โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรงวาด” ในมือคนรุ่นใหม่ วาดย่านเก่า สร้างเศรษฐกิจจากเรื่องเล่า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หากคุณเดินจากย่านราชวงศ์แล้วเลาะมาตามถนนสายแคบที่ขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา คุณจะเจอกับ “ถนนทรงวาด” เส้นทางที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหลังบ้านของท่าเรือและโกดังสินค้า แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นหน้าบ้านของนักเดินเล่น ช่างภาพ และคนทำคอนเทนต์ ที่ตามหาฉากเมืองเก่าซึ่งยังมีชีวิต ไม่ใช่ฉากจำลองในสตูดิโอ

ชื่อ “ทรงวาด” ผูกโยงอยู่กับประวัติศาสตร์ในรัชกาลที่ 5 ยุคที่รัฐต้องจัดระเบียบย่านสำเพ็งภายหลังเหตุเพลิงไหม้หลายครั้ง การตัดถนนขึ้นใหม่ เพื่อให้การสัญจรและค้าขายเป็นระบบมากขึ้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวเมืองริมแม่น้ำ และตามเรื่องเล่า ถนนสายนี้ถูก “ทรงวาด” ลงบนแผนที่ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง

เมื่อเดินช้า ๆ คุณจะเริ่มมองเห็นร่องรอยของระบบเศรษฐกิจที่เคยพึ่งพาแม่น้ำเป็นหลัก อาคารหน้ากว้างถูกออกแบบให้รองรับการขนถ่ายสินค้าได้สะดวก ฝั่งริมน้ำเคยเป็นท่าเทียบเรือและโกดัง ส่วนอีกฝั่งคือร้านค้าส่งและสำนักงาน ทำให้ถนนทรงวาดเป็นเส้นเลือดสำคัญของการค้าในเมือง

ที่มาภาพ: Made in Song Wat

แต่เมื่อการขนส่งทางถนนเข้ามามีบทบาท ท่าเรือเล็ก ๆ เริ่มลดความสำคัญ ถนนที่คับแคบ กลายเป็นข้อจำกัดสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ บวกกับนโยบายจัดระเบียบพื้นที่ริมเจ้าพระยา ทำให้บทบาทเก่าค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียง “สถาปัตยกรรม” ที่ยังยืนอยู่ ตึกผลไม้ที่มีลวดลายปูนปั้นแบบบาโรก ตึกแขกของพ่อค้าอินเดียผู้เคยขายผ้านำเข้า โรงเรียนเผยอิงที่ก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2463 รวมถึงมัสยิดหลวงโกชาอิศ ตึกเหล่านี้ช่วยยืนยันว่า ทรงวาดไม่เคยเป็นย่านของวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง หากคือจุดตัดของชาวจีน แขก และไทย ที่ร่วมอยู่ในเครือข่ายการค้าและศรัทธาเดียวกัน

ที่มาภาพ: Made in Song Wat

ย่านที่เคยเงียบเหงาอย่างทรงวาด กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เพราะ “ความจริงของพื้นที่” ยังคงปรากฏอยู่ในทุกองค์ประกอบ ตึกเก่า สายไฟพาดตรอก โคมแดงแขวนหน้าร้าน ตรอกเล็ก ๆ ที่เชื่อมชั้นในของย่าน และโกดังวินเทจริมเจ้าพระยา ทุกอย่างกลายเป็นฉากถ่ายรูปยอดนิยมโดยไม่ต้องปรุงแต่งร้านค้าส่งบางส่วนปรับตัวเป็นร้านขายปลีก ร้านเฉพาะทางอย่างสมุนไพร เมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์ประมง ยังคงดำรงอยู่คู่กับคาเฟ่ ร้านอาหาร และโฟโต้บูธที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น ร้าน “ซุ้ยล้ง” ที่ถังไม้เรียงรายหน้าร้านกลายเป็นภาพจำในโลกโซเชียล เป็นความเท่ที่เกิดจากความจริง ไม่ใช่ฉากจำลองขึ้นมา

