โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SET ผันผวนสูง! แนะ 3 ธีมหลัก 3 ธีมเทรดดิ้ง

ทันหุ้น

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 04.00 น.

#ทันหุ้น – นายพบชัย ภัทราวิชญ์, CISA นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ระบุว่า ดูเหมือนว่าการ rally ของดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับขึ้นมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2568 ที่จุดต่ำสุดบริเวณ 1,053.79 จุด น่าจะพบจุดสูงสุดของรอบนี้เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยดัชนีขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่บริเวณ 1,345.86 จุด หลังจากนั้นดัชนีย่อตัวลงจนหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งในเชิงปัจจัยทางเทคนิคอาจจะเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก และหากมองกันที่ปัจจัยกดดันทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยต่างประเทศ ก็จะพบว่ามีหลากหลายประเด็นเข้ามาถาโถมพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแรงขาย Sell on Fact หลังการผลประกอบการ Q3/2568 เสร็จสิ้น, ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความระมัดระวังในการลงทุน (Wait and See), Valuation ของตลาดหุ้นไทยภายใต้การเติบโตของกำไรที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ P/E Ratio ยังถือว่าไม่ได้ถูกมากนักเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตที่คาดหวังในระยะสั้น

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ตลาดมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่อาจเกิดขึ้นช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ (Delayed Rate Cut) เนื่องจากการขาดข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงชัตดาวน์ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (US Treasury Yields) ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นแรงกดดันให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ (Capital Outflow) รวมถึงตลาดหุ้นไทย, ความกังวลฟองสบู่ AI/Tech ในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ยังคงมีความผันผวนสูงจากความกังวลเรื่อง Valuation ที่ตึงตัว โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI แม้ว่าผลประกอบการ Q3 ของบริษัทเหล่านี้จะยังแข็งแกร่ง แต่ตลาดก็เริ่มส่งสัญญาณปรับฐาน ทำให้เกิดการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม Growth และเกิดความต้องการย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่มีมูลค่าถูกกว่า (Value/Defensive)

สำหรับแนวโน้มดัชนี SET Index ในระยะนี้ประเมินว่าจะยังคงเคลื่อนไหว sideways โดยมีโอกาสที่จะเกิด Technical Rebound ขึ้นมาได้บ้าง แต่การขึ้นยังคงมีกรอบที่จำกัด โดยกลยุทธ์การลงทุนภาวะที่ตลาดยังขาดปัจจัยชี้นำใหม่ แนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก ครม. เศรษฐกิจพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนเร่งด่วน (BOI Fast Pass) แนะนำ กลุ่มนิคมฯ (WHA AMATA) 2) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐ แนะนำ กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) จากมาตรการเที่ยวดีมีคืน, กลุ่มไฟแนนซ์ (BAM MTC) จากมาตรการพักหนี้และให้สินเชื่อรายย่อย และ 3) หุ้นที่คาดนำเข้าคำนวณดัชนี SET50 ในรอบ 1H69 ซึ่งจะประกาศในช่วงกลาง ธ.ค. นี้ แนะนำ SAWAD ITC

1.หุ้น Defensive ซึ่งผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก โดยเราคาด 4Q68 กำไรยังเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS GULF BEM BGRIM PTT

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีซึ่งมี SETESG Rating A-AAA เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น โดยคาดจะมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และเราแนะนำ Outperform ได้แก่ BAM WHA KTB AP SIRI TOP BLA

3.หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง เราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายปีนี้อีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. และปีหน้า 2 ครั้งในช่วง 1H69 อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลง เพราะมีภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL

4.Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก ครม. เศรษฐกิจพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนเร่งด่วน (BOI Fast Pass) แนะนำ กลุ่มนิคมฯ (WHA AMATA) 2) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐ แนะนำ กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) จากมาตรการเที่ยวดีมีคืน, กลุ่มไฟแนนซ์ (BAM MTC) จากมาตรการพักหนี้และให้สินเชื่อรายย่อย และ 3) หุ้นที่คาดนำเข้าคำนวณดัชนี SET50 ในรอบ 1H69 ซึ่งจะประกาศในช่วงกลาง ธ.ค. นี้ แนะนำ SAWAD ITC

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...