเล่นบอลโลกรอบสุดท้ายไม่ใช่แค่นึกฝันเอา แต่ต้องเตรียมโครงสร้างตั้งแต่พื้นฐาน ตั้งแต่ประชากรฟุตบอลต้องมีจำนวนมากพอที่จะให้ทีมชาติหยิบไปใช้ได้ตลอดเวลา ยิ่งมีจำนวนมากก็ยิ่งเกิดการแข่งขันที่จะเอาไปเป็นตัวจริง ซึ่งส่วนนี้ตนเชื่อว่าประเทศไทยพร้อมทุกอย่าง เพียงแต่เราขาดการวางระบบ และการวางโครงสร้างให้เหมาะสม เพื่อต่อยอดอย่างเป็นระบบและมีเป้าหมายที่ชัดเจน และการตั้งเป้าหมายสูงก็ไม่ได้แปลว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่เพื่อให้เราหาวิธีการไปสู่เป้าหมายนั้นให้ได้ และตนเชื่อว่าพรรคโอกาสใหม่ก็พร้อมที่จะซัพพอร์ตแนวคิดต่างๆ ของคนกีฬา
เมื่อถามว่าหากได้เป็นรัฐบาลคำว่ารถขนฝันของน้องน้องทีมหมอนทองจะยังเกิดขึ้นมั้ย หรือไม่ใช่นโยบายของพรรค นายวรงค์ เปิดเผยว่า ระบบ Ecosystem ของอุตสาหกรรมกีฬาบ้านเรามีครบ แต่ไม่เคยนำมาให้เป็นระบบสักที ซึ่งหากเราทำให้เป็นระบบไม่ว่าจะเป็นรถขายฝันหรือรถขนฝัน ก็จะเป็นส่วนหนึ่งเหมือนกับครีเอทีฟอีโคโนมี่ เพราะมองเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ได้ ถือเป็นมูลค่าที่สำคัญ เราอาจมีของที่ระลึกเป็นรถออกมา จริงๆเรื่องนี้อยู่ในระบบอุตสาหกรรมกีฬาทั้งหมด ไม่ได้อยู่เฉพาะเรื่องของในสนาม แต่เรื่องนอกสนามก็มีเต็มไปหมด ตนเชื่อว่าสิ่งที่พรรคโอกาสใหม่ให้โอกาสทุกคนในประเทศนี้ ตนคิดว่าจะเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ส่วนตนก็จะใช้ความถนัดเปลี่ยนแปลงประเทศด้านการกีฬา
ด้านนายจตุพร กล่าวเสริมว่า ไม่มีรถขนฝันถ้าจะเลือกพรรคโอกาสใหม่ มีแต่รถแห่งความเป็นจริง ไม่มีขนฟันแล้วมีแต่รถของความเป็นจริง