โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สยามพารากอนเปิด “NEXTOPIA” เมืองต้นแบบโลกอนาคต 15,000 ตร.ม. ทุ่มงบกว่า 850 ล้านบาท

TODAY

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 07.44 น. • TODAY

สยามพิวรรธน์เปิดพื้นที่โครงการใหม่ในสยามพารากอน “NEXTOPIA” เมืองต้นแบบโลกอนาคตที่พัฒนาเพื่อทดลองใช้โซลูชันด้านความยั่งยืน (Sustainability Solutions) ในพื้นที่จริง ภายใต้งบลงทุนกว่า 850 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร บริเวณชั้น 5 และ 5A ของศูนย์การค้า

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของสยามพิวรรธน์กับพันธมิตรภาคธุรกิจและองค์กรระดับโลกกว่า 50 แห่ง รวมถึงเครือข่ายคอมมูนิตี้ด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่า 30 กลุ่ม เพื่อพัฒนาแนวทางลดผลกระทบต่อโลก พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตเมืองในอนาคต ซึ่งสยามพารากอนระบุว่าเป็น “ต้นแบบสำหรับความร่วมมือแบบ Co-creation ที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในพื้นที่เดียวกัน”

ชู 3 องค์ประกอบหลักของโมเดลเมืองต้นแบบ

โครงการถูกออกแบบภายใต้ “NEXTOPIA Model” ที่ประกอบด้วย 3 แกนหลัก คือ

  • โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีความยั่งยืน ที่สถาบันการศึกษาและบริษัทชั้นนำร่วมออกแบบ
  • ชุมชนผู้ขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 30 คอมมูนิตี้
  • ผู้ประกอบการค้าปลีกที่ให้ความสำคัญด้าน Sustainability, Equality และ Inclusivity รวมกว่า 40 ร้าน และผู้ประกอบการ SMEs มากกว่า 300 ราย

เป้าหมายเพื่อยกระดับเมืองสู่ความเป็นกลางทางสิ่งแวดล้อม

สยามพิวรรธน์ระบุว่า NEXTOPIA เป็นก้าวต่อเนื่องจากนโยบายใช้พลังงานสะอาดขององค์กร โดยสยามพารากอนได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวงภายใต้โครงการ Utility Green Tariff (UGT1) ช่วยให้สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในอาคารมากกว่า 30% เป็นรายแรกของกลุ่มศูนย์การค้าในไทย

นอกจากนี้ โครงการยังได้รับ มาตรฐาน Fitwel ระดับ 2 ดาว สำหรับอาคารเชิงพาณิชย์หลายผู้เช่ารายแรกของประเทศ สะท้อนมาตรฐานด้านสุขภาวะและการออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านพลังงาน คุณภาพอากาศ และวัสดุ สำหรับพื้นที่โครงการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมาใช้จริง เช่น

  • Kinetic Floor เปลี่ยนพลังงานจากการเดินเป็นไฟฟ้า พัฒนาโดย Bangkok Cable และ มจธ.
  • Solar Roof ทำงานร่วมกับ B.Grimm ลดการพึ่งพาพลังงานเดิม
  • Floor Radiant Cooling ลดการใช้พลังงานและลดฝุ่น
  • ระบบเติมอากาศ DAS & DOAS มาตรฐานระดับห้องปลอดเชื้อ โดย Daikin
  • วัสดุก่อสร้างและสี Low VOCs จาก TOA, TPI Polene, Vanachai Group และ Saint-Gobain
  • วัสดุรีไซเคิลในโครงสร้าง เช่น เมทัลชีท BlueScope

พื้นที่ยังมีองค์ประกอบด้านศิลปะและอินทีเรียจากวัสดุเหลือใช้ เช่น The Spiral, The Forest Canopy และ The Ocean Canopy

The Globe ศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมเรียลไทม์และความร่วมมือระดับสากล

จุดเด่นของโครงการคือ “The Globe” โครงสร้างทรงกลมแสดงข้อมูลสภาพภูมิอากาศแบบเรียลไทม์ ร่วมกับ GISTDA และ NASA รวมถึง Eco Impact Dashboard ที่รายงานปริมาณการใช้พลังงาน น้ำ การจัดการขยะ และไฟฟ้าที่ผลิตจากกิจกรรมผู้มาเยือน

และยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้ด้านความยั่งยืนสำหรับทุกคน ภายในมีทั้ง Vertical Farm ที่ร่วมกับ Distar เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ลองปลูกผักและนำกลับไปบริโภคได้จริง รวมถึง AR Binoculars ที่ให้ผู้ชมสำรวจนวัตกรรมในพื้นที่แบบเสมือนจริง และระบบ Green Points บน ONESIAM SuperApp ที่จูงใจให้เกิดพฤติกรรมรักษ์โลก นอกจากนี้ยังมี Community Room สำหรับใช้เป็น Co-working Space จัดเวิร์กชอปด้านสิ่งแวดล้อม และนิทรรศการหมุนเวียนตลอดปี เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับสังคมในวงกว้าง

ในด้านความร่วมมือระดับสากล สยามพารากอนได้จับมือกับองค์กรชั้นนำทั่วโลกเพื่อร่วมผลักดันประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น UN, UN Global Compact Network Thailand, UN World Food Programme, UNDP BIOFIN, UNICEF, WWF ตลอดจนเครือข่าย NGOs และคอมมูนิตี้ด้านสิ่งแวดล้อมจำนวนมากในประเทศไทย เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เป็นต้นแบบของการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกอย่างยั่งยืนจริงจังในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...