“ผมคิดว่าถึงเวลาที่ผมต้องลุกขึ้นสู้” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เมื่ออดีตหมอชนบทเข้าสู่สนามการเมือง
แม้ว่าชื่อของ หมอจุ๊ก-นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จะใหม่สำหรับสนามการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งสงขลา เขต 2 เขตไข่แดงทางเศรษฐกิจของหาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จรดพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองอู่ตะเภา
ทว่าชื่อเสียงของเขาในฐานะ ‘หมอชนบท’ นั้นไม่ธรรมดาทีเดียว เขาเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะมายาวนาน ก่อนย้ายไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ขณะเดียวกันหมอจุ๊กยังเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท ผู้กล้าท้าทายชนกับระบบ เขาเดินหน้าวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างเผ็ดร้อน ไม่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะชื่ออะไร ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 เขาพากลุ่มแพทย์ชนบทบุกกรุง เป็นด่านหน้าในการตรวจคัดกรอง จนมีคำสั่งสอบวินัยร้ายแรง
ไม่เพียงเท่านั้น อีกหมวกหนึ่งเขายังเป็นหนึ่งในหัวหมู่ทะลวงฟันของกลุ่มนักอนุรักษ์ กลุ่ม NGO ชูธงสีเขียวเคลื่อนไหวคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะนะ และมีภาพ NGO ติดตัวตลอดเวลา
เดือนที่แล้ว หลังการยุบสภาฯ โดยคู่ตรงข้ามของเขา อนุทิน ชาญวีรกูล ไม่นานนายแพทย์สุภัทรตัดสินใจถอดเสื้อกาวน์ขาวลงสวมเสื้อส้ม เป็นตัวแทนพรรคประชาชนลงสมัคร สส.สงขลา เขต 2 ในนามพรรคประชาชน
สมรภูมิเลือกตั้งในเขตนี้กลายเป็นเขตที่ดุเดือดที่สุด เมื่อเขาต้องชนกับแชมป์เก่า สส. 2 สมัย อย่าง ศาสตรา ศรีปาน ที่รอบนี้ลงกับพรรคภูมิใจไทย และจูรี นุ่มแก้ว อดีตดาว TikTok ที่ลงกับพรรคประชาธิปัตย์
รอบที่แล้ว พรรคก้าวไกลแพ้อันดับ 1 ไปเพียง 150 คะแนน คำถามคือเมื่อได้ผู้สมัครชื่อชั้นอย่างหมอจุ๊ก พรรคส้มจะมีสิทธิปักธงที่หาดใหญ่ พื้นที่ภัยพิบัติรุนแรงจากเหตุอุทกภัยก่อนหน้านี้หรือไม่
The Momentum มีโอกาสพูดคุยยาวๆ กับหมอจุ๊กที่หาดใหญ่ เพื่อเปิดใจคุยถึงตัวตน การลงสนามเสื้อส้มชิงชัยในหาดใหญ่ และมุมมองของเขาต่อสารพันปัญหา ตั้งแต่เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ เรื่อยไปจนถึงอุดมการณ์
จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง
ต้องย้อนก่อนว่า ในช่วงที่ผมเรียนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้นทุนทางการเมืองที่สำคัญกับผมมาก ผมทำกิจกรรมออกค่ายชนบทต่างๆ ขณะเดียวกันในช่วงปี 4 ผมได้รับเลือกให้เป็นนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ ซึ่งตรงกับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น กำลังคุกรุ่นกับการเข้ามาของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) พลเอก สุจินดา คราประยูร ขึ้นสู่อำนาจจนนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
ในช่วงนั้นผมเข้าร่วมไปประท้วงด้วยเจตนาต่อต้านรัฐบาลทหาร ประกาศไม่เอารัฐบาลเผด็จการ ถัดมาผมได้รับเลือกเป็นเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) นำนักศึกษาต่อสู้กับระบบเผด็จการที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย หลังเรียนจบมาก็จะใช้ทุนในฐานะแพทย์ชนบท ยาวนานถึง 30 ปี อยู่ในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ผมเลือกโรงพยาบาลชุมชนเป็นฐานที่มั่น เป็นพื้นที่ปลอดภัยขนาดใหญ่ของผม แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นกรงทองให้ผมมีเสรีภาพในการโบยบิน สามารถวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ สร้างรูปแบบระบบสุขภาพเล็กๆ ในอำเภอได้ ช่วงนั้นผมก็ไม่เคยคิดว่าจะผันตัวเองเป็นนักการเมือง
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การเข้ามาเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบทในปี 2563 ผมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในทุกสมัย โดยเฉพาะรัฐบาลทหาร คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สานต่อสู่รัฐบาลผ่านการเลือกตั้ง ผมวิจารณ์ตลอดว่า 8 ปีพอแล้ว
ต่อมาเกิดโรคระบาดโควิด-19 ในกรุงเทพฯ เป็นที่แรก และการทำงานของแพทย์หลายแห่งเริ่มไม่ไหว ชมรมแพทย์ชนบทจึงได้จัดแพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ ยกกำลังจากต่างจังหวัดรวมพลังไปช่วยกรุงเทพฯ จัดชุดตรวจคัดกรองเพื่อแยกผู้ป่วยในพื้นที่ต่างๆ พร้อมวิจารณ์เรื่องการจัดซื้อวัคซีน แต่สิ่งที่เจอคือปฏิกิริยาเชิงลบจากผู้มีอำนาจ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับผู้ใหญ่ในกระทรวงไม่ดี มีการสอบวินัยพร้อมเรียกคุยจากผู้ใหญ่ในกระทรวง ซึ่งกล่าวกับผมว่า การเป็นข้าราชการต้องเป็น 24 ชั่วโมง ข้าราชการที่ดีต้องเงียบและสยบยอม การเป็นข้าราชการต้องไม่คัดค้านกับนโยบายของรัฐบาล ผลคำตัดสินในการสอบสวนคือ การกระทำของผมทำให้เสื่อมเสียซึ่งเกียรติยศของข้าราชการที่ดี ทั้งหมดนี้มันบั่นทอนความตั้งใจและความรู้สึกในการทำงานด้านสาธารณสุขพอสมควร
ต่อมาในเดือนมกราคม 2566 มีคำสั่งย้ายผมไปสังกัดโรงพยาบาลสะบ้าย้อย พร้อมกับการกดดันให้ลาออกจากราชการ มีคำสั่งสอบวินัยเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit (ATK) บอกว่าเป็นการจัดซื้อที่ผิดวินัยร้ายแรง มีการให้คนมารื้อห้องทำงานที่โรงพยาบาลจะนะ เพื่อหาจุดบอดจุดที่ทำให้ผมต้องออกจากราชการให้ได้ ทั้งหมดชัดเจนมากว่า นี่คือการกลั่นแกล้ง
