โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดบันทึกกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์

STADIUM

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2568 เวลา 13.22 น. • STADIUM TH

นับตั้งแต่ประเทศไทยได้เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกในปี 1952 หลังจากนั้นก็ได้เข้าร่วมตลอดมารวมแล้ว 17 ครั้งติดต่อกัน (ยกเว้นปี 1980 ไม่ส่งแข่ง) ทำผลงานได้ทั้งหมด 35 เหรียญจาก 3 ชนิดกีฬา แบ่งเป็น มวยสากล 15 เหรียญ, ยกน้ำหนัก 14 เหรียญ และเทควันโด 6 เหรียญ โดยทำได้เหรียญทอง 10 เหรียญมากที่สุดในบรรดาประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียน

ในวาระที่โอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เราขอพาทุกคนย้อนกลับไปสัมผัสเรื่องราวอันน่าจดจำของนักกีฬาไทยในโอลิมปิก ซึ่งแต่ละครั้งจะมีเรื่องอะไรบ้าง ติดตามพร้อมกันได้ที่นี่

1952 : ไทยเข้าร่วมโอลิมปิกครั้งแรก

ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนสมัยแรกในปี 1952 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์

โอลิมปิกในปีนั้นเราส่งเฉพาะกรีฑาชายเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 8 คน พร้อมนักกีฬาสำรองอีก 3 คน ประกอบด้วย พงศ์อำมาตย์ อำมาตยกุล, กำธร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, สมภพ สวาทะนันท์, อรุณ แสนโกสิก, สอ้าน ชำนิการ, อดุลย์ วรรณสถิตย์, บุญภักดิ์ ขวัญเจริญ, ปัจจัย สมาหาร, บุญเติม พรรคพ่วง, พยนต์ มหาวัจน์ และสถิต เลี้ยงถนอม

แน่นอนว่าเรื่องเหรียญรางวัลอาจจะยังดูไกลตัวเดินไป แต่ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาไทยในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ

1964 : นักกีฬาเข้าร่วมมากสุด

นักกีฬาไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์มากที่สุดต่อหนึ่งครั้งอยู่ที่จำนวน 54 คน ซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 1964 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จากจำนวน 8 ชนิดกีฬาและยังเป็นครั้งแรกที่เราส่งนักกีฬาหญิงเข้าร่วมโอลิมปิก

อย่างไรก็ตามในครั้งนั้นยังเป็นการเชิญให้เข้าร่วม ซึ่งแตกต่างจากโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล นักกีฬาไทยเข้าร่วมทั้งหมด 54 คนเท่ากัน แต่ที่บราซิลนั้นเป็นการใช้ระบบชิงโควตา นักกีฬาทุกคนต้องผ่านการคัดเลือกจึงจะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน

1976 : ปลดล็อกความสำเร็จครั้งแรก

ความสำเร็จของนักกีฬาในโอลิมปิกเกมส์เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1976 มอลทรีอัลเกมส์ ประเทศแคนาดา เกิดขึ้นจากผลงานของ พเยาว์ พูนธรัตน์ นักกีฬามวยสากลสมัครเล่น ได้เหรียญทองแดงรุ่นไลต์ฟลายเวต 48 กก.ชาย หลังจากที่เขาไปฝ่าฟันไปจนถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะแพ้ให้กับ รี บยอง อุ๊ก จากเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ความสำเร็จดังกล่าวยังทำให้ประเทศไทยเป็นชาติที่ 3 ของอาเซียนที่คว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ได้ต่อจาก ฟิลิปปินส์ ที่ได้จากกีฬาว่ายน้ำในปี 1928 และสิงคโปร์ ที่ได้จากกีฬายกน้ำหนัก ในปี 1960

1984 : ยกระดับความสำเร็จไปอีกขั้น

ในปี 1984 ที่ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีที่ประเทศไทยส่งนักกีฬาร่วมโอลิมปิกเกมส์ หลังจากที่ โอลิมปิก 1980 ที่กรุงมอสโก เราไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน

การกลับมาในครั้งนี้นักกีฬาไทยสร้างสำเร็จในโอลิมปิกเกมส์ได้อีกครั้ง ทำได้ 1 เหรียญเงิน จาก ทวี อัมพรมหา หรือ ขาวผ่อง สิทธิชูชัย กีฬามวยสากลสมัครเล่น ซึ่งผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท 63 กก.ชาย ก่อนจะพ่ายต่อนักชกเจ้าภาพได้เหรียญเงินไปครอง

ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้มวยสากลสมัครเล่นคว้าเหรียญโอลิมปิกได้ต่อเนื่องเป็นครั้งแรก และยังเป็นการยกระดับความสำเร็จของนักกีฬาไทยอีกขั้น หลังจากเมื่อ 8 ปีก่อนเราได้ 1 เหรียญทองแดง

1988 - 1992 : กีฬาแห่งความหวัง

มวยสากลสมัครเล่นกลายเป็นกีฬาความหวังของคนไทย หลังจากประสบความสำเร็จในโอลิมปิกเกมส์ได้ 4 สมัยติดต่อกัน โดยในปี 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เราได้ 1 เหรียญทองแดงจาก ผจญ มูลสัน รุ่น 54 กก.ชาย จากนั้นในโอลิมปิก 1992 บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน อาคม เฉ่งไล่ กลายเป็นฮีโร่โอลิมปิกด้วยผลงาน 1 เหรียญทองแดง ในรุ่น 67 กก. ชาย

จากความสำเร็จดังกล่าวทำให้นักกีฬาไทยคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน โดยทั้งหมดเป็นผลงานของมวยสากลสมัครเล่นเพียงชนิดกีฬาเดียว ซึ่งทำให้เหล่านักชกไทยกลายเป็นความหวังในโอลิมปิกมาตลอด

1996 : เหรียญทองประวัติศาสตร์

หลังจากประสบความสำเร็จครั้งในปี 1976 ผ่านไป 20 ปี ในที่สุดฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกของเราก็ได้ถือกำเนิดเป็นครั้งแรก

ย้อนกลับไปใน แอตแลนตาเกมส์ 1996 ที่สหรัฐอเมริกา มวยสากลสมัครเล่นของไทยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาทำได้สำเร็จ เมื่อ สมรักษ์ คำสิงห์ เอาชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรีย ไปได้พร้อบกับคว้าเหรียญทองในรุ่น 57 กก.ชายมาครองได้คอได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นเหรียญทองเหรียญแรกของประเทศไทยในโอลิมปิกเกมส์ และจากเหตุการณ์นี้เองทำให้สมรักษ์กลายเป็นตำนานผู้ยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจวบจนวันนี้

แต่ประวัติศาสตร์ของไทยในแอตแลนตาเกมส์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเรายังได้อีก 1 เหรียญทองแดงจาก วิชัย ราชานนท์ มวยสากลสมัครเล่น รุ่น 54 กก.ชาย กลายเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยคว้าเหรียญได้มากกว่าหนึ่งเหรียญในโอลิมปิกครั้งเดียวกัน

2000 : ความสำเร็จจากหนึ่งกลายเป็นสอง

มวยสากลสมัมครเล่นยังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จในคนไทยอย่างต่อเนื่อง ที่ประเทศออสเตรเลีย ซิดนีย์ เกมส์ 2000 ขุนพลเสื้อกล้ามไทย คว้ามาได้ 1 เหรียญทองจาก วิจารณ์ พลฤทธิ์ กลายเป็นฮีโร่เหรียญทองคนที่ 2 ของคนไทย หลังเอาชนะนักชกคาซัคสถานในรอบชิงชนะเลิศ 19-12 คะแนน ในรุ่น 51 กก.ชาย นอกจากนี้กำปั้นไทยยังได้อีก 1 เหรียญทองแดงจาก พรชัย ทองบุราณ รุ่น 75 กก.ชาย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้โอลิมปิกหนนี้เป็นที่จดจำมากขึ้น เมื่อ เกษราภรณ์ สุตา คว้าเหรียญทองแดงได้จากกีฬายกน้ำหนักในรุ่น 58 กก.หญิง ทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาหญิงและนักกีฬายกน้ำหนักคนแรกของไทยที่คว้าเหรียญรางวัลได้ในโอลิมปิกเกมส์ และนอกจากยกน้ำหนักจะกลายเป็นชนิดกีฬาที่สองที่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญให้กับกีฬายกน้ำหนักอีกด้วย

2004 : ปีทองของนักกีฬาไทย

เอเธนส์ เกมส์ 2004 ที่ประเทศกรีซ ถือเป็นปีทองของนักกีฬาไทยจากความสำเร็จที่น่าจดจำที่เกิดขึ้นมากมาย เริ่มตั้งแต่เป็นปีที่นักกีฬาคว้าเหรียญรางวัลมาได้มากที่สุด 8 เหรียญ จากผลงาน 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง

ครั้งแรกที่นักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองได้มากกว่า 1 เหรียญ โดย 3 เหรียญทองนั้นได้จาก มนัส บุญจำนงค์ กีฬามวยสากล, อุดมพร พลศักดิ์ และปวีณา ทองสุก 2 สาวจากกีฬายกน้ำหนัก โดยเฉพาะความสำเร็จของอุดมพรนั้นทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาหญิงคนแรกของไทยและของกีฬายกน้ำหนักที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์

นอกจากนั้นเราได้ยังได้ถือกำเนิดฮีโร่โอลิมปิกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิดกีฬาจากเทควันโด ผลงานเหรียญทองแดง เยาวภา บุรพลชัย ซึ่งเป็นเหรียญแรกของเทควันโดในโอลิมปิก และยังทำให้ประเทศไทยคว้าเหรียญรางวัลพร้อมกัน 3 ชนิดกีฬาในโอลิมปิกครั้งเดียว เป็นครั้งแรก

2008 : เบิ้ลเหรียญโอลิมปิกครั้งแรก

ปักกิ่งเกมส์ 2008 ที่ประเทศจีน นักกีฬาไทยยังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ทำได้จาก 3 ชนิดกีฬา มวยสากลสมัครเล่น, ยกน้ำหนักและเทควันโด โดยเหรียญทองนั้นมาจาก สมจิตร จงจอหอ มวยสากลสมัครเล่น และ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จากยกน้ำหนัก

2 เหรียญเงินจาก มนัส บุญจำนงค์ มวยสากลสมัครเล่น และ บุตรี เผือดผ่อง เทควันโดหญิง ส่วน 2 เหรียญทองแดงมาจากกีฬายกน้ำหนัก วันดี คำเอี่ยม และเพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล

ความสำเร็จในปีนั้นของ มนัส บุญจำนง และวันดี คำเอี่ยม ทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นนักกีฬาไทยสองคนแรกที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้มากกว่าหนึ่งครั้ง โดยมนัสนั้นเป็นนักกีฬาไทยที่ประสบความสำเร็จสูงสุดมาจนถึงปัจจุบันจากเหรียญทอง 2004 และเหรียญเงิน 2008 รวมถึง วันดี คำเอี่ยม คว้าเหรียญทองแดงได้สองสมัย 2004 และ 2008

2012 : ปีแห่งดราม่า

ลอนดอนเกมส์ 2012 นักกีฬาไทยยังสร้างความสำเร็จต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกัน ทำได้ 4 เหรียญจาก 3 ชนิดกีฬาเหมือนเดิม แบ่งเป็น มวยสากล 1 เหรียญเงิน แก้ว พงษ์ประยูร, ยกน้ำหนัก 1 เหรียญเงิน พิมศิริ ศิริแก้ว 1 เหรียญทองแดง รัตติกาล กุลน้อย และเทควันโด 1 เหรียญทองแดงจาก ชนาธิป ซ้อนขำ

ดราม่าแรกเกิดขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ มวยสากลสมัครเล่น ในรุ่นไลท์ฟลายเวต เมื่อ แก้ว พงษ์ประยูร นักชกของไทยถูกมองว่าได้รับผลการตัดสินที่ค้านสายตา เมื่อตลอดการชกเขาออกหมัดได้จะแจ้งและชัดเจน จนทำให้ ซู ชิหมิง คู่ชกจากจีน นั้นมีบาดแผลเต็มใบหน้า แต่สุดท้ายกรรมการกลับชูมือให้จีนชนะไปอย่างน่าเจ็บปวด ส่งผลให้เกิดข้อครหาขึ้นในวงกว้าง และไอบา หรือ สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ ณ เวลานั้นถูกตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในการตัดสินรวมถึงการบริหารในเวลาต่อมา

ส่วนดราม่าที่สองนั้นเป็นผลต่อเนื่องมาจากข้อแรก ผลการตัดสินที่ค้านสายตาทำให้โอลิมปิกหนนี้เราไม่มีเหรียญทองเป็นครั้งแรกนับจากสมรักษ์ คำสิงห์ ทำได้ในปี 1996 และยังเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี ที่มวยสากลสมัครเล่นเดินทางกลับบ้านโดยที่ไม่มีเหรียญทอง

2016 : กอบกู้ศรัทธา

ริโอเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล นักกีฬาไทยกอบกู้ศรัทธาจากแฟนกีฬากลับมาได้อีกครั้ง ทำผลงานได้ 6 เหรียญซึ่งเป็นการคว้าเหรียญรางวัลได้มากอันดับ 2 เทียบเท่ากับปี 2008 แบ่งเป็น 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญเงิน จาก 2 ชนิดกีฬา

