โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 22.35 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 22.35 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2568

>> หนุ่มวัย 30 ปีขี่รถจยย. ชนต้นไม้ข้างทาง นอนเสียชีวิตข้ามคืนกว่าจะมีคนมาพบศพ

07.20 น. รับแจ้งเหตุจากกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรฯจุดปางศิลาทอง ตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิตบริเวณข้างทาง ริมถนนสายบ้านปางตาไว-บ้านตากฟ้า ม.4 ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร

ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายชานนท์ อายุ 30 ปี นอนคว่ำหน้าใกล้กับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน ล้มคว่ำสภาพพังเสียหายอยู่ติดโคนต้นไม้ ลำต้นมีรอยเปลือกลอกหลุดออกหลายแห่ง บนกิ่งไม้มีไฟฉายแบบคาดศีรษะที่พังเป็นชิ้นส่วนแขวนอยู่ คาดว่าจะเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง

ทางเจ้าหน้าที่ตรำวจ ร้อยเวร สภ.ปางศิลาทอง และแพทย์ชันสูตรเบื้องต้น แล้วสั่งให้นำร่างส่งรพ. ปางศิลาทองชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

>> รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ คุณป้าวัย 61 ปีนั่งซ้อนท้ายกระเด็น ถูกรถทับศีรษะเสียชีวิต

08.55 น. รับแจ้งศูนย์รวมใจภาชี ตรวจสอบอุบัติ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนทางหลวงหมายเลข 33 เส้นทางภาชี - นครหลวง บริเวณเชิงสะพาน 100 ปี ในพื้นที่ของ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธา ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ห่างออกไปพบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรีจอดอยู่

ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 65 ปี และ อายุ 72 ปี ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ภาชี ส่วนในที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 61 ปี สภาพถูกล้อรถเหยียบบริเวณศีรษะ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภาชี

>> เริ่มแล้ว แจ้งเตือน PM 2.5 ผ่าน Cell Broadcast กทม. – ปริมณฑล เข้าสู่ระดับสีส้ม

09.40 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้เริ่มใช้งานระบบ Cell Broadcast ส่งข้อความแจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 สูงไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทันที เพื่อให้สามารถป้องกันสุขภาพได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานของ ทส. ใช้เทคโนโลยีช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน
รองโฆษกฯ ระบุว่า สถานการณ์ PM2.5 มีแนวโน้มสะสมต่อเนื่องถึงวันที่ 2 ธันวาคม จากอิทธิพลสภาพอากาศปิด มวลอากาศเย็นจากจีน และลมอ่อนที่ทำให้ “การระบายอากาศไม่ดี” ขณะที่การตรวจพบ Hotspots เพิ่มขึ้นในภาคกลาง ภาคอีสาน และพื้นที่ทิศเหนือ–อีสานของกรุงเทพฯ ทำให้เศษควันจากการเผาในบางพื้นที่สามารถลอยสะสมในเขตเมืองได้มากขึ้น

ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลายจุดตรวจถึงเกณฑ์ “สีส้ม – เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” โดยพบค่าฝุ่นสูงในช่วงเช้าเป็นพิเศษ และอาจเพิ่มขึ้นเป็นระยะหากสภาพอากาศยังไม่เอื้อให้เกิดการกระจายตัวของมวลฝุ่น

>> เพลิงไหม้สำนักงาน บนอาคารพาณิชย์ ซอยสุขุมวิท 8 มีชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ
11.25 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสุขุมวิท 8 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 6 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัยและร้านอาหาร ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องสำนักงาน เพลิงลุกไหม้โต๊ะ เก้าอี้ พัดลม และลุกลามฝ้าผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่แผงสวิตช์ไฟฟ้าติดผนัง ขณะที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เป็นเพศชาย อายุ 63 ปี สัญชาติอเมริกัน มีอาการบาดเจ็บขาซ้ายเคล็ด อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล และ เป็นเพศชาย อายุ 26 ปี สัญชาติอเมริกัน มีอาการบาดเจ็บที่เท้าขวา อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ และนำส่งโรงพยาบาลวิมุตเทพธารินทร์ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบ่อนไก่

>> นายกรัฐมนตรี ยันเยียวยาน้ำท่วมไม่ช้าแน่นอน

13.28 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเอกสารสำคัญทางราชการอาจจะสูญหายว่า ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแล้ว แต่ยืนยันว่าไม่ช้าแน่นอน

เมื่อถามว่า พื้นที่ที่ไม่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การให้ความช่วยเหลือเยียวยาจะเหมือนกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันมีหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อยู่ในส่วนของพื้นที่ที่ไม่มีการประกาศ เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการขยายพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่โดยเฉพาะ จ.สตูล นายกฯ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์และพิจารณา เพราะอยู่ในอำนาจของ ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่แล้ว

>> ตร.ภ.9 คุมตัวชายวัย 30 ยิงปืนขณะอาสากู้ภัยขับเจ็ตสกีช่วยน้ำท่วมบ้านเกาะหมี อ้างเครียด ยิงป้องกันตัว

13.53 น. สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงผลการจับกุมผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงระหว่างที่อาสาสมัครกู้ภัยขับเจ็ตสกีเข้าช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่โรงเรียนบ้านเกาะหมี ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

หลังเหตุการณ์มีคลิปที่ถูกแชร์ในโซเชียลระบุว่า อาสาฯ มาช่วยน้ำท่วมแต่ถูกยิงตามหลัง 3 นัด ตำรวจจึงรีบสอบถามผู้เสียหายทันที ทราบว่าอาสาสมัครกลุ่มดังกล่าวเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อช่วยผู้ประสบภัยใน อ.หาดใหญ่ และในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 25 พ.ย. 2568 ระหว่างขับเจ็ตสกีในพื้นที่โรงเรียนบ้านเกาะหมี ได้ยินเสียงดังคล้ายปืนประมาณ 3 ครั้ง จึงเร่งขับออกจากพื้นที่

การสืบสวนพบผู้ต้องหาคือ ชายไทย อายุ 30 ปี ตำรวจกดดันติดตามตัวอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันที่ 30 พ.ย. เวลา 12.30 น. ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัว พร้อมอาวุธปืนพกสั้นอัตโนมัติยี่ห้อกล็อก 19 ขนาด 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ

ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุอยู่กับญาติและเพื่อนบ้านซึ่งติดอยู่บนชั้น 2 ของบ้านจากน้ำท่วม ได้ยินเสียงเจ็ตสกีจึงพยายามตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ แต่คนขับอยู่ไกลจึงไม่ได้ยิน จึงตัดสินใจยิงปืนขึ้นฟ้าประมาณ 2 นัด เพื่อส่งสัญญาณ ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่หรือทำร้ายใคร ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> Fix It Center ลุยช่วยชาวหาดใหญ่ “รมว.นฤมล” ตรวจเข้ม สั่งเร่งซ่อม-รวดเร็ว-ปลอดภัย

14.36 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตระเวนตรวจศูนย์ Fix It Center ทั้งหลายจุด พร้อมผู้บริหารกระทรวงและหน่วยงานด้านการศึกษา กำชับเดินหน้าซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ และรถจักรยานยนต์ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง พร้อมเตือนประชาชน “เครื่องใช้ไฟฟ้าจมน้ำอย่าเพิ่งเสียบปลั๊ก” เพื่อป้องกันความเสียหายซ้ำเติม ก่อนนำมารับบริการตรวจและซ่อมได้ที่ศูนย์ใกล้บ้าน

จังหวัดสงขลาเปิดศูนย์ Fix It Center รวม 50 จุด กระจายครอบคลุมพื้นที่น้ำท่วม โดยมีครูและนักศึกษาอาชีวะระดมกำลังร่วมซ่อมแซมอย่างไม่หยุดมือ รมว.ศธ. สั่งขับเคลื่อนงานให้เร็ว ปลอดภัย และเข้าถึงทุกครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้โดยเร็วที่สุด

>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ในชุมชนอมรพันธ์นคร ซอยสวนสยาม 26 เสียหายหลายหลัง

14.38 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนอมรพันธ์นคร ซอยสวนสยาม 26 ถนนสวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้สำหรับพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้ บ้านต้นเพลิงลุกลามบ้านเลขที่ 2 เสียหายหมดทั้งหลัง ลุกลามบ้านที่ 3 เสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 105 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การอุ่นอาหารทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย (รายที่ 1) เป็นเพศหญิง ไม่ทราบอายุ มีอาการสำลักควันเล็กน้อย อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ไม่ต้องการไปโรงพยาบาล (รายที่ 2) เป็นเพศหญิง ไม่ทราบอายุ มีอาการถูกไฟลวกบริเวณแขนขวาเล็กน้อย อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ไม่ต้องการไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน

>> นายกฯ สั่งการกระทรวงมหาดไทย ตั้งโรงครัวในชุมชนแทนแจกข้าวกล่อง ตั้งเป้า 14 วัน ทั้งจังหวัดสงขลาต้องสะอาด

14.52 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย หรือ ศป.กฉ. แถลงผลการประชุม ว่า เมื่อวานนี้ (30 พ.ย.68) นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจไปดูสถานที่จริงในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้ได้เห็นปัญหาที่แท้จริง และรับฟังจากภาคเอกชน ก่อนมากำหนดเป็นนโยบาย เพื่อใช้ในการฟื้นฟู เยียวยา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดสงขลาที่เดียว แต่จะฟื้นฟู เยียวยาทั้งภาคใต้ที่ประสบปัญหาอุทกภัยในขณะนี้ ซึ่งในเวลา 13.30 น. ของวันนี้ (1 ธ.ค.68) จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ และจะหยิบยกประเด็นนี้เข้ามาพูดคุยกัน

สำหรับภาพรวมมหาอุทกภัยที่จังหวัดสงขลาขณะนี้ เข้าสู่โหมดการฟื้นฟู เยียวยา ดังนั้น เนื้อหาในการประชุมส่วนมากจะเป็นเรื่องความคืบหน้าการดำเนินการ การบริการ และปัญหาอุปสรรคที่ยังคงติดค้างที่จะต้องเร่งแก้ไข ซึ่งวันนี้การประปาส่วนภูมิภาคชี้แจง ว่า ขณะนี้สามารถจ่ายน้ำได้แล้ว 80% แต่ยังคงมีปัญหาในบางจุด เช่น จุดที่ท่อแตก อุปกรณ์ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งกำลังเร่งแก้ไข คาดว่า น้ำประปาในจังหวัดสงขลาจะกลับมาใช้ได้ 100% ในวันพุธ ที่ 3 ธันวาคมนี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ประสานงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องขยะ ซึ่งขณะนี้รถเก็บขยะมี 100 คัน แต่ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงเปิดโอกาสให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด ใช้วิธีจ้างเหมาบริการให้กับภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาทันที ซึ่งได้ตั้งเป้าหมาย 7 วัน ประชาชนต้องเข้าอยู่ในบ้านได้ และ 14 วัน จังหวัดสงขลา รวมถึงที่อำเภอหาดใหญ่ต้องสะอาด โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ยืนยันว่า ยังสามารถดำเนินการได้ตามไทม์ไลน์ที่กำหนด

>> สธ.แถลงยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมสงขลา 140 ราย พิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 104 ราย

16.00 น. นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การรายงานผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อุทกภัยที่จังหวัดสงขลา ข้อมูลปัจจุบัน วันที่ 1 ธันวาคม 2568 มีผู้เสียชีวิตที่อยู่ในระบบหรือในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ทั้งหมด 140 ศพ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 138 ศพ วันนี้เพิ่มขึ้น 2 ศพ

ผู้เสียชีวิตทั้งหมดแยกเป็น 2 ส่วน คือเสียชีวิตในโรงพยาบาล 65 ราย และเสียชีวิตนอกโรงพยาบาล 75 ราย รวมเป็น 140 ราย ในส่วนการพิสูจน์อัตลักษณ์ ได้พิจารณาแล้วทั้งหมด 104 ราย เหลืออีก 36 รายที่รอการพิสูจน์ตัวบุคคล ขณะเดียวกันมีการรับศพคืนสู่ญาติแล้ว 23 ราย ตอนนี้ศพที่ค้างอยู่ในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ซึ่งเป็นจุดรวม เหลือ 117 ราย อันนี้เป็นภาพรวมของการดูแลผู้เสียชีวิตในช่วงอุทกภัย

>> ไฟไหม้ร้านรับซื้อน้ำมันเก่า ริมถนนบายพาสชะอำ จนท.ควบคุมเพลิงไว้ได้ ไม่มีผูับาดเจ็บ

16.26 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้อาคารร้าง ใกล้ร้านแม่กิมลั้ง ถนนบายพาสชะอำ กม.1 ขาล่องใต้ จึงสั่งการ สภ.ชะอำ แจ้งสายตรวจ ชะอำ 1212 ไปตรวจสอบ

โดยที่เกิดเหตุเป็นเพลิงไหม้ร้านรับซื้อน้ำมันเก่า หลังอาคารร้าง เพลิงกำลังลุกไหม้รุนแรง ประสานรถดับเพลิงจาก เทศบาลเมืองชะอำ และเทศบาลตำบลนายาง สนับสนุนที่เกิดเหตุ ใช้เวลา ประมาณ 30 นาที ควบคุมเพลิงได้เรียบร้อย ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุและค่าเสียหาย อยู่ระหว่างการสอบสวนของ พนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ

>> กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หนังสือส่วนที่สุด ถึงผู้ว่าฯ 9 จังหวัด "การลดขั้นตอนเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้"

20.24 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการ 9 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล) เพื่อเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

โดยให้ทุกจังหวัดลดขั้นตอนการรับเงินเยียวยา ยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกำชับใช้เอกสารยืนยันตัวตนเท่าที่จำเป็น ได้แก่ เลขประจำตัวประชาชน และเลขบัญชีธนาคารที่รับโอนเงิน, บันทึกภาพถ่ายขณะมอบความช่วยเหลือ ซึ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บันทึกได้เอง และ หรือให้ผู้รับ ลงนามยืนยันว่าได้รับเงินจริงก่อนดำเนินการโอนเงิน ย้ำต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วและโปร่งใส

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายกลางถนนพหลโยธิน จ.ปทุมธานี

00.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิต ถนนพหลโยธิน ขาเข้า ฝั่งตรงข้ามโลตัส นวนคร ในช่องทางหลัก ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีดำ ไม่พบทะเบียน ชนกับรถบรรทุก สีเขียว ป้ายทะเบียน กทม. มีผู้เสียชีวิตหญิง 1 ราย อายุประมาณ 25 - 30 ปี ไม่พบเอกสารติดตัว ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

01.55 น.กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 547 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี มีผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย

03.40 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี และมีผู้เสียชีวิต ถนนกำแพงเพชร ฝั่งขาเข้า เชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกกำแพงเพชร ในพื้นที่ เขตจตุจักร กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จิออโน่ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำ ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 26 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...