ปัญหาทั้งหมดล้วนสะสมและส่งผลเรื่อยมา ทำให้กรงทองของผมมีเสรีภาพน้อยลงทุกวัน ขณะเดียวกันการสอบวินัยเหมือนเป็นมีดปักหลังไม่ให้ผมขยับไปไหนได้ ทว่าจุดเปลี่ยนจริงๆ คือการโดนคำสั่งให้ออกจากราชการ ผมมองว่าเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม ประกอบกับปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับเมืองหาดใหญ่ ทำให้ผมเห็นว่า ความรู้ความสามารถของผมไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในกรงทอง สามารถเข้ามาแก้ปัญหาให้ประชาชนได้อีกมากมาย ประกอบกับในแต่ละช่วงการเลือกตั้งพรรคสีส้ม ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ก้าวไกล เคยชวนผม แต่ปฏิเสธมาโดยตลอด จนตอนนี้เป็นพรรคประชาชน ผมว่าถึงเวลาที่ผมต้องลุกขึ้นสู้
คุณกล่าวมาตลอดว่า การอยู่ในระบบราชการโดนกดดัน กลั่นแกล้ง แปลว่าภายในระบบมีความบิดเบี้ยว
ข้อแรกความตึงของระเบียบราชการมีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีการออกระเบียบใหม่ แต่ไม่มีการปลดระเบียบเก่า และชุดความคิดแนวทางการป้องกันการทุจริตไม่สามารถทำได้จริง เสมือนเป็นการทำใบปะหน้าเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ อาจจะป้องกันการทุจริตได้ในระดับเล็ก แต่การทุจริตขนาดใหญ่ไม่สามารถป้องกันได้เลย จึงชัดเจนว่าระบบราชการอาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร
ต่อมาคือเรื่องบุคลากร เพราะหัวใจของระบบราชการคือเรื่องของคน ข้าราชการต้องตอบสนองปัญหาของผู้คนได้ ทว่าระเบียบที่มัดรัดแน่นจนแทบไม่สามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง และมีทีท่าว่าจะดูแลได้น้อยลงเรื่อยๆ ประกอบกับสิ่งที่สำคัญไม่หย่อนไปกว่ากัน คือการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหาร ตั้งแต่ระดับกลางจนถึงระดับสูง มีการแทรกแซงของเกมการเมืองเข้ามาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 5-8 ปีที่ผ่านมา ในโรงพยาบาลต่างๆ จากอาจารย์ผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือมาโดยตลอดเริ่มมีแนวโน้มที่ต้องทำงานรับใช้การเมืองมากกว่าการดูแลประชาชน
ในมุมมองผม ทั้ง 2 ข้อ คือสิ่งที่ทำให้ระบบราชการของประเทศเรากำลังบิดเบี้ยวและไม่ตอบโจทย์กับการดูแลประชาชน
เชื่อว่าการเข้ามาของพรรคประชาชนจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ได้หรือ
ผมว่าเป็นพรรคเดียวที่มีนโยบายการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งดีที่สุดเท่าที่เห็น นั่นคือการกระจายอำนาจ คำว่ากระจายอำนาจไม่จำเป็นต้องมีแค่การเลือกตั้งท้องถิ่นเท่านั้น อาจจะหมายถึงการตั้งองค์การมหาชนเข้ามา เพื่อดูแลงานแทนระบบราชการแบบเก่า หรือแทนระบบราชการแบบภูมิภาค
หลายฝ่ายมองว่า อุดมการณ์ของพรรคประชาชนค่อนข้างชัด แล้วอุดมการณ์ของคุณเป็นอย่างไร
พรรคประชาชนมีอุดมการณ์ที่ชัดเจนมากใต้ปีกประชาธิปไตยในฝั่งประชาชน ผมว่าในมุมมองนั้นพรรคอาจจะชัดกว่าผมด้วยซ้ำ เพราะหลังจากเรียนจบมา ผมทำงานในด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข เรื่องของคุณภาพชีวิตมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นในเรื่องโครงสร้างผมจึงอาจจะไม่ชัดเท่าพรรค แต่สิ่งที่ผมถนัดคือพัฒนาคุณภาพชีวิตฐานราก การทำงานกับชาวบ้าน เช่น เรื่องสิทธิชุมชน โดยภาพรวมจึงมีความใกล้เคียงกัน สามารถไปในทิศทางเดียวกันและทำงานด้วยกันได้
หากอุดมการณ์พรรคคือประชาธิปไตย แต่บางคนอาจมองว่า ครั้งหนึ่งคุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรียกร้องให้เกิดการรัฐประหาร ในฐานะแนวร่วมของ กปปส.
ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องบริบทในเงื่อนไขเวลา ในห้วงนั้นผมเข้าร่วมกับกลุ่ม กปปส.จริงและค่อนข้างจริงจังมากด้วย มีการสนับสนุนจากทีมแพทย์ชนบท นำรถแพทย์ไปช่วยดูแลเรื่องปฐมพยาบาลให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม มีการเบิกจ่ายยาไปกับทีมแพทย์เคลื่อนที่ จนถึงช่วงสถานการณ์สุกงอม เราเริ่มได้กลิ่นไม่ดี พอมีการรัฐประหาร ผมถึงได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า เราไม่ได้ออกมาเรียกร้องเพื่อให้ทหารทำรัฐประหาร แต่เราเรียกร้องเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง
บทเรียนในครั้งนั้นสอนให้รู้ว่า การปฏิรูปโดยอาศัยอำนาจพิเศษไม่มีอยู่จริง มายาคติอัศวินขี่ม้าขาวไม่มีจริง ผมรู้แล้วว่าอำนาจพิเศษไม่ใช่เพื่อประชาชน แต่เป็นเพียงเพื่อการรักษาอำนาจของกลุ่มชนชั้นนำเท่านั้นเอง หลังรัฐประหารผมได้แต่กลับมาแสดงตัวตนแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า เราไม่เอาทหาร
ต่อมารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายเรื่องพลังงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน เรื่องสัมปทานพลังงาน พวกเราทีมแพทย์ชนบทและคนใต้ในพื้นที่รวมตัวกันราว 200 คน เดินเท้าจากใต้เข้ากรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินราว 2-3 เดือน ซึ่งตลอดระยะทางโดนทั้งทหารและตำรวจมาขวางกั้นตลอดเส้นทาง พร้อมเชิญตัวไปเรียกคุย เราขึ้นประกาศในกลุ่มผู้ร่วมเดินว่า ใครพร้อมที่จะโดนจับให้ก้าวออกมา แน่นอนว่าผมจะทิ้งพี่น้อง ทิ้งกลุ่ม NGO ทิ้งชาวบ้านไปได้อย่างไร ผมก้าวเดินออกไปด้วย คนที่ก้าวออกไปวันนั้นรวมผมด้วยก็มีกัน 11 คน ต่อมาทหารก็จับตัวเราขึ้นรถไปขังอยู่ในค่ายทหารเสนาณรงค์ที่หาดใหญ่ จากทั้งหมดผมว่าก็เป็นการแสดงตัวตนของผมที่ชัดเจนว่า เราไม่ได้เรียกร้องการรัฐประหาร เราไม่เรียกร้องการสยบยอมต่ออำนาจทหาร
ถัดมาผมก็เข้าร่วมกับนิสิตนักศึกษาที่เริ่มชุมนุมผูกโบขาวในปี 2563 ร่วมแคมเปญไม่เอาลุง มีลุงไม่มีเรา ช่วงนั้นเรามีความหวังมากกับขบวนการนิสิตนักศึกษา ผมไปร่วมชุมนุมครั้งสำคัญที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมรู้สึกฮึกเหิมและเต็มไปด้วยกำลังใจ ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่ผมรู้สึกว่าต้องขอโทษ จากการกระทำผมในอดีตที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทหารออกมา ผมเขียนโพสต์ไปในโลกออนไลน์ แต่การขอโทษเพียงอย่างเดียวก็ดูจะน้อยเกินไป