พระเอกในครั้งนี้เป็นกีฬายกน้ำหนักที่ทำได้มากสุด 2 เหรียญทองจาก โสภิตา ธนสาร รุ่น 48 กก.หญิง, สุกัญญา ศรีสุราช รุ่น 58 กก.หญิง, 1 เหรียญเงินจาก พิมศิริ ศิริแก้ว ในรุ่น 58 กก.หญิง, 1 เหรียญทองแดงจาก สินธุ์เพชร กรวยทอง รุ่น 56 กก.ชาย ส่วนผลงานที่เหลือมาจากเทควันโด 1 เหรียญเงิน เทวินทร์ หาญปราบ รุ่น 58 กก.ชาย และ 1 เหรียญทองแดงจาก พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจซึ่งเป็นโอลิมปิก

ความสำเร็จดังกล่าวมีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นตามมาหลายเรื่อง เริ่มจาก พิมศิริ ศิริแก้ว กลายเป็นนักกีฬาไทยคนที่ 3 ที่คว้าเหรียญโอลิมปิก 2 สมัย เหรียญเงิน 2012 และ 2016 ด้าน สินธุ์เพชร กรวยทอง กลายเป็นนักกีฬายกน้ำหนักชายคนแรกของไทยที่คว้าเหรียญโอลิมปิกมาครองได้ เช่นเดียวกับ เทวินทร์ หาญปราบ ที่เป็นเทควันโดชายคนแรกที่ได้เหรียญโอลิมปิก

ขณะที่ขาประจำอย่างมวยสากลสมัครเล่นไม่สามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่เหรียญทองแดงของพเยาว์ พูนธรัตน์ ในปี 1976 ซึ่งสาเหตุที่พลาดเหรียญรางวัลในปีนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฝ่ายจัดการแข่งขันได้เปลี่ยนกติกาการให้คะแนนจากชกเข้าเป้าให้ 1 คะแนน มาเป็นให้คะแนนแบบ 10 แต้มต่อยกเหมือนมวยสากลอาชีพ กรรมการให้คะแนน 5 คน แต่คอมพิวเตอร์จะทำการสุ่มเอาคะแนนเพียง 3 คนเท่านั้น นักชกชายถอดเฮดการ์ด ส่วนนักชกหญิงยังใส่เฮดการ์ดเหมือนดิม แถมยังเปิดโอกาสให้นักชกอาชีพลงแข่งขันได้ด้วย ซึ่งทำให้นักชกไทยที่ถนัดต่อยเก็บคะแนนต้องปรับรูปแบบการชกซึ่งสุดท้ายก็ไม่ทัน

2020 : เหรียญทองประวัติศาสตร์จากเทควันโด

โตเกียว 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น กว่าการแข่งขันจะเปิดฉากขึ้นได้ต้องบอกว่าฝ่าฟันมรสุมหนักเลยทีเดียว ผลกระทบจากโควิด19 ทำให้โอลิมปิกครั้งนี้ถูกเลื่อนออกไปเป็นเวลา 1 ปี ทุกชนิดกีฬาต้องหัวหมุนกันตั้งแต่ช่วงควอลิฟาย แต่สุดท้ายนักกีฬาไทยก็ยังทำผลงานได้ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง

1 เหรียญทองที่ได้มานั้นเป็นผลงานของ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด รุ่น 49 กก.หญิง จากความสำเร็จในครั้งนี้ทำเธอกลายเป็นนักกีฬาไทยคนที่ 4 ที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้ 2 สมัย ต่อจากเหรียญทองแดงปี 2016 และยังเป็นการปลดล็อคเหรียญทองครั้งแรกในโอลิมปิกให้กับกีฬาเทควันโดอีกด้วย หลังจากรอคอยมาอย่างยาวนาน 20 ปีเต็มนับตั้งแต่คว้าเหรียญแรกได้ในปี 2004

ส่วนอีก 1 เหรียญทองแดงได้จากสุดาพร สีสอนดี มวยสากลรุ่น 60 กก. หญิง ซึ่งถือเป็นการกลับมาคว้าเหรียญโอลิมปิกได้ในรอบ 9 ปีของกีฬามวยสากล และยังเป็นเหรียญแรกของมวยสากลหญิงไทยในโอลิมปิก

สำหรับ ปารีส 2024 ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 11 สิงหาคม 2567 นี้ ไทยส่งนักกีฬาลงแข่งขัน 51 คน จาก 16 ชนิดกีฬา น่าลุ้นและน่าติดตามเหลือเกินว่าโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้จะมีเหตุการณ์อะไรที่น่าสนถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...