ศาลตัดสิน “นาจิบ ราซัค” ผิดใช้อำนาจโดยมิชอบ คดี 1MDB เขย่าการเมืองมาเลเซีย
ศาลตัดสิน “นาจิบ ราซัค” ผิดใช้อำนาจโดยมิชอบ คดี 1MDB มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ท่ามกลางหลักฐานโยงเงินรัฐไหลเข้าบัญชีส่วนตัว คำตัดสินซึ่งยังรอการกำหนดโทษขั้นสุดท้าย
วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 14.46 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งถูกคุมขังอยู่ ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ ในคดีที่ถือเป็นการพิจารณาคดีครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในคดีอื้อฉาวกองทุน 1Malaysia Development Berhad (1MDB) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวอาจส่งแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดีผู้พิพากษายังไม่ได้อ่านคำพิพากษาฉบับเต็มและคำตัดสินโทษในขณะนี้
ทางการมาเลเซียและสหรัฐระบุว่ามีเงินอย่างน้อย 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกยักยอกออกจาก 1MDB ซึ่งนาจิบเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเมื่อปี 2009 ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีเงินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ถูกกล่าวหาว่าไหลเข้าสู่บัญชีที่เชื่อมโยงกับนาจิบ ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด
นาจิบ ถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชัน 4 กระทง และ ฟอกเงิน 21 กระทง จากการรับโอนเงินผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 2.3 พันล้านริงกิต หรือราว 569 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุน 1MDB โดยเขายังคงยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้กระทำความผิด
ผู้พิพากษา คอลลิน ลอว์เรนซ์ เซเกอราห์ ระบุระหว่างอ่านคำวินิจฉัยว่าข้ออ้างของจำเลยที่กล่าวว่าคดีนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้น ถูกหักล้างด้วยหลักฐานที่ชัดเจน หนักแน่น และไม่อาจโต้แย้งได้ ซึ่งชี้ว่านาจิบได้ใช้อำนาจใน 1MDB โดยมิชอบ ประกอบกับอำนาจอย่างกว้างขวางที่เขามีในกองทุนแห่งนี้
หากถูกตัดสินโทษสูงสุด นาจิบอาจเผชิญโทษจำคุก 15-20 ปีต่อหนึ่งกระทง และถูกปรับเป็นเงินสูงสุดถึง 5 เท่าของมูลค่าเงินที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอก
นาจิบ วัย 72 ปี ถูกจำคุกตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 หลังศาลสูงสุดมาเลเซียยืนตามคำพิพากษาคดีคอร์รัปชันอีกคดีหนึ่ง ที่ตัดสินว่าเขารับเงินจากหน่วยงานในเครือ 1MDB โดยผิดกฎหมาย ซึ่งโทษจำคุก 12 ปี ในคดีนั้นถูกลดเหลือครึ่งหนึ่งเมื่อปีที่แล้วจากคณะกรรมการอภัยโทษ
เมื่อปีที่แล้ว นาจิบเคยออกมาขอโทษต่อความผิดพลาดในการจัดการคดีอื้อฉาวดังกล่าว แต่ยังคงยืนยันว่าไม่ได้ทุจริต โดยอ้างว่าเขาถูกหลอกโดยเจ้าหน้าที่ 1MDB และนักการเงินที่หลบหนีอย่าง Jho Low เกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงิน อย่างไรก็ดีผู้พิพากษาเซเกอราห์ระบุว่า หลักฐานชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์อย่างชัดเจนระหว่างนาจิบกับโลว์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนและคนกลางของอดีตนายกรัฐมนตรีในกิจการของ 1MDB
นาจิบยืนยันว่าเขาเข้าใจผิดว่าเงินที่ถูกโอนเข้าบัญชีของเขาเป็นเงินบริจาคจากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย แต่ผู้พิพากษาระบุว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือ และปฏิเสธเอกสารจดหมายบริจาคที่นาจิบอ้างว่าได้รับจากราชวงศ์ซาอุฯ โดยระบุว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนและอาจเป็นเอกสารปลอม
“ข้อสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เรื่องเล่าเงินบริจาคจากอาหรับไม่มีน้ำหนักใด ๆ … หลักฐานชี้ชัดว่าเงินดังกล่าวมาจากกองทุน 1MDB” ผู้พิพากษากล่าว
ทั้งนี้คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังศาลอีกแห่งปฏิเสธคำร้องของนาจิบในการขอรับโทษจำคุกในรูปแบบกักบริเวณในบ้าน ซึ่งยิ่งกระพือความตึงเครียดภายในรัฐบาลของ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรี
พรรค United Malays National Organisation (UMNO) ของนาจิบ เคยรณรงค์ต่อต้านอันวาร์ในการเลือกตั้งปี 2022 แต่ภายหลังได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสม หลังการเลือกตั้งจบลงโดยไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด โดยผู้นำบางส่วนของ UMNO แสดงความผิดหวังต่อคำตัดสินไม่อนุญาตให้กักบริเวณในบ้าน ขณะที่บางรายไม่พอใจกระแสในโซเชียลมีเดียจากสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลของอันวาร์ที่แสดงความยินดีกับคำวินิจฉัยก่อนหน้า
อันวาร์ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสงบสติอารมณ์ และขอให้ยอมรับคำตัดสินของศาลด้วย “ความอดทนและปัญญาอย่างเต็มที่”
อ้างอิง : reuters.com