สิ่งที่ผมทำคือ ผมก็กลับมาช่วยน้องๆ ที่โดนคดีทางการเมือง ซึ่งในฐานะหมอผมก็ช่วยไปเป็นพยานให้กับผู้ร่วมชุมนุม ที่โดนคดีจากพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ผมก็บอกตัวเองว่า อาจจะเป็นการไถ่บาปส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็เป็นการช่วยสนับสนุนน้องๆ เท่าที่ทำได้ เพราะพวกเขาก็บาดเจ็บพอสมควรจากการที่โดนอำนาจรัฐเล่นงาน
หากย้อนไปได้คุณอยากพูดอะไรกับตัวเองที่ไปร่วม กปปส.เพื่อเรียกอำนาจพิเศษออกมา
เป็นการคิดที่ไม่ได้มองไปข้างหน้าให้สุด เป็นบทเรียนที่ผิดพลาด สำหรับบางคนที่เข้าร่วมเขาอาจจะคิดว่า กำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่สำหรับผมชัดเจนว่า นี่คือเส้นทางที่พลาดของผม แม้จะต่อสู้ไปพร้อมกับเพื่อนๆ ซึ่งล้วนมีความหวังดีในช่วงต้น เพราะเราก็อยากเห็นประเทศชาติเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ต้องยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นเราก็ไม่เห็นความหวังของการเปลี่ยนแปลงอื่นใด เห็นแต่เพียงวงจรการเมืองที่มันซ้ำซาก
แต่เมื่อมีการกำเนิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่จึงกลายเป็นความหวัง อย่างน้อยในช่วงนั้นเราอาจจะไม่ได้ลงมาเล่นเอง แต่เรามีความหวังที่พรรคจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้
ส่วนใหญ่จะเห็นคุณทำงานในพื้นที่จะนะ สะบ้าย้อย แต่ทำไมถึงต้องเป็นเมืองหาดใหญ่ สงขลา เขต 2
ประเด็นแรก หาดใหญ่เป็นบ้านของผม ผมเกิดและเติบโตในเมืองหาดใหญ่ บ้านหลังแรกผมอยู่ในตลาดริมถนนสาย 1 ผมจึงรู้สึกผูกพันกับเมืองหาดใหญ่มาโดยตลอด
อีกประเด็นที่สำคัญคือ ผมรู้สึกว่าหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางของการสร้างความเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ที่อำเภอจะนะ ผมสนิทกับชาวบ้านพอสมควร อำเภอสะบ้าย้อยเองเป็นพื้นที่ทำงาน ทว่าอำนาจในการต่อรองในเชิงโครงสร้างยังไม่มากเท่าในหาดใหญ่ ผมรู้สึกว่าหากสามารถเข้ามาจัดการวางแบบระบบพัฒนาเศรษฐกิจ ประสานงาน ช่วยกันทำงานด้านความคิด จะทำให้สงขลาทั้งจังหวัดเปลี่ยน หรืออาจจะเปลี่ยนภาคใต้เปลี่ยนประเทศได้
ผมเชื่อว่า หาดใหญ่คือศูนย์กลางของความเปลี่ยนแปลง ทั้งในหน่วยวิชาการ พลังของผู้คน ปัญญาชน ส่วนราชการ หรือแม้แต่องค์กรเอกชนล้วนอยู่ที่นี่ทั้งหมด ทั้งภาคราชการและธุรกิจ นั่นคือคำตอบว่าทำไมจึงต้องเป็นเมืองหาดใหญ่
ทำไมคุณจึงลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขต ในนามพรรคประชาชน
ผมครุ่นคิดอยู่ช่วงหนึ่งว่า หลังเลือกเส้นทางการเมือง ผมจะลงสมัครแบบใด ระหว่างบัญชีรายชื่อกับแบบเขต ผมจึงเริ่มด้วยการตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราถนัดแบบไหน ผมตอบคำถามตัวเองว่า ที่ผ่านมาลักษณะการผลักดันนโยบายของผม คือการสร้างโมเดลพื้นที่ในเรื่องต่างๆ เพื่อยกชูนโยบายจากภาคประชาชน จากโมเดลสู่ตัวขับเคลื่อนนโยบาย
ภารกิจแรกจึงเป็นการสร้างโมเดลให้สำเร็จ เช่น ภารกิจโซลาร์เซลล์ ผมเอาโซลาร์เซลล์มาติดเป็นโรงพยาบาลแรกๆ พร้อมเก็บข้อมูลเก็บรายละเอียด ค่อยๆ ขับเคลื่อนจนทำได้จริง จากเรื่องเล็กๆ กลายเป็นฐานที่ทำได้จริง แม้มันจะมีข้อโต้แย้งจากหน่วยงานราชการบ้าง
อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าพร้อมที่จะสร้างโมเดลของหาดใหญ่ขึ้นมา เศรษฐกิจหาดใหญ่แบบไหนที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ หรือคุณภาพชีวิตของคนจนเมือง แล้วนำนโยบายนี้ไปเคลื่อนต่อถึงที่อื่น
ผมไม่เชื่อเรื่องนโยบายที่ออกมาจากคนในห้องแอร์ แล้วลงมาบังคับใช้กับคนทั้งประเทศซึ่งหวังว่าจะเป็นจริง ผมว่านโยบายที่มาจากข้างบนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง มันจะเป็นเพียงนโยบายแต่ไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ ทั้งหมดจึงทำให้ผมคิดว่า ผมลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขตจะเหมาะสมที่สุด
การเข้ามาของคุณนั้น หลายฝ่ายกล่าวว่า เสียดายไม่น่ามาลงการเมืองเป็นหมอนักขับเคลื่อนดีอยู่แล้ว
ผมได้ยินและเห็นคนพูดน้อยกว่าที่คิด ซึ่งผมยอมรับว่าก่อนจะมาก็มีความกังวลว่า เราจะมาเสียคนตอนแก่บ้างไหม คนจะมองว่าที่เราทำมาทั้งชีวิตก็เพื่อเป็นนักการเมือง ซึ่งเราทำมาทั้งหมดเราทำด้วยความคิดว่า อยากจะขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงด้วยความเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ
แต่เมื่อออกมา ปรากฏว่าชุดคำวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเหล่านี้น้อยกว่าที่คิด มีบ้างแต่ก็ไม่มาก หรืออาจจะเป็นเพราะอัลกอริทึมในโซเชียลฯ ให้เราเห็นอีกแบบก็ไม่ทราบ
การที่คุณมาลงเล่นการเมืองภาพฝันของคุณใหญ่ขนาดไหน
ถ้าเป็นไปได้ก็หวังว่าจะเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข หากเป็นไปได้ก็จะไปให้ถึงตรงนั้น
อย่างไรก็ตาม การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง จำต้องเป็นฝั่งบริหาร หากเราหวังเลือกตั้งเพื่อจะได้เพียงฝ่ายค้านก็คงไม่ใช่ เราหวังจะเป็นรัฐบาล หวังสร้างผลงานและการเปลี่ยนแปลง เพราะเราคิดมาตลอดว่าเรื่องระบบสุขภาพ เรื่องสิ่งแวดล้อม เราสามารถทำได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้จริงๆ ปัจจุบันเรายังเห็นในสิ่งที่ไม่ลงตัวหลายเรื่อง
หลายฝ่ายมองว่า ระบบสาธารณสุขในประเทศกำลังพังทลาย
สิ่งนี้น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก และระบบสาธารณสุขในประเทศกำลังพังทลายจริง หัวใจของระบบสุขภาพตอนนี้คือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า จำแนก 2 ประการประกอบด้วย 1. หลักประกันสุขภาพ ประชาชนมีสิทธิรักษาสุขภาพฟรี นี่คือรัฐสวัสดิการที่ดีที่สุดของเราซึ่งได้รางวัลระดับโลก 2. ระบบสาธารณสุข ระบบบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)
ดังนั้นหัวใจของปัญหาคือ งบประมาณของประเทศไม่เพียงพอ ซึ่งการแบ่งสัดส่วนยังน้อย ยังเป็นเค้กก้อนเล็ก สวนทางกับภารกิจสาธารณสุขทั่วประเทศ ทำให้การจัดสรรของโรงพยาบาลไม่สามารถทำได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะโรงพยาบาลกำลังแย่งเค้กก้อนเล็กกันเอง
