โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“สุรสิทธิ์” โต้คลิป ตร. อ้าง ถูกตัดต่อ แฉ ถูกบังคับให้การ ปัดตอบปม ทองคำแท่ง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 13.43 น.

“สุรสิทธิ์” โต้คลิป ตร. อ้าง ถูกตัดต่อ แฉ ถูกบังคับให้การ ปัดตอบปม ทองคำแท่ง “ทนาย” ตั้งข้อสังเกตุ สอบพยาน เอกสารแค่ 3 แผ่น ทำไมใช้เวลาสอบนานกว่า 13 ชั่วโมง เตรียมเอาผิดตำรวจทุกนาย

วันที่ 8 ม.ค. 69 ที่สนามบินดอนเมือง นายสุรสิทธิ์ แพเกิด อายุ 55 ปี พร้อมด้วยนายอมร กุศล ทนายความ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดคลิปยืนยันว่า ไม่ได้มีการบังคับให้นายสุรสิทธิ์ให้การตามคำนัดแนะของตำรวจ โดยนายสุรสิทธิ์ ยืนยันว่า คลิปดังกล่าว มีการตัดต่อ ซึ่งขณะนั่งให้การในห้องสอบสวน ตำรวจมีการตั้งกล้องถ่ายไว้ตลอด และมีการพูดคุยกันว่า "ให้ดูภาพดีๆ เดี๋ยวเอาไปตัดต่อไม่เนียน" รวมทั้งการอ่านหมายค้นในวันดังกล่าว ชุดตรวจค้นยืนยันว่าเข้ามาตรวจค้นในเรื่องของยาเสพติดและอาวุธปืน ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการติดสินบน และในวันนั้นตนก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าอยู่บ้านคนเดียว ไม่ได้เดินไปหาแฟนสาว ตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องไม่ให้ตนติดต่อใคร และบังคับให้ไป สภ.ท่าฉาง พร้อมทั้ง ถอดเมมโมรี่จากกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในบ้านของตนไปด้วย แต่ตนก็ ไม่ได้สอบถามว่าตำรวจถอดเมมโมรี่ไปทำอะไร

เมื่อไปถึง สภ.ท่าฉาง ตนพยายามจะขอโทรศัพท์คืน เพื่อติดต่อทนายความ และญาติ แต่ตำรวจก็ยังไม่ให้คืน พร้อมกับนำกระดาษ A4 มา 3 แผ่น บังคับให้ตนให้การตามข้อมูลที่อยู่ในกระดาษ และข่มขู่ว่าถ้าหากไม่ทำตามจะโดนทำร้าย ตนจึงต้องยอมจำใจทำ พอได้โทรศัพท์คืน ตนก็โทรหาแฟนสาวให้มาหาตอนประมาณ 22.00 น. ได้พูดคุยกันไม่นาน ก็ถูกตำรวจเชิญออกจากห้องสอบสวน

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตน กับกรรมการองค์กรอิสระที่ถูกพาดพิง มีสถานะเป็นเพียงแค่นายจ้างลูกจ้างเท่านั้นซึ่งตนทำหน้าที่เป็น รปภ. พ่วงตำแหน่งคนสวน มาเป็นระยะเวลา 3 ปี แต่เมื่อทีมข่าว แต่เมื่อทีมข่าวสอบถามถึงวันส่งมอบทองคำแท่ง นายสุรสิทธิ์ปฏิเสธที่จะตอบประเด็นนี้

สำหรับเรื่องดังกล่าว ตนขอความเห็นใจ และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย อีกทั้งหลังเกิดเหตุ ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะตนเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา แต่คู่กรณีเป็นถึงข้าราชการตำรวจ

ด้าน นายอมร กุศล ทนายความ เปิดเผยว่า คลิปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดให้สื่อมวลชนดูในวันนี้มีการตัดต่อจริง ลูกความของตนถูกบังคับข่มขู่ ให้การตามที่ถูกนัดแนะ ซึ่งตนขอไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกในประเด็นนี้ เนื่องจากเกรงจะกระทบกับการต่อสู้คดีในชั้นศาลฯ แต่ยืนยันว่าตนมีหลักฐานเด็ดที่สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของลูกความ และสามารถเอาผิดตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายได้ วันนี้ขอไม่พูดอะไรเยอะ เพราะจะเป็นการเปิดช่องทางให้อีกฝ่ายเตรียมคำให้การ หรือคำชี้แจงได้

นอกจากนี้ ตนยังตั้งคำถามอีกด้วยว่า ลูกความของตนถูกเชิญไปสอบปากคำในฐานะพยาน รายละเอียด มีเพียงแค่ 3 หน้ากระดาษ A4 แต่ทำไมถึงคุมตัวสอบนานกว่า 13 ชั่วโมง ลูกความของตนไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดีนี้ แล้วหลังสอบปากคำ ทำไมต้องพาลูกความของตนไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล มีการเตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบ้างอย่างหรือไม่

ส่วนเรื่องการลงบันทึกประจำวัน ที่ สน.บุปผาราม ก็เป็นการลงบันทึกประจำวัน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยตำรวจตามที่เป็นกระแสข่าว เนื่องจากขณะนั้นลูกความของตน ได้มาทำธุระในพื้นที่ดังกล่าวพอดี จึงไปลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อความปลอดภัยขณะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งหลังจากนี้ตนจะรวบรวมพยานหลักฐานแล้วนำไปฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติที่ชอบกลาง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...