ทำไม “มหานครฮ่องกง” ที่ทันสมัย จึงยังใช้นั่งร้านไม้ไผ่ในงานก่อสร้างอยู่?
แม้ นั่งร้านไม้ไผ่ จะเป็นมรดกช่างฝีมือเก่าแก่ แต่เหตุไฟไหม้ครั้งรุนแรงได้เร่งให้ฮ่องกงต้องทบทวนอนาคตของงานก่อสร้าง ดึงความปลอดภัย-วัฒนธรรม-ต้นทุน เข้าสู่โต๊ะตัดสินใจอีกครั้ง
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.18 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลฮ่องกงเตรียมยุติการใช้นั่งร้านไม้ไผ่ ซึ่งเป็นธรรมเนียมการก่อสร้างที่มีมาอย่างยาวนาน หลังเกิดเหตุไฟไหม้ร้ายแรงที่สุดในย่านที่พักอาศัยในรอบกว่า 60 ปี
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาสาเหตุไฟไหม้อาคารชุด Wang Fuk Court เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยหนึ่งในประเด็นที่กำลังตรวจสอบคือ วัสดุที่ใช้ปรับปรุงอาคาร เช่น โครงไม้ไผ่ที่ห่อด้วยตาข่ายพลาสติกสีเขียว อาจมีส่วนทำให้ไฟลุกลามรวดเร็วขึ้นหรือไม่
โดย ฮ่องกง เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งบนโลกที่ยังคงใช้นั่งร้านไม้ไผ่ในงานก่อสร้างอย่างแพร่หลาย ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โครงไม้ไผ่ที่ไขว้สานกันเป็นภาพคุ้นตาของเมือง ไม่ว่าจะเป็นงานสร้างตึกสูงใหม่หรือการบูรณะอาคารเก่า อย่างไรก็ตามการใช้วัสดุดังกล่าวถูกจับตามากขึ้นเรื่อย ๆ และเหตุโศกนาฏกรรมล่าสุดทำให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าปรับเปลี่ยนนโยบาย ที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศให้เพิ่มสัดส่วนการใช้นั่งร้านโลหะในงานก่อสร้างภาครัฐ
ทำไมฮ่องกงยังพึ่งพา “นั่งร้านไม้ไผ่”?
การใช้นั่งร้านไม้ไผ่เป็นภูมิปัญญาที่มีอายุหลายพันปีจากจีนแผ่นดินใหญ่ และเฟื่องฟูในฮ่องกงช่วงทศวรรษ 1960 เมื่อเศรษฐกิจบูมและงานก่อสร้างพุ่งสูง แม้จีนแผ่นดินใหญ่จะหันไปใช้นั่งร้านโลหะเป็นหลัก แต่ฮ่องกงยังคงมีแรงงานผู้เชี่ยวชาญนับพันที่มีทักษะการผูกไม้ไผ่ให้เป็นโครงสร้างแข็งแรง น้ำหนักเบา ราคาถูก และหาได้ง่าย ซึ่งไม้ไผ่ยังมีความยืดหยุ่นมากกว่านั่งร้านโลหะ สามารถตัดปรับขนาดได้ง่าย เหมาะกับเมืองที่มีพื้นที่คับแคบและอาคารปลูกชิดติดกัน
ความเสี่ยงของนั่งร้านไม้ไผ่
นั่งร้านไม้ไผ่ถูกเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุด้านการก่อสร้างในฮ่องกงมานาน เช่น เหตุนั่งร้านถล่มในโครงการหรูย่าน Kai Tak ปีที่แล้ว ทำให้มีคนงานเสียชีวิต 2 ราย และนำไปสู่การตั้งข้อหาฆ่าคนโดยประมาท เนื่องจากไม้ไผ่แห้งติดไฟได้ และอาจช่วยให้เปลวไฟลุกลามเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น ในเดือนตุลาคม อาคาร Chinachem Tower ที่คลุมด้วยโครงไม้ไผ่เกิดไฟไหม้ในย่านธุรกิจ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย
Vincent Ho ผู้ก่อตั้งสถาบันความปลอดภัยอาคารฮ่องกง ระบุว่า ไม้ไผ่ไวไฟมากขึ้นเมื่อเสื่อมสภาพ และต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการตรวจสอบสภาพอย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม Lee Kwong-sing ประธานสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยฮ่องกง กล่าวว่า ไม้ไผ่ไม่ใช่วัสดุที่ติดไฟง่ายนัก แต่ผ้าใบพลาสติกที่ใช้คลุมโครงในกรณีไฟไหม้ Wang Fuk Court อาจไม่มีคุณสมบัติกันไฟ ทำให้ไฟลามอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่รัฐยังชี้ด้วยว่าวัสดุปิดคลุมด้านนอกอาคารที่พบในพื้นที่เกิดเหตุเผาไหม้เร็วกว่าวัสดุมาตรฐาน และโฟมไวไฟที่พบในจุดเกิดเหตุก็เร่งให้ไฟลุกลามเร็วขึ้นด้วย
กฎใหม่ด้านนั่งร้านของฮ่องกงคืออะไร?
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมารัฐบาลประกาศว่างานก่อสร้างภาครัฐใหม่อย่างน้อย 50% ต้องใช้นั่งร้านโลหะ โดยให้เหตุผลว่าไม้ไผ่มีข้อจำกัดทางกายภาพ เช่น คุณสมบัติด้านความแข็งแรงที่ไม่สม่ำเสมอ เสื่อมสภาพเร็ว และติดไฟง่าย ขณะที่โลหะมีความแข็งแรงกว่าและทนทานกว่า นอกจากนี้รัฐบาลต้องการให้แนวปฏิบัติด้านการก่อสร้างของฮ่องกงสอดคล้องกับจีนแผ่นดินใหญ่และประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ
แต่ข้อกำหนดใหม่นี้ถูกคัดค้านจากภาคอุตสาหกรรมมานาน โดยให้เหตุผลว่าปัญหาเกิดจากการละเลยมาตรการความปลอดภัย ไม่ใช่เพราะไม้ไผ่ไม่แข็งแรง และเกรงว่าการเปลี่ยนไปใช้นั่งร้านโลหะจะทำให้แรงงานท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญไม้ไผ่ตกงาน และสูญเสียมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง
อย่างไรก็ตามภายหลังเหตุไฟไหม้ Wang Fuk Court เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง John Lee ประกาศว่า รัฐบาลจะเดินหน้ายกเลิกการใช้นั่งร้านไม้ไผ่ทั้งหมดและผลักดันให้แรงงานเปลี่ยนไปใช้นั่งร้านโลหะแทน
ถึงแม้นั่งร้านเหล็กทนไฟจะลดความเสี่ยงลง แต่ Vincent Ho เตือนว่าวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เช่น ตาข่าย ปูพื้นไม้ และแผ่นป้องกันต่าง ๆ ก็ต้องได้รับการป้องกันไฟอย่างเหมาะสมเช่นกัน
อ้างอิง : www.bloomberg.com