คำถามคือทำอย่างไรให้การจัดสรรเงินมันลงตัวเป็นเค้กก้อนใหญ่ขึ้น แต่เค้กก้อนใหญ่แปลว่าเศรษฐกิจต้องดี ถ้าเศรษฐกิจยังมี GDP เพียง 2% ไม่นานจะเหลือ 1% กว่า เค้กไม่มีทางจะก้อนใหญ่ ถ้าอย่างนั้นต้องกลับมาแก้โจทย์หลักคือฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากของรัฐบาลทุกพรรค
จริงไหมที่พรรคประชาชนไม่เคยแตะเรื่องปัญหาในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพราะคุณกำลังจะเตรียมเข้ามาสังกัดพรรค
ผมว่าไม่เกี่ยว คือพรรคก้าวไกลก่อนจะมาเป็นประชาชน เน้นในเรื่องการประกันสังคมก้าวหน้า พรรคเข้าไปจัดการเยอะมาก และได้ผลมากเช่นกัน ส่วนภารกิจเรื่อง สปสช. ผมเชื่อว่า พรรคมีธง มีแนวคิดของระบบประกันสุขภาพที่ดีขึ้น หมายถึงการจัดการ การบริการ ซึ่งมันเป็นเรื่องเดียวกันในทัศนะของพรรค แต่เขาคงไม่ลงมารื้อหรือล้วงในเชิงรายละเอียดมาก แต่ว่าอนาคตหากผมเข้าไปได้ ผมคงต้องเข้ามาดูในเรื่องนี้จริงจัง
หากการเลือกตั้งคือการสอบ วันนี้คุณพร้อมขนาดไหน
ผมอุ่นเครื่องในพื้นที่ก่อนวันจับสลากหมายเลข (27 ธันวาคม 2568) มาประมาณ 1 สัปดาห์ ด้วยการเดินทั้งในพื้นที่เขตเมืองและในพื้นที่เขตชุมชน ได้ลองแวะเวียนไปมาหมดแล้ว รวมทั้งเรื่องสื่อสารผ่านกระแสต่างๆ ดังนั้นถ้าให้ตอบ คงต้องตอบว่าพร้อมมาก ขณะเดียวกันก็ต้องทำงานหนักมาก แผนของผมคือการเดิน ผมจะเดินทุกวัน เดินลงพื้นที่ให้มากที่สุด เพราะผมคิดว่าต้องเจอผู้คน ต้องเจอความจริง
เราจะไม่เดินแบบยกมือไหว้แจกใบปลิว เราจะเดินลงพื้นที่นั่งคุยและรับฟัง บ้านไหนที่เขาพร้อมเล่า เราพร้อมฟัง คุยกันให้นานขึ้นเก็บปัญหาและข้อเสนอของเขามา ซึ่งผมกลับมาก็จะเขียนทุกวันว่า ชุมชนนี้เห็นอะไร หรือบางทีเป็นเชิงประเด็นก็จะเขียนโน้ตไว้ เพื่อกลับมาวางแผนแก้ปัญหาในอนาคตต่อไป
แน่นอนว่ามีคนตั้งคำถามถึงคุณ เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจ ATK และการแพทย์ชนบทบุกกรุง
แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ ผมคิดว่าใน 2-3 ปีที่ผ่านมา การสอบวินัยต่างๆ ถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปาก หรือเป็นมีดปักหลังไว้ ปักหลังด้วยวินัยไม่ให้ซ่า เมื่อคุณขยับตัวมากเกินไป เขาจะแทงมิดลงไป วินัยจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมผม รวมถึงหลายๆ คนที่โดน ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ยังไม่จบ
กรรมการสอบสวนวินัยชุดแรก มีข้อสรุปให้ปลดผมออกจากราชการ ต่อมามีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม เพราะคำสั่งให้ออกจากราชการมีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่เห็นว่า ควรเอาออก กับฝ่ายที่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว ดังนั้นเพื่อให้ลงตัวที่สุดจึงต้องสอบสวนเพิ่มเติม ทำให้คดีกำลังอยู่ในช่วงการสอบสวนเพิ่มเติม ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
คุณกังวลไหมว่า การสอบสวนคดีดังกล่าวจะส่งผลถึงการลงสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้
ลึกๆ ผมค่อนข้างเชื่อมั่นใน 2 ประการ ประการแรกผมเชื่อมั่นในการกระทำ และเนื้อหาสาระที่ผมทำมาตลอด ยินดีให้เผยแพร่เอกสารต่อสาธารณะทั้งหมด ไม่มีอะไรต้องปิดบัง สามารถให้ผู้ใหญ่ นักกฎหมาย มาตรวจสอบอย่างเต็มที่ ประการที่ 2 คือผมเชื่อมั่นในข้าราชการประจำชุดนี้ ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับผมได้ ดังนั้นไม่ถึงกับกังวล แต่แน่นอนว่ามีดเล่มนี้ยังคงปักหลังผมอยู่
ในฐานะผู้เสนอตัวเป็น สส.หาดใหญ่ ปัญหาของเมืองหาดใหญ่คืออะไร
หัวใจของเมืองหาดใหญ่คือเศรษฐกิจ หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่าง หาดใหญ่มีเครื่องจักรทางเศรษฐกิจหลายตัว แน่นอนว่าเครื่องจักรที่สำคัญที่สุดคือ ภาคธุรกิจการค้าขายส่งออก รองลงมาคือการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวหลักคือประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรป จีน เป็นส่วนน้อย
ส่วนเครื่องจักรด้านสุขภาพในสงขลาแข็งแกร่งมาก เพราะมีทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ซึ่งธุรกิจด้านสุขภาพเป็นธุรกิจที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจหาดใหญ่ ขณะเดียวกันในภาควิชาการ จังหวัดสงขลามีมหาวิทยาลัยจำนวน 5 แห่ง ซึ่งขับเคลื่อนนักวิชาการ นักวิจัยจำนวนไม่น้อย นอกจากนี้คือภาคเกษตรกรรม ประมง ซึ่งอาจจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็เป็นภาคที่หล่อเลี้ยงผู้คนจำนวนมาก สุดท้ายคืออุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามเขตรอบนอกของหาดใหญ่ ไปจนถึงอำเภอสะเดา อำเภอจะนะ
ปัญหาหลักคือเครื่องจักรทางเศรษฐกิจเหล่านี้เริ่มติดขัด ทางแก้ประการหนึ่งคือ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวปัจจุบันมีตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งโรงแรมในหาดใหญ่ที่สามารถรองรับได้มีจำนวนเพียง 2.5 หมื่นห้อง หากสามารถเพิ่มจำนวนได้อีกก็ย่อมทำให้ได้นักท่องเที่ยวมากขึ้น จะดียิ่งขึ้นหากสามารถทำให้เขามาเที่ยวได้ถึง 5 ล้านคนต่อปี หากทำได้เศรษฐกิจหาดใหญ่ต้องดีขึ้น ร้านอาหารธุรกิจจะเติบโต คนก็จะมีงานทำมากขึ้น ร้านค้าก็จะไม่เงียบเหงา
ขณะเดียวกันที่ด่านขาเข้าศุลกากร นักท่องเที่ยวต้องรอคิว 3-5 ชั่วโมงกว่าจะผ่านมาได้ ซึ่งหากทำให้เร็วขึ้นได้ นักท่องเที่ยวเขาจะมีความสุขและอยากเข้ามามากขึ้น หรือเรื่องรถไฟรางคู่จากมาเลเซีย ซึ่งเมื่อเข้าไทยก็ต้องมาเปลี่ยนขบวนบ้านเรามีความยุ่งยากประมาณหนึ่ง อย่างไรก็ดีเรื่องการต่อรถไฟรางคู่จากมาเลเซีย เชื่อมต่อให้ถึงสถานีรถไฟหาดใหญ่ เป็นความฝันของคนในพื้นที่หาดใหญ่ที่คิดว่าต้องทำให้ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เครื่องจักรต่างๆ ตอนนี้กำลังโดนแรงกระแทกจากภัยพิบัติน้ำท่วม คนหาดใหญ่ผ่านวิกฤตน้ำท่วมมาทั้งชีวิต เรารู้ว่าช่วงกลางเดือนตุลาคม-ปลายเดือนพฤศจิกายนคือช่วงหน้าฝน ช่วงที่ต้องเตรียมตัวรับมือฝนตกหนัก ขณะเดียวกันเราก็นึกไม่ถึงว่า น้ำจะท่วมถึงเพดานและท่วมยาวนานขนาดนี้ ภายใน 2 วัน ฝนตกมากถึง 600 มิลลิเมตร รวมฝนตกหนักในเขตเมืองหาดใหญ่ยาวนานถึง 7 วัน ไม่เคยมีมาก่อน ต้องร่วมกันจัดการวิกฤตเรื่องนี้ให้ได้ อย่างน้อยก็ต้องผ่อนหนักเป็นเบา เพื่อให้เครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่เหลือยังไปต่อได้
