โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สิ่งที่ได้ไปต่อ 2026 โอกาสทอง SME ไทย กับ "เทรนด์ธุรกิจมาแรง" รู้ก่อน รวยก่อน ที่นี่

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สิ่งที่ได้ไปต่อ 2026 โอกาสทอง SMEs ไทย กับ

สิ่งที่ได้ไปต่อ 2026 รู้ก่อน รวยก่อน " 6 เทรนด์ธุรกิจ" โอกาสทอง SMEs ไทย

โอกาสทองมาถึงแล้ว กับปีใหม่ ปี 2026 ประตูแห่งโอกาสกำลังเปิดสำหรับทุกคน กับ 6 เทรนด์ธุรกิจที่มาแรงที่สุดในปีนี้ ใครทำธุรกิจอยู่แล้วต้องเร่งปรับตัวตามให้ทัน ส่วนใครคิดจะเริ่ม ก็ต้องยึดจากเทรนด์นี้ ตั้งแต่กระแสเอไอ สูงวัย รักษ์โลกไปถึงลูกรักสัตว์เลี้ยง

จับเทรนด์ธุรกิจรับปี 2026 กับ 6 เทรนด์ธุรกิจที่มาแรงที่สุด อ้างอิงข้อมูลจาก finbiz by ttb เจาะลึกสำหรับคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SME หรือผู้ประกอบการรายย่อย ที่เรารู้เท่าทันกับเทรนด์โลก เปลี่ยนไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน โดยปีนี้ถือว่าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่ ฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น

เทรนด์ที่ 1 เทรนด์แรกที่มาแรงที่สุด ต้องยกให้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์

โดยโอกาสสำหรับ SME คือ ต้องเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จากงานที่มีข้อมูลชัด เช่น การตอบแชทลูกค้า หรือการวิเคราะห์ยอดขาย และลงทุนในระบบหลังบ้านที่เชื่อมโยงกับช่องทางขายออนไลน์ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางเพื่อให้ลูกค้าไม่หายไประหว่างทาง

เพราะวันนี้เอไอไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็น “ผู้ช่วย” ที่เรียนรู้และตัดสินใจแทนมนุษย์ได้ ดังนั้น SME ต้องเข้าถึงและไม่สามารถปฎิเสธการใช้เทคโนโลยีได้อีกต่อไปแล้ว มีรายงานว่า 70% ของ SME ไทยกำลังใช้หรือทดลองใช้ AI และ 90% รายงานว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI ประกอบกับสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทางสังคมไร้เงินสด

ขณะที่จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่ามีผู้ใช้งาน PromptPay กว่า 77.6 ล้านบัญชี และมีธุรกรรมเฉลี่ยวันละ 75.9 ล้านรายการ ยังมีรายงานจาก ADB ระบุว่า 86% ของ SME ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในชีวิตประจำวัน และ 100% มีการดำเนินงานออนไลน์แล้ว

เทรนด์ที่ 2 คือ Smart Mobility – การขนส่ง เดินทางอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว

โอกาสสำหรับ SME คือ ภาคธุรกิจขนส่งควรเริ่มใช้แอปวางแผนเส้นทางการเดินรถร่วมกับการวางแผนที่จะใช้รถ EV เข้ามาทดแทนรถสันดาปหรือรถน้ำมันแบบเดิมๆ ที่กำลังจะเสื่อมสภาพไป เพื่อประหยัดต้นทุนและตอบโจทย์ด้านภาพลักษณ์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังได้รับประโยชน์ในส่วนของภาษีอีกด้วย

เพราะใช้ EV และระบบขนส่งอัจฉริยะช่วยลดคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพ ขณะที่การใช้แอปวางแผนเส้นทางอัตโนมัติก็ช่วยลดค่าน้ำมันและเวลาส่งได้ถึง 30% ขณะที่ประเทศไทยเรามีมาตรการสนับสนุนการซื้อรถ EV ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าคาดว่าจะมี EV ที่ได้รับการสนับสนุนกว่า 830,000 คันภายในปี 2027 ช่วยทั้งลดค่าใช้จ่าย และสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร และร่วมกันดูแลสภาพแวดล้อมของโลก

