โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“รมว.พาณิชย์” ดันไทย “แหล่งความมั่นคงทางอาหารโลก” ลงนามขายข้าว 1 แสนตัน กับสิงคโปร์ เล็งต่อยอดสินค้าเกษตรอื่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ย. 2568 เวลา 15.45 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2568 เวลา 08.45 น.

รมว. พาณิชย์ เผยโมเดลไทยลงนามขายข้าวรัฐต่อรัฐ (G-to-G) กับสิงคโปร์ 1 แสนตัน ในระยะเวลา 5 ปี เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารระหว่างประเทศ เตรียมต่อยอดสู่สินค้าเกษตรอื่น ตั้งเป้าไทยเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารโลก

9 พ.ย. 2568 - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ภายหลังการบรรยายพิเศษในงาน Policy Talk ครั้งที่ 2 หัวข้อ “นโยบายด้านการค้าและการพาณิชย์ของรัฐบาล” จัดโดยหลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงความสำเร็จในการเจรจาซื้อขายข้าวกับประเทศสิงคโปร์ว่า การลงนามสัญญาซื้อขายข้าวกับสิงคโปร์ถือเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการในลักษณะรัฐต่อรัฐ (G-to-G) ซึ่งที่ผ่านมา การค้าข้าวระหว่างไทยกับสิงคโปร์เป็นการซื้อขายโดยภาคเอกชนเป็นหลัก แต่ครั้งนี้มีความสำคัญใน 2 มิติ คือ

  • เป็นความร่วมมือซื้อข้าวระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลครั้งแรก
  • เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารระหว่างประเทศ มากกว่าการค้าข้าวในเชิงพาณิชย์ทั่วไป

นางศุภจี กล่าวว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด และในยุคที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยภูมิอากาศ ภูมิรัฐศาสตร์ และโรคระบาด หลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรม มีศักยภาพด้านสินค้าอาหารและวัตถุดิบ จึงสามารถเป็นพันธมิตรสำคัญในการส่งเสริมเสถียรภาพด้านอาหารให้กับประเทศคู่ค้า

“ข้อตกลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขายข้าว แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ เป็นโมเดลที่เริ่มต้นจากสินค้าข้าวจำนวน 100,000 ตันในระยะเวลา 5 ปี และสามารถต่อยอดสู่สินค้าเกษตรอื่น เช่น เนื้อหมู ไก่ และสินค้าเกษตรสดประเภทต่างๆ ได้ในอนาคต”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้หารือกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ตะวันออกกลาง รวมถึงยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งหลายประเทศให้ความสนใจในโมเดล “Food Security” ของไทย โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารจำนวนมาก

“โมเดลนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ทั้งในมิติของประเทศและประเภทสินค้า โดยเริ่มจากการร่วมมือกับสิงคโปร์ในสินค้าข้าวและสามารถขยายผลไปสู่ประเทศอื่น รวมถึงสินค้าเกษตรประเภทอื่นในระยะต่อไป เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านอาหารในระดับภูมิภาคและระดับโลก”

นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวโน้มการปรับโครงสร้างการค้าโลก (trade diversion) ที่หลายประเทศปรับแหล่งนำเข้าและส่งออกสินค้าใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน (world supply chain) ซึ่งประเทศไทยสามารถใช้จังหวะนี้ในการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ให้สินค้าเกษตรไทยมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2568 ไทยและสิงคโปร์ ได้แลกเปลี่ยนบันทึกความร่วมมือ (MOC) ด้านการ ค้าข้าว โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ร่วมเป็นสักขีพยานกับนายลอเรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสิงคโปร์ โดยฝ่ายสิงคโปร์ โดยบันทึกความร่วมมือฉบับนี้มวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และขยายความร่วมมือด้านการค้าข้าวระหว่างสองประเทศ โดยรัฐบาลไทยตกลงที่จะขายข้าวให้แก่รัฐบาลสิงคโปร์ ในปริมาณสูงสุดไม่เกิน 1 แสนตัน ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี

พร้อมกันนี้ นางศุภจียังกล่าวถึงการดำเนินนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในช่วง 4 เดือนของรัฐบาล ว่า จะผลักดันโครงการกว่า 20 โครงการ ครอบคลุม 7 นโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ รวมกว่า 70 กิจกรรม อาทิ

  • โครงการ “สุขกายสบายกระเป๋า” ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาราคายุติธรรม
  • โครงการธงฟ้าและธงเขียว เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
  • การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ โดยร่วมมือกับธนาคารเอสเอ็มอี (SME D Bank) เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโตได้รวดเร็วขึ้น

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูลพยากรณ์อุปสงค์และอุปทานล่วงหน้า (Forecast) เพื่อประเมินผลกระทบต่อสินค้าและราคา พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

อ่านข่าวทีเ่กี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...