นอกจากองค์ประกอบทางกายภาพ ยังมีพลังของ “สตรีตอาร์ต” ที่เคยเข้ามาทดลองใช้ผนังตึกทรงวาดเป็นผืนผ้าใบ สะท้อนว่าแม้จะเป็นย่านเก่า แต่ก็มีพื้นที่ให้จินตนาการใหม่ ๆ เข้ามาเติมได้เสมอ การรวมตัวของผู้ประกอบการในเครือข่าย Made in Song Wat ยิ่งตอกย้ำว่าย่านนี้ไม่ได้คึกคักเพราะ “ไวรัล” ชั่วคราว แต่เริ่มมีโครงสร้างความร่วมมือที่ต่อยอดได้จริง

ที่มาภาพ: Made in Song Wat

อีกมิติที่น่าสนใจ คือพลังของทรงวาดในการเป็นพื้นที่เล่าเรื่องและจัดกิจกรรมสร้างสรรค์แบบมีส่วนร่วม ตัวอย่างชัดเจนคือ “One Last Adventure” งานที่เปลี่ยนทั้งถนนให้กลายเป็นโลกในซีรีส์ Stranger Things ผ่านแผนที่ เส้นทางผจญภัย และกิจกรรมเก็บแสตมป์ ผู้คนแต่งกายตามธีม มีปฏิสัมพันธ์กับร้านค้าในพื้นที่ และมองถนนสายเดิมด้วยสายตาใหม่

หากมองทรงวาดเป็นกรณีศึกษา จะเห็นหลักการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ที่มีแก่นแท้แตกต่างจากการตกแต่งให้ดูสวยงาม จุดเริ่มต้นควรมาจากต้นทุนที่มีอยู่แล้วต่อยอดเป็น Soft Assets ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต หรือทุนทางสังคมของพื้นที่นั้น ๆ

หัวใจของกระบวนการคือต้องร่วมมือ หรือ Co-create ระหว่างเจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการ ชุมชน นักออกแบบ ภาครัฐ และคนมาเยือน ต้องมีการฟังและออกแบบร่วมกัน บนสมดุลระหว่าง “เก่า–ใหม่” และ “คนใน–คนนอก” ย่านสร้างสรรค์ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเอื้อให้ชีวิตดำเนินไปได้จริง มีพื้นที่ทำมาหากิน พื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงง่าย ไม่ผลักคนดั้งเดิมออกจากพื้นที่ และมีกลไกสนับสนุนธุรกิจรายย่อยให้ไปต่อได้ เช่น เชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตกับตลาด หรือจัดกิจกรรมที่สร้างคนดูให้ร้านค้า

ข้อมูลคือหัวใจของการพัฒนา เพราะหากขาดข้อมูล ความตั้งใจที่ดีอาจนำพาย่านไปผิดทาง การเข้าใจจุดแข็ง ผู้มาเยือน ปัญหา และกิจกรรมที่สร้างรายได้อย่างทั่วถึง คือพื้นฐานของการวางแผนและประเมินผลที่แม่นยำ ไม่ว่าเป้าหมายของย่านจะเป็น “น่าอยู่ น่าลงทุน” หรือ “น่าเที่ยว” สิ่งเหล่านี้ต้องแปลออกมาเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่เพียงคำขวัญ

หากเมืองหนึ่งมีทรงวาด เมืองอื่นก็อาจมีถนนเล็ก ๆ ของตัวเองที่รอการ “วาดใหม่” ด้วยข้อมูล การมีส่วนร่วม และเรื่องเล่าที่เคารพรากเหง้า เมื่อถึงวันนั้นความสร้างสรรค์จะไม่ใช่แค่กระแส หากคือวิธีดูแลเมืองให้เติบโตอย่างมีความหมายร่วมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...