หากคุณได้เข้ามาจะหาทางรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างไร
การแก้ไขระยะสั้น เท่าที่ทำได้คือเรื่องของการเตรียมความพร้อม ดูแลรักษาชีวิตของประชาชน รักษาทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด ทุกบ้านต้องมีถุงยังชีพล่วงหน้า มีอุปกรณ์แบตเตอรีสำรอง ภาครัฐต้องมีแผนอพยพประชาชนที่ชัดเจน หากเกิดแผ่นดินไหว น้ำท่วม ประชาชนต้องรู้ว่าไปตรงไหน สถานที่ศูนย์อพยพต้องมีพร้อมทั้งน้ำและอาหาร ที่สำคัญต้องมีเครื่องปั่นไฟ เพราะเรื่องของระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารสำคัญมาก ระบบสื่อสารต้องไม่ล่ม อันนี้เป็นธงที่สำคัญ ประชาชนจะได้โทร.บอกญาติหรือคนใกล้ชิดได้ว่าปลอดภัย หรือสำคัญที่สุดคือการโทร.แจ้งขอความช่วยเหลือ
นอกจากนี้เมืองหาดใหญ่ในวิกฤตต้องมีไฟฟ้า ในทางวิศวกรรมทำได้ วิศวกรหลายชุดยืนยัน ดังนั้นหากเรามีชุดความคิด โมเดลต้นแบบการจัดการที่ดี หรือแม้แต่แผนการจัดการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อรองรับมวลน้ำขนาดใหญ่ เราต้องเตรียมตัวพร้อมรับมือ
ส่วนเรื่องที่จะยากคือระยะกลางและระยะยาว กล่าวคือ เรื่องโครงสร้าง เราต้องวิเคราะห์กันจริงๆ ว่า ในเชิงโครงสร้างอะไรคือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดกับการลงทุน เช่น มีคนเสนอการขุดอุโมงค์ยักษ์แบบไม่เปิดหน้าดินตลอดแนวถนนกาญจนวนิช เพื่อดึงน้ำจากเขาคอหงส์ให้ไปออกนอกเมือง น้ำจะได้ไม่บ่าเข้าท่วมเมือง เราก็ต้องตั้งคำถามกับชุดความคิดนี้ว่าตอบโจทย์หรือไม่ ทำได้จริงและคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ หากแก้ปัญหาได้เพียง 3-5% ก็ไม่คุ้มกับการลงทุน หรือการขุดคลองเพิ่มอีกเส้นหนึ่ง ซึ่งต้องเวนคืนที่ดินจำนวนมาก ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แม้แต่การจัดการถนนลพบุรีราเมศวร์ที่เป็นสันเขื่อนอยู่ หากจะเจาะช่องถนนต้องคำนึงว่าเจาะจุดไหน เจาะอย่างไร ไม่ให้น้ำท่วมตำบลท้ายน้ำ เช่น บ้านคูเต่า ซึ่งท่วมระดับมิดหลังคาเช่นกัน ซึ่งบางพื้นที่หนักกว่าหาดใหญ่เพียงแต่ว่าเสียงเขาเบากว่า
ทั้งนี้เมืองหาดใหญ่มีการศึกษาสร้างถนนวงแหวนรอบนอกเมืองหาดใหญ่ ซึ่งวงแหวนนี้จะเป็นเหมือนถนนเส้นเก่ากั้นน้ำอีกหรือไม่ ซึ่งนี่ก็เป็นโจทย์ใหม่ที่ยังไม่มีใครคิดจริงจัง ทั้งหมดคงต้องถกกันให้หนัก ศึกษาให้ลึก แต่อย่างไรก็ต้องทำ เพราะหากเราไม่ทำ อนาคตนักธุรกิจเขาก็จะไม่กล้าลงทุน มีความเสี่ยงสูงจริงๆ
ช่วงน้ำท่วมคุณอยู่ที่ไหน
ช่วงน้ำท่วมมี 2 ระลอก วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เป็นการท่วมระลอกแรก เหมือนการท่วมปกติแทบทุกปีของหาดใหญ่ วันดังกล่าวผมยังขับรถวนอยู่ในหาดใหญ่ ช่วยดูสถานการณ์น้ำยกของขึ้นที่สูง ต่อมาช่วงวันที่ 23 พฤศจิกายน ระดับน้ำเริ่มลดลง ผมก็พาภรรยาไปทำงานที่อำเภอนาหม่อม
ปรากฏว่าฝนตกลงมาอีกระลอกใหญ่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนวันที่ 24 พฤศจิกายน ช่วงเช้ามืด ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ผมตั้งใจจะพาตัวเองไปที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อย แต่ไปไม่ถึงเพราะเส้นทางไปถูกน้ำท่วมปิดทั้งหมด สุดท้ายผมต้องมาทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลนาหม่อมจนถึงเย็น ปรากฏว่าช่วงเย็นผมจะกลับบ้าน แต่การจราจรขาเข้าหาดใหญ่ติดหนักมาก รถมาติดกันแถวถนนนวลแก้วอุทิศ ทำให้ผมไม่สามารถเข้าบ้านได้ ขณะเดียวกันทราบข่าวว่าแถวบ้านน้ำเริ่มขึ้นสูง ก็เกิดอาการเครียด เพราะในบ้านมีผู้สูงอายุกับน้องชาย แต่การที่ผมเข้าบ้านไม่ได้ กลับกลายเป็นทำให้ผมได้เห็นภาพรวมของวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ หากวันนั้นผมเข้าไปข้างในบ้านได้ก็กลายเป็นผู้ประสบภัยทันที
จึงตัดสินใจพักโรงแรมแถวนั้นก่อนในจุดที่น้ำไม่ท่วม ผมตัดสินใจหาทางเข้าไปยังค่ายเสนาณรงค์ เพราะได้ข่าวว่ามีการประกาศตั้งวอร์รูมเพื่อจัดการปัญหาน้ำท่วม เลยผันตัวเองเข้าไปอยู่ในวอร์รูม เพื่อช่วยเท่าที่ทำได้ ทว่าสิ่งที่ผมเห็นคือโกลาหลของวอร์รูมเอง ทุกอย่างไม่ระบบระเบียบ การจัดการตอบสนองของภาครัฐที่ล้มเหลว การรอคอยคำสั่งที่เชื่องช้าและไม่กล้าตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันก็มีกู้ภัยจากภายนอกเข้ามาช่วยเหลือ ต้องการคนพื้นที่ที่เชี่ยวชาญสามารถชี้เป้าได้ แต่ตอนนั้นคนไม่เพียงพอจริงๆ เลยทำให้การทำงานเป็นเรื่องยาก
สรุปว่า การช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากภาคประชาชนมากกว่าภาครัฐ เรียกว่าช่วยกันจนรอด ผมที่อยู่ในวอร์รูมเอง ก็ช่วยประสานงานเท่าที่ทำได้ ยังพอมีอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์แต่ก็แย่มาก อย่างน้อยก็มีไฟฟ้าสามารถชาร์จแบตเตอรีมือถือ ประสานงานผู้ป่วยฉุกเฉินไปที่โรงพยาบาลต่างๆ ได้ ซึ่งก็เป็นการส่งเคสต่อกัน ก็ช่วยได้พอสมควร
แต่เราก็เข้าใจนะ ในวิกฤตเช่นนั้นเจ้าหน้าที่ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ภาพฝันเมืองหาดใหญ่ของคุณเป็นอย่างไร
หาดใหญ่ในสิ่งที่ผมอยากเห็น คือความสมดุลของ 3 สิ่ง ประกอบด้วย เศรษฐกิจ การลดความเหลื่อมล้ำและการจัดการภัยพิบัติ
ประเด็นแรกเรื่องของเศรษฐกิจที่เจริญขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศมากขึ้น เป็นแหล่งงาน เป็นแหล่งเงินให้กับผู้คนที่มาอาศัยอยู่ในเมือง ในพื้นที่หาดใหญ่ทั้งหมดมีประชาราว 5 แสนคน เฉพาะในเขตเทศบาลเมืองหาดใหญ่มีประชากรกว่า 1.5 แสนคน แต่ประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานอีกร่วม 1 แสนคน ทั้งไปกลับนอกเมืองบ้างอาศัยอยู่ตามหอพักบ้านพักต่างๆ เศรษฐกิจคือหัวใจของการทำให้ผู้คนมีความหวังในการสร้างเนื้อสร้างตัวกับชีวิต