เทรนที่ 3 คือ Green Mandate – ภารกิจสีเขียวที่ธุรกิจต้องทำ

โอกาสสำหรับ SME คือ เริ่มติดตามการใช้พลังงาน และวางแผนลดคาร์บอน เช่น ปรับเครื่องจักรให้ประหยัดไฟ หรือใช้พลังงานหมุนเวียน และต้องติดตามประกาศจากทางภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพราะในห้วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่การประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ESG ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กลายเป็น “เงื่อนไขการค้า” และการเข้าถึงแหล่งทุน เช่น การเปิดเผยข้อมูลคาร์บอน หรือการใช้พลังงานหมุนเวียน สำหรับไทยร่างกฎหมาย Climate Change Bill และ Clean Air Management Bill จะบังคับให้ธุรกิจเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะเริ่มมีผลในปีนี้ 2026 (พ.ศ. 2569) นี้ โดยธุรกิจจะต้องปรับตัวเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของประเทศไทยที่มีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ภายในปี 2065 (พ.ศ. 2608)

เทรนด์ที่ 4 คือ Trust Economy – เศรษฐกิจแห่งความไว้วางใจ ความเชื่อใจ คือ คำตอบของรายได้ หมดยุคแห่งการจ้างรีวิวปลอมๆแล้ว

โอกาสสำหรับ SME คือ ใช้ระบบรีวิวที่ตรวจสอบได้ และมีนโยบายคืนเงินที่โปร่งใส เป็นมิตร เพื่อสร้างความไว้วางใจในระยะยาว

ปัจจุบันนี้เราอยู่ในยุคข้อมูลล้นทะลัก ความน่าเชื่อถือคือ “ทุน” ที่สำคัญที่สุด รายงานจาก ETDA หรือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transactions Development Agency) ระบุว่า คนไทยที่ซื้อของออนไลน์ 67.32% นิยมชำระเงินผ่านช่องทางที่และเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ หรือเลือกธุรกิจที่ไว้ใจได้ ดังนั้น SME ที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ ความไว้วางใจไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดภัย เทคโนโลยีอย่าง Blockchain เข้ามามีบทบาทในการสร้างความโปร่งใส เช่น การใช้ Smart Contract เพื่อรับประกันเงื่อนไขการซื้อขาย หรือการตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าในธุรกิจอาหารและสุขภาพ

อีกหนึ่งความท้าทายคือการรับมือกับข่าวปลอมและรีวิวปลอม ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าโดยตรง จากรายงานของ ThaiCERT พบว่า รีวิวปลอมและข่าวปลอมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคกว่า 60% ลังเลในการซื้อสินค้าจากธุรกิจใหม่หรือ SME ดังนั้นธุรกิจที่สามารถสร้างระบบรีวิวจากผู้ใช้จริง ตรวจสอบได้ และตอบกลับอย่างโปร่งใส จะได้เปรียบในระยะยาว

เทรนด์ที่ 5 Longevity Economy – ตลาดผู้สูงวัยที่กำลังเติบโต

โอกาสสำหรับ SME คือ ออกแบบบริการที่เน้น “คุณภาพชีวิต” เช่น เฟอร์นิเจอร์ผู้สูงวัย แอปสุขภาพ หรือแพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับวัยเกษียณ งานบริการ งานสถานที่ ต้องคำนึงถึงสุขภาพร่างกายของผู้สูงวัย วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องเหมาะสม เช่น พื้นกันลื่น ราวจับ สี สัญลักษณ์ที่ชัดเจน

คนอายุ 60 ปีขึ้นไป คือผู้บริโภคที่มีเงิน มีเวลา และมีความต้องการเฉพาะ เช่น บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน หรือแอปติดตามสุขภาพ สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 13.2 ล้านคน (20%) และจะเพิ่มเป็น 31% ภายในปี 2040 (พ.ศ. 2583) ตลาดผู้สูงวัยเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี โดยเฉพาะบริการดูแลที่บ้านและเทคโนโลยีสุขภาพ

เทรนด์ที่ 6 คือ Pet Humanization – น้องไม่ใช่สัตว์เลี้ยง “น้องคือคน”

โอกาสสำหรับ SME คือ ธุรกิจอาหารสัตว์ บริการ Grooming, Pet hