3 โบรกฯ เปิดมุมมองดีล BJC เข้าซื้อกิจการ MMVN ในเวียดนาม
#BJC #ทันหุ้น-โบรกเกอร์ 3 รายได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ การเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ ทีซีซีแลนด์ อินเตอร์แนชนั่ แนล (สิงคโปร์) พีทีอีแอลทีดี(TCCLI) บริษัท Holding ในสิงคโปร์ ที่ถือหุ้นเพียงบริษัทเดียว คือ บริษัท เอ็ม เอ็ม เมก้า มาร์เก็ต (MMVN) บริษัทประกอบธุรกิจศูนย์จำหน่ายขายส่งสินค้าในประเทศเวียดนาม มูลค่า 22,500 ล้านบาท ซื้อโดยใช้เงินกู้100% โดยจะนำเข้าพิจารณาในการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 13 ก.พ. 69 และต้องมีเสียงอนุมัติไม่ต่ากว่า 75%
บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ระบุว่า BJC มองเป็นโอกาสเปิดตลาดในประเทศเวียดนามที่มีการเติบโตสูง คาดจีดีพีเวียดนามเติบโต 6-7% ต่อปี อีกทั้งยังมีโอกาสเติบโตในเมืองรองและพื้นที่รอบนอกที่อยู่ในช่วง Urbanization ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน Modern Trade เพียงราว 38% นอกจากนี้คาดว่าจะได้รับประโยชน์ทาง Synergy ในระยะยาว โดยบริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่ม 24 สาขาภายใน 5 ปี จากงบลงทุนปีละ 500-1,000 ล้าน
ฝ่ายวิจัยฟิลลิป มองว่าแม้ดีลนี้จะช่วยเปิดโอกาสการเติบโตในตลาดเวียดนามระยะยาว แต่ในระยะสั้นมองเป็น Sentiment เชิงลบต่อ BJC เนื่องจากราคาซื้อสูง โดยในปี 2567บริษัท MMVN มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 553 ล้านบาทและคาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ราว 580 ล้านบาท เมื่อนำมาพิจารณากับมูลค่าการเข้าซื้อที่ 22,500 ล้านบาท คิดเป็นพี/อี ปี 2568 ที่ 38.8 เท่า สูงกว่า PE ปัจจุบันของ BJC ที่ 14.3 เท่า และค่าเฉลี่ยของกลุ่มในเวียดนามที่ราว 16 เท่า อีกทั้งการใช้เงินกู้ 100% ในการเข้าซื้อทำให้ต้นทุนทางกาเงินเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่ยังไม่เห็น Synergy ในเชิงตัวเลขที่ชัดเจน ทำให้มีแนวโน้มกดดันกำไรและ EPS ของ BJC ในระยะสั้นถึงกลาง
บล.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากผู้บริหาร BJC ได้ชี้แจงว่ากำไรของ MMVN จะเพิ่มขึ้น 2 เท่าจาก 580 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 1.2 พันล้านบาทในปี 2573 โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายร้านค้าปลีกอย่างรวดเร็วซึ่งน่าจะเติบโตจาก 30 แห่งในปัจจุบันเป็น 54 แห่ง ณ สิ้นปี 2573 โดยคงคำแนะนำซื้อหุ้น BJC ให้ราคาเป้าหมายที่ 25 บาท โดยยังไม่คำนึงถึงตัวเลข MMVN
ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ประเมินว่าหากซื้อ MMVN ในช่วงปลายไตรมาส 1/69 การเพิ่มขึ้นของกำไรจาก MMVN อาจมีขนาดเล็กหรือ 15 ล้านบาทในปี 2569 และเพิ่มขึ้นเป็น 54 ล้านบาทในปี 2570 และ 320 ล้านบาทในปี 2573 (6% ของกำไรหลักของ BJC)
“เราคิดว่าการเข้าซื้อกิจการ MMVN สามารถช่วยเพิ่มยอดขายและการเติบโตของกำไรในระยะยาวได้ เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง และ penetration ตลาดโมเดิร์นเทรดที่ต่ำในเวียดนาม”ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์
โดยแนะนำซื้อ BJC ให้ราคาเป้าหมายที่ 25 บาท
บล.กสิกรไทย ระบุว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีอัตราส่วนมูลค่าที่ค่อนข้างสูง โดยคิดเป็นพี/อี เรโช ราว 40.7 เท่า สำหรับปี 2567 และราว 38.8 เท่าในปี 2568 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกในเวียดนาม ซึ่งอยู่ในช่วงประมาณ 13.2-33.8 เท่า ขณะที่ปริมาณการกำไรต่อหุ้น(EPS) เฉลี่ยของกลุ่มคาดว่าจะเติบโต 64% ในปี 2568 และ 21% ในปี 2569
โดยฝ่ายวิจัยกสิกรไทย มองดีล BJC เข้าลงทุนในครั้งนี้ผลเป็นกลางในระยะสั้น เนื่องจากผลบวกจากการเพิ่มกำไรถูกชดเชยเป็นส่วนใหญ่ด้วยภาระดอกเบี้ยและมูลค่าการซื้อขายที่สูงเกินกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็ซที่สุดในภูมิภาค ดีลนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีในการสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะกลางถึงระยะยาว
กลยุทธฺ์การลงทุน ยังคงคำแนะนำซื้อหุ้น BJC แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงอยู่ที่ 17.4 บาทจากเดิมที่ 21.3 บาท ซึ่งเมื่อวานนี้ราคาหุ้นปรับตัวลง 6.4% หลังการประกาศดีล สะท้อนความกังวลของตลาดต่อ upside ที่จำกัดในระยะสั้น