ประเด็นต่อมาคือ การลดความเหลื่อมล้ำในการดูแลพี่น้องคนจนเมือง คนจนเมืองต้องมีรัฐสวัสดิการที่ดีขึ้น มีความเป็นธรรมในการจ้างงาน มีสาธารณูปโภค มีโรงพยาบาล มีโรงเรียนที่จะดูแลลูกเขา หรือแม้แต่นโยบายที่ดูแลผู้สูงอายุ ปัญหาของคนเมืองอย่างหนึ่งคือ ต้องไปทำงานโดยทิ้งผู้สูงอายุไว้ที่บ้าน บางทีต้องทิ้งไปหลายวันซึ่งไม่มีระบบรองรับเลย ยิ่งหากเป็นพ่อแม่ติดเตียง เขาต้องจ้างหรือต้องดูแลเองโดยใช้ญาติพี่น้อง จะพักร้อนก็ไม่ได้เพราะพ่อแม่ต้องดูแลทุกวัน ซึ่งระบบแบบนี้ในต่างประเทศมีเยอะมาก ระบบที่สามารถฝากผู้ป่วยติดเตียง เพื่อที่จะได้ไม่เบิร์นเอาต์ในการดูแลผู้สูงอายุ แต่ของเรายังไม่มีรัฐสวัสดิการซัพพอร์ตการดูแลผู้สูงอายุ ผมคิดว่าเรามีระบบที่พร้อมทำได้หลายอย่างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกันเศรษฐกิจก็เติบโตไปพร้อมกัน
สุดท้ายคือการออบแบบการจัดการภัยพิบัติที่ลงตัวที่สุด ผสมผสานกับการวางแผนเตรียมตัวล่วงหน้า
ความฝันเรื่องคมนาคม ขนส่งมวลชนในเมืองหาดใหญ่ ตลอดจนรถไฟฟ้า เป็นไปได้ขนาดไหน
สำหรับผม เรื่องการขนส่งมวลชนในหาดใหญ่มี 2 ประเด็น ประกอบด้วย เรื่องรถเมล์ไฟฟ้า EV และเรื่องรถไฟรางคู่จากมาเลเซียที่กล่าวไปก่อนหน้า ส่วนรถไฟฟ้าโมโนเรลหรือรถไฟฟ้าที่วิ่งแบบกรุงเทพฯ ผมคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะขนาดของเศรษฐกิจยังไม่ได้ ผนวกกับเป็นธุรกิจที่รัฐต้องอุ้มมากเกินไป
ประเด็นที่ 1 คือเรื่องของรถเมล์ไฟฟ้า EV อาจจะต้องกล่าวก่อนว่าระบบขนส่งมวลชนของหาดใหญ่ในปัจจุบันมีเพียงของเอกชน โดยมีรถที่เรียกว่ารถสองแถวเป็นเสาหลัก ส่วนรถตุ๊กตุ๊กก็ผันตัวเป็นรถบริการนักท่องเที่ยว และอาจจะมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างส่วนหนึ่งแต่ก็น้อย ทำให้คนหาดใหญ่ทุกคนต้องซื้อรถหรือมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือช่วงน้ำท่วมแล้ว รัฐจัดให้มีรถเมล์ไฟฟ้าบริการในเส้นทางต่างๆ เพื่อวิ่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ เราจึงสามารถเอาจุดนี้มาต่อยอดได้ทันที รถเมล์ไฟฟ้าวิ่งในเส้นทางใหญ่ เนื่องจากเป็นรถบัสขนาดใหญ่ คงจะไม่สามารถวิ่งถนนเส้นเล็กในเมืองได้ ขณะเดียวกัน เขตถนนเส้นเล็กในเมืองก็จะเป็นพื้นที่ของรถสองแถว ซึ่งการแบ่งแบบนี้ก็ทำให้พี่น้องรถสองแถวไม่ตกงาน แต่ต้องมีการจัดระบบเส้นทาง เพื่อให้เสริมกันระหว่างรถเมล์ไฟฟ้า EV กับรถสองแถว อันนี้คือเรื่องการขนส่งในเขตเมือง ดีกว่านั้นคือพัฒนาระบบขนส่งระหว่างเมือง ต่างอำเภอ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างเมืองให้ได้
ประเด็นที่ 2 คือ ชุดความคิดการพัฒนาระบบขนส่ง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภาคใต้ คือรถไฟรางคู่ที่วิ่งมาจากมาเลเซีย เป็นรถไฟความเร็วปานกลาง อยากให้พัฒนามาให้ถึงสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ และระยะยาวอาจจะไปถึงจังหวัดพัทลุง ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น ผมไม่กังวลว่าคนไทยจะไปเที่ยวมาเลเซีย แต่ผมมั่นใจว่าคนมาเลเซียจะมาเที่ยวบ้านเรา เพราะบ้านเรามีเสน่ห์เรื่องอาหาร มีที่พักบริการ ครบครันด้วยการบริการด้านสุขภาพ สุดท้ายอาจจะไปรื้อฟื้นโครงการขนส่งขนาดใหญ่อย่างมอเตอร์เวย์ เส้นทางหาดใหญ่-สะเดา ซึ่งหากเราขับรถปกติไปด่านสะเดาจะใช้เวลาเป็นชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีแยกไฟแดงมากกว่า 17 จุด หากมีมอเตอร์เวย์ก็ร่นระยะทางลงได้ ซึ่งก็เป็นโมเดลที่ภาคธุรกิจหาดใหญ่เสนอมาตลอด แต่ภายในระยะเวลา 10 ปีก็ไม่เห็นมีความคืบหน้า คิดว่าหากเป็นไปได้เราก็ต้องมาวางแผนให้เป็นจริง แต่แน่นอนว่าจะเป็นจริงได้เศรษฐกิจต้องดีด้วย
เรื่องประเด็นพลังงานฟอสซิล ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่คุณประท้วงมาตลอด แล้วทางออกคืออะไร
ผมคิดว่าหาดใหญ่สามารถเป็นแซนด์บ็อกซ์ เรื่องพลังงานก็เหมือนกัน อยากให้ทุกบ้านติดหลังคาโซลาร์เซลล์ ลดการใช้ไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผู้คนมีรายได้ด้วยการขายไฟฟ้าคืนให้รัฐ หรืออย่างน้อยก็ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน สิ่งเหล่านี้จะเป็นจริงได้ รัฐบาลต้องมีโรงงานผลิตแผงโซลาร์ฯ โรงงานอินเวอร์เตอร์ มีไลน์การผลิตในราคาที่ถูก มีการจ้างงานสร้างผลิตเองภายในประเทศ เพื่อให้สามารถขายได้ในราคาที่ถูก ประชาชนเข้าถึงได้
การที่คุณจะผลักดันเรื่องนี้ แปลว่าคุณต้องชนกับกลุ่มทุนด้านพลังงาน
แน่นอนว่าก็ตรงกับนโยบายของพรรคประชาชน เพราะพรรคมีความคิดชัดเจนกับการต่อสู้กับกลุ่มทุนผูกขาด ซึ่งการผูกขาดเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตด้านเศรษฐกิจ และเป็นอุปสรรคต่อการเกื้อหนุนผู้ประกอบการ SME คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่สามารถเติบโตได้ ซึ่งพรรคพร้อมชน ตัวผมเองก็พร้อม
ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมในหาดใหญ่ ผมว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับตอนนี้ คือเรื่องของการกำจัดขยะ ซึ่งน้ำท่วมเราเห็นชัดเจนเลยว่าขยะมโหฬาร เราฝันว่าหาดใหญ่จะเป็นอำเภอแรกๆ ที่มีต้นแบบมีการจัดการขยะที่มีการแยกขยะ แยกแล้วรถเทศบาลต้องมีทั้ง 4 ประเภท ประกอบด้วยขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย ไม่ใช่มาเพียงคันเดียวแล้วเทรวม เช่น คันแรกเก็บขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์อาจจะมาทุก 1-2 วัน อีกคันเป็นสำหรับขยะรีไซเคิลอาจจะรอบละ 15 วัน และมีจุดทิ้งขยะอันตราย
เมืองหาดใหญ่สามารถทำได้ แต่ต้องประสานพลังของเทศบาลทั้ง 5 เทศบาลในนครหาดใหญ่ ประกอบด้วยหาดใหญ่ คอหงส์ ควนลัง บ้านพรุ คลองแห จะทำแต่หาดใหญ่ก็ไม่ได้ เพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมมันไม่ใช่แค่เรื่องพื้นที่
มีอะไรอีกไหมที่คุณคิดว่าเป็นโจทย์ที่คุณต้องทำ
โจทย์ที่ผมสนใจและต้องคุยกับผู้คนให้มาก คือการทำให้หาดใหญ่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ อาจจะใช้ชื่อว่า หาดใหญ่มหานคร เหมือนกรุงเทพฯ รวมทั้ง 5 เทศบาลเข้าด้วยกันให้เป็นมหานครเดียวกัน เพื่อการบริหารจัดการที่ง่ายขึ้น เพราะจากปัญหาในแต่ละเขตมีวิธีการจัดการปัญหาแตกต่างกัน เก็บขยะต่างกัน ทำถนนคนละแบบเมื่อมีปัญหาต้องรื้อสร้างใหม่
หรือแม้แต่การเปิด-ปิดประตูน้ำก็เป็นเรื่องตลกมาก ที่นายกเทศมนตรีคนปัจจุบันของหาดใหญ่กับนายกเทศบาลคอหงส์ มาร่วมกันเปิดประตูระบายน้ำ เพราะระบบระบายน้ำเป็นของหาดใหญ่ แต่พื้นที่เป็นของเทศบาลคอหงส์ ทำให้การจัดการลำบากจริงๆ หากรวมกันได้ก็ทำให้การจัดการท้องถิ่นมีพลังมากขึ้น ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนา
หลังวิกฤตน้ำท่วม ฉากทัศน์ทางการเมืองของภาคใต้เปลี่ยนไปขนาดไหน
คิดว่าเปลี่ยนไปพอสมควร เนื่องจากประการแรก พรรคประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ทำให้เป็นไปได้ว่าคนส่วนใหญ่ของทั้งประเทศ รวมถึงคนใต้อาจรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ทำให้คะแนนของพรรคประชาชนลดลง
ทว่าหลังเกิดอุทกภัย ต้องเรียกว่าการจัดการปัญหาของภาครัฐมีปัญหา เรียกได้ว่ารัฐล้มเหลว แต่ก็เข้าใจว่ารัฐทำเต็มที่แล้วจริงๆ แต่ภายใต้ข้อจำกัดที่ตัวเองสร้างไว้และความไม่มีระบบ ปรากฏว่าพี่น้องคนหาดใหญ่ต้องรอได้รับความช่วยเหลือจากกู้ภัย มูลนิธิ และเอกชนข้างนอก เรียกได้ว่าประชาชนช่วยเหลือกันเอง จากคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยที่กำลังขึ้นจากกระแสชาตินิยม หลังอุทกภัยก็เริ่มลดลง
ขณะเดียวกันการเปิดตัวและการกลับมาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องยอมรับว่า ภาคใต้อยู่ภายใต้กลไกฐานคิดของพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี ทำให้มีไม่น้อยที่มีความหวังกับพรรคสีฟ้า นั่นคือฉากทัศน์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป
แต่ถามว่าคนหาดใหญ่อยากเลือกใคร เลือกพรรคไหนในตอนนี้ คำตอบคือเลือกพรรคกู้ภัย เพราะคนที่มาช่วยเขาในยามน้ำท่วมคือกู้ภัย
วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวคุณในการเข้าสู่สนามการเมือง
เริ่มจากจุดอ่อนของผมชัดมาก คือผมเป็นหน้าใหม่ทางการเมือง แม้ว่าผมจะมีชื่อเสียงภาพลักษณ์ในโซเชียลฯ ในเรื่องงานที่ผมทำ แต่ช่วงที่ผมไปลงชุมชนไป 3-4 รอบ พบว่าพี่น้องในชุมชนไม่รู้จักผม เขาไม่ได้รู้จักผมขนาดนั้น ผมว่านี่คือจุดอ่อนที่สำคัญที่สุด พี่น้องในหาดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนแออัด กลุ่มคนจนเมือง ไม่รู้จักเรา ผมจึงต้องทำงานหนัก เพื่อบอกเล่าวิธีการทำงานความคิดของผม ที่เราเดินคือเราเดินคุยรับฟังปัญหา
ส่วนจุดแข็งที่สำคัญของผมคือ เรื่องระบบความคิด ประสบการณ์ที่ผมมีความรู้เรื่องระบบจัดการภาครัฐ ผมรู้ข้อจำกัดและระเบียบของภาครัฐ ผมรู้เรื่องการประสานงานของรัฐจะทำอย่างไร ให้สิ่งที่คาดหวังสำเร็จลุล่วง ขณะเดียวกันผมก็มีความกล้าหาญพอสมควรในการผลักดันเรื่องบางเรื่องที่อาจจะยาก เช่น เรื่องของที่ดินการรถไฟ หรือเรื่องระบบสุขภาพ จะทำอย่างไรให้โรงพยาบาลหายแออัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมมีทั้งความรู้ที่ชัดเจนและประสบการณ์ ประกอบกับความกล้าหาญที่จะทำมันให้สำเร็จ
ชวนคุณวิเคราะห์คู่แข่งต่างสี
คุณจูรี นุ่มแก้ว เป็นคนที่มีความสามารถ เขาเป็นนักสื่อสารที่มีคุณภาพและมีพลังมาก ถ้าเทียบการใช้สื่อ Facebook ผมมีผู้ติดตาม 7.7 หมื่นคน แต่คุณจูรีมีผู้ติดตาม 6 แสนคน ห่างกันเกือบ 10 เท่า ยังไม่นับใน TikTok ผมยอมรับว่าเทคนิค วิธีการสื่อสารของเขามีพลังจริงๆ ผนวกกับรอบนี้เขาได้กระแสของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้หัวหน้าอภิสิทธิ์กลับมา กลายเป็นจุดแข็งที่สำคัญ อย่างไรก็ดีกระแสของพรรคคือสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือตัวบุคคลที่ลงสมัครก็ต้องแข็งแกร่งเช่นกัน และคุณจูรีถือว่าตอบโจทย์ตรงนี้อย่างครบครัน ถือว่าเป็นคู่แข่งสมน้ำสมเนื้อมากในการเลือกตั้งครั้งนี้
ด้านคุณศาสตรา ศรีปาน ผมติดตามเขามาตลอด ผมว่าเขาเป็นคนหนุ่มขยันขันแข็งในการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้คนอย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่าเพราะแบบนั้นเขาเลยได้เป็น สส.ต่อถึง 2 สมัย ทว่าตอนนี้มีการโยกย้ายพรรคเกิดขึ้น เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือพรรคพลังประชารัฐ บทบาทน้อยลง ไม่เท่าสมัยรัฐบาล 3 ป. ดังนั้นการย้ายพรรคไปลงภูมิใจไทย ก็เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของเขา โดยส่วนตัวผมมองว่า คู่แข่งทุกคนล้วนสมน้ำสมเนื้อ หากชนะคงไม่ขาดกันเท่าไร
กังวลเรื่องกระแสของพรรคที่ยังจุดไม่ติดบ้างไหม
ต้องยอมรับว่ากระแสของพรรคประชาชน ณ เวลานี้ อาจจะยังสู้ในอดีตไม่ได้ แต่ผมว่าจุดเด่นของพรรคประชาชนในรอบนี้คือ การมีผู้สมัครที่มีความสามารถ มีบทบาททางสังคม เข้ามาสมัครมากขึ้น เช่น การเลือกตั้งของสงขลา เขต 3 มี หมอบอส-นายแพทย์นวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ คุณหมอมากความสามารถ แข่งขันมาสเตอร์เชฟ UK และนักธุรกิจด้านอาหารคาเฟ่ ส่วนเขต 9 ธนทร แก้วอนุรักษ์ วิศวกรหนุ่มไฟแรงทำเรื่องเน็ตเวิร์กกับธุรกิจเอกชน ซึ่งทุกคนคือคนเก่ง ผมว่าการมีบุคลากรที่ดีมีคุณภาพเข้ามามากขึ้น เสริมกับกระแสพรรคที่ยังไม่แรงเท่าในอดีต น่าจะสามารถฟันฝ่าตัวเลขแห่งความคาดหวังที่มากกว่าเดิมได้
เนื่องจากที่ผ่านมาเราพึ่งปาร์ตี้ลิสต์ แต่รอบนี้เชื่อว่าจำนวน สส.เขตจะได้มากขึ้น โดยเฉพาะแถบต่างจังหวัดที่จะมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ เพราะปีก่อนๆ จะได้ในแถบพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ส่วนเรื่องกระแสชาตินิยมคือสิ่งที่น่าเป็นกังวลมากในตอนนี้ การใช้กระแสสงคราม สร้างคะแนนความนิยม ซึ่งทั้งหมดล้วนมีผลต่อคะแนนการเลือกตั้ง
