ครม. ไฟเขียว อ.ส.ค. กู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชี 400 ล้าน ล้างขาดทุน-เติมสภาพคล่องทางการเงิน
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 ม.ค. เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 09.59 น. • The Bangkok Insightครม.เห็นชอบ อ.ส.ค. กู้ยืมเงินเพื่อสำรองเผื่อสภาพคล่อง 400 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี หลังมีผลขาดทุนสะสม 403 ล้านบาท โดยมีคลังค้ำประกัน
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีเพื่อสำรองเผื่อสภาพคล่องทางการเงิน (การกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีฯ) ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) โดย กระทรวงการคลัง (กค.)
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ขอเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีเพื่อสำรองเผื่อสภาพคล่องทางการเงิน (การกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีฯ) ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) โดยให้กระทรวงการคลัง (กค.) ค้ำประกัน จำนวน 400 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี
ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ช่วงปี 2568 ที่ผ่านมายอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบกับต้นทุนด้านการผลิต มีการปรับตัวสูงขึ้น อ.ส.ค. จึงจำเป็นต้องรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเพิ่มเติมเฉลี่ยวันละ 55 ตัน/วัน (จากเดิมวันละ 367 ตัน) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว อ.ส.ค. จึงมีผลประกอบการที่ขาดทุนมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง (เดือนต.ค. 2567-ก.ย. 2568 มีการดำเนินงานที่ขาดทุนสะสม เป็นจำนวน 403 ล้านบาท
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้บรรจุแผนการกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีฯ วงเงิน 400 ล้านบาท ดังกล่าวไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แล้ว ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติ (30 กันยายน 2568) อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะดังกล่าวด้วยแล้ว
ทั้งนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และสำนักงบประมาณ (สงป.) พิจารณาแล้วเห็นชอบ/เห็นชอบในหลักการ โดยให้ กระทรวงการคลัง เป็นผู้พิจารณาวิธีการกู้เงินเงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆ ของการกู้เงินและการค้ำประกันเงินกู้ได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น
ส่วนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นสมควรให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่ กษ. เสนอได้ภายหลังจากที่ กษ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหานมกล่องค้างสต๊อกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมโคนมที่ชัดเจนแล้ว
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ที่กฎหมายกำหนด มิได้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปสามารถพิจารณาอนุมัติตามข้อเสนอของ กษ. ได้
พร้อมกันนี้ มีความเห็นเพิ่มเติมว่าควรมอบหมายให้ กษ. และ อ.ส.ค: รับความเห็นของ สบน. (กค.) สงป. สศช. ข้างต้นไปดำเนินการด้วยโดยอาจร่วมกับกระทรวงพาณิชย์หรือภาคเอกชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด (Marketing) และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแนวทางการลดต้นทุนการผลิตน้ำนมภายในประเทศอย่างเป็นระบบ
สำหรับเรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อ.ส.ค. พ.ศ. 2514 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26 (2) ที่บัญญัติให้ อ.ส.ค. จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน จึงจะสามารถกู้ยืมเงินหรือค้ำประกันบุคคลภายนอกครั้งหนึ่งเกิน 20 ล้านบาท ได้ จึงเข้าลักษณะเป็นเรื่องที่เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 ประกอบกับวงเงินกู้ดังกล่าวได้บรรจุอยู่ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ด้วยแล้ว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ครม. เห็นชอบเสนอ เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา ขึ้นทะเบียนมรดกโลก
- พาณิชย์ ไฟเขียว ขึ้นราคาผลิตภัณฑ์นม ตามต้นทุนน้ำนมดิบเท่านั้น
- อ.ส.ค.เฟ้นหามือดี นำพาแฟรนไชส์ 'ไทย-เดนมาร์ค มิลค์แลนด์' ฝ่าวิกฤติ
ติดตามเราได้ที่