โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

VL เขย่ากองเรือใหม่ น้ำมันลดกดต้นทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 18.45 น.

#VL #ทันหุ้น – VL ปรับโครงสร้างกองเรือ ลดภาระค่าซ่อม พร้อมเล็งเรือใหม่ 2 ลำ ขนาด 2,000 ตัน หวังโกยดีมานด์ขนส่ง ฟากแม่ทัพใหญ่ “ชุติภา กลิ่นสุวรรณ” ส่งซิกโค้งท้ายผ่านฉลุย ได้แรงหนุนน้ำมันลด กดต้นทุน แถมเรือทั้งกองไม่มีคิวซ่อม ลุยวิ่งเรือเต็มกำลัง

นางสาวชุติภา กลิ่นสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.แอล. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VL เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้าแผนเชิงรุกด้วยการปรับโครงสร้างกองเรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร โดยมีแผนจำหน่ายเรือเก่า 1 ลำ ซึ่งเป็นเรือขนาดเล็ก 1,500 ตัน เนื่องจากมีอายุการใช้งานมานานทำให้มีค่าบำรุงรักษาสูง การจำหน่ายเรือดังกล่าวจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

เล็งเรือใหม่

สำหรับแผนจัดหาเรือใหม่เข้ามาทดแทน บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาจัดหาเรือขนาดใหญ่ขึ้นจำนวน 1–2 ลำ ขนาดตั้งแต่ 2,000 ตันขึ้นไป เพื่อรองรับความต้องการขนส่งที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มความประหยัดต่อขนาดในการเดินเรือแต่ละเที่ยว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเปรียบเทียบระหว่างการต่อเรือใหม่กับการซื้อเรือมือสอง หากเลือกต่อเรือใหม่จะเป็นการลงทุนด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจึงรอจังหวะที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามาอยู่ในระดับเหมาะสมราว 29–30 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งหากเงินบาทแตะระดับดังกล่าว บริษัทพร้อมทำสัญญาและป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทันทีเพื่อให้ได้ต้นทุนลงทุนที่ต่ำที่สุด เบื้องต้นคาดว่าการต่อเรือใหม่ใช้เงินลงทุนประมาณ 7–8 ล้านดอลลาร์ต่อลำ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างราว 1 ปี และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเริ่มรับรู้รายได้ช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570

ขณะที่กรณีซื้อเรือมือสอง บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นอันดับ 1 โดยเรือที่ผลิตจากญี่ปุ่นมีความได้เปรียบกว่าเรือจีน ทั้งด้านเครื่องจักรขนาดใหญ่ ระบบไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ความทนทาน และความสะดวกในการจัดหาอะไหล่ รวมถึงมีมูลค่าขายต่อในอนาคตสูง หากเลือกซื้อเรือมือสองอายุไม่เกิน 15 ปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุนลำละประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนเรือจีนแม้มีราคาถูกกว่าราว 100 กว่าล้านบาท แต่เมื่อใช้งานไปประมาณ 4–5 ปี มูลค่าอาจลดลงมาก เนื่องจากไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมือสอง

ด้านผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/2568 บริษัทคาดว่าได้รับผลกระทบด้านรายได้เล็กน้อย แม้โดยปกติจะเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจขนส่ง แต่ปีนี้มีปัจจัยภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้และสภาวะคลื่นลมจัดจากมรสุมฝั่งอ่าวไทยเข้ามากระทบ อย่างไรก็ตามสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังคลื่นลมเริ่มสงบลงในช่วงเดือนธันวาคม

ชี้ต้นทุนลด

ทั้งนี้ บริษัทได้รับแรงหนุนด้านต้นทุนจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลง ช่วยลดต้นทุนพลังงานของกองเรือได้ในระดับหนึ่ง แม้ราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลงอาจยังไม่สะท้อนต่อโครงสร้างราคาขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในมุมต้นทุนดำเนินงานถือเป็นปัจจัยบวกสนับสนุนผลประกอบการ ขณะเดียวกันในไตรมาสสุดท้ายกองเรือทุกลำไม่มีแผนซ่อมบำรุง ทำให้สามารถใช้กำลังการขนส่งได้เต็มขีดความสามารถตลอดทั้งไตรมาส

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...