หากมีคนถามว่า พรรคประชาชนเอาแต่แก้รัฐธรรมนูญ คุณจะตอบอย่างไร
จริงๆ พรรคไม่ได้แก้แค่รัฐธรรมนูญ แต่ข่าวที่ปรากฏออกมาให้เห็นในด้านนี้มากกว่าด้านอื่นๆ เช่น พรรคทำเรื่องระบบประกันสังคมเยอะมาก ทำเรื่องความเท่าเทียมกันของผู้คนไม่เป็นสองรองใคร แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าวเท่ากับการแก้รัฐธรรมนูญ
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมตัดติดใจมาลง สส.แบบแบ่งเขต ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ เพราะผมคิดว่าผมน่าจะเป็นสะพาน เป็นคนผลักดัน สร้างรูปธรรมให้เห็น ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ จัดการเรื่องภัยพิบัติ และรูปธรรมเหล่านี้ก็จะเป็นตัวบอกคนพื้นที่เอง หรือเป็นกระแสที่ส่งต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ว่า จริงๆ แล้วทั้งพรรคและผมไม่ได้ทำแต่เรื่องโครงสร้าง เราทำเรื่องพื้นที่ด้วย ซึ่งต้องมีสมดุลระหว่างการจัดการโครงสร้างกับการดูแลประชาชน
คุณคิดเห็นอย่างไรกับคำถามเรื่องพรรคประชาชนกับการยกเลิกมาตรา 112
ผมว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาพในอดีต ที่เกิดขึ้นกับพรรคอนาคตใหม่ พอเป็นพรรคก้าวไกลก็เบาลงไปบ้าง เมื่อเปลี่ยนเป็นพรรคประชาชน ผมคิดว่าการยกเลิกหรือการเปลี่ยนแปลงมาตรา 112 ไม่มีอยู่ในนโยบายของพรรค
อย่างไรก็ตามหัวใจสำคัญคือ การดำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยยึดโยงกับประชาชนให้ได้มากที่สุด อันนี้ผมว่าคือหัวใจของเรื่องนี้ ทั้งพรรคและผมล้วนเดินมาในทิศทางประมาณนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่า ในการเดินทางของพรรคจากอนาคตใหม่ ถึงพรรคประชาชน เราโดนยุบไปถึง 2 รอบ ทำให้ครั้งนี้เรามีทิศทางที่ประนีประนอมมากขึ้น แต่แน่นอนว่าการเปลี่ยนความคิดของผู้คนต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ และผมเชื่อว่าเวลาอยู่ข้างเรา
หากครั้งนี้โดนยุบก็ไม่เป็นไร เพราะจุดเด่นของพรรคประชาชนคือยุบแล้วไม่ตาย ยุบแล้วตั้งตัวใหม่ กลุ่มหัวคะแนนธรรมชาติ คนรุ่นใหม่ คนที่พร้อมเข้ามาในพรรคก็พร้อมต่อสู้ต่อไป
หลายคนกล่าวว่า การเมืองภาคใต้ อยู่ภายใต้กลุ่มอิทธิพลมาอย่างยาวนาน การที่คุณเข้ามาตรงนี้ กังวลเรื่องนี้บ้างไหม
เนื่องจากผมลงเขต 2 เป็นบ้านเกิดตัวเองด้วย ทำให้ความกลัวในเรื่องอิทธิพลน้อย ไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรค แต่เรื่องของกระสุนเงินที่ใช้ในการซื้อเสียง เรื่องการเมืองสีเทา ผมว่ามีจริงๆ และมีความน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังสถานการณ์หลังน้ำท่วม ซึ่งทุกคนยากลำบากในทางการเงิน ซึ่งมีผลพอสมควรต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้ ผมว่าเรื่องสีเทา การให้เงินยิ่งในเขตชนบทจะหนักยิ่งกว่า อาจจะต้องขอให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องจับตา ใครจ่ายเงิน เราก็อย่าไปเลือกเขา
เรื่องสีเทาดูจะเป็นปัญหาใหญ่ในบ้านเรา คุณคิดเห็นอย่างไร
ความน่ากลัวคือการประสานกันระหว่างกลุ่มทุนสีเทากับอำนาจรัฐ เมื่อทุนสีเทาให้มากพอจนอำนาจรัฐต้องสยบยอม ดังนั้นจะเปลี่ยนประเทศให้ได้ แก้ปัญหาทั้งมวลก็ต้องมาจัดการเรื่องทุนสีเทา ผมเชื่อว่าทุกคนคงเห็นชัดว่า แนวทางของพรรคประชาชนเป็นแบบไหน พรรคมีจุดยืนที่ชัดเจน นโยบายสำคัญตอนนี้คือการไม่เอาเทา มีส้มไม่มีเทาคือหัวใจของการต่อสู้ ส่วนต้นเหตุของการเมืองสีเทาคือการซื้อเสียง โดยการเอาเงินสีเทา เงินสแกมเมอร์ เงินธุรกิจผิดกฎหมาย มาใช้ซื้อเสียง เมื่อได้เข้าไปเป็น สส.เขาก็ต้องถอนทุนคืน โดยปัจจุบันการถอนทุนคืนมี 2 รูปแบบ
ประการที่ 1 ผ่านกลไกงบประมาณรัฐราชการ หรือการโกงการจัดซื้อของภาครัฐ แม้แต่ในสงขลาก็เป็นเรื่องที่หนักมาก การคอร์รัปชันการได้งานโดยจ่าย 30-40% การกีดกันผู้ประกอบการหลายอื่นไม่ให้เข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าด้วยอิทธิพลหรือเรื่องอื่นๆ
ประการที่ 2 คือการได้รับคำอนุญาตในการให้ทำธุรกิจสีเทาเพื่อให้ได้เงินกลับมา ซึ่งเร็วกว่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเสียอีก ผมว่าพรรคประชาชนพูดและคุยกับเรื่องนี้มายาวนาน ผมตระหนักว่า นี่คือศัตรูที่แท้จริงของประชาธิปไตยไทยในช่วงเวลานี้
วันนี้หากจะถามถึงทางออก เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการปฏิเสธการซื้อเสียงโดยสิ้นเชิง เข้าคูหาหย่อนบัตรเลือกตั้ง หากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลเกิน 250 จริง การเปลี่ยนแปลงจะเกิดให้เห็นแน่ๆ ถ้าหากเป็นรัฐบาลผสมก็เหนื่อยหน่อย
สุดท้ายหากคุณได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เขต แต่เป็นฝ่ายค้านจะเป็นอย่างไร
สำหรับผมการได้เป็น สส.ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ว่าจะเข้าไปเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ตาม การได้เป็นรัฐบาลก็ขึ้นอยู่กับจำนวนว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นกับพรรคกับอีกหลายๆ ปัจจัย การได้เป็น สส.ได้เข้าไปใช้ความรู้ประสบการณ์ เพื่อมาเปลี่ยนมาช่วยเหลือประเทศ ผมคิดว่าก็ใช้ได้แล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลจะทำเต็มที่ สุดท้ายหากผมสอบตก ถือเสียว่าเป็นเรื่องปกติของ สส.หน้าใหม่
ผมถามตัวเองก่อนแล้วว่า หากสอบตกจะทำอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเลือกตั้ง เราก็ต้องทำใจ ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าพี่น้องชาวหาดใหญ่จะกาอะไร สมมติว่าวันนี้ผมอาจจะคะแนนนำ วันต่อมาก่อนเลือกตั้งสถานการณ์อาจจะพลิกผันก็ได้ อนาคตไม่มีใครรู้
หากสอบตก ผมก็โอเค ผมก็เดินหน้าในสิ่งที่ผมทำได้ต่อไป ผมเป็นหมอไม่เคยทิ้งคนไข้ แล้วผมจะทิ้งหาดใหญ่ได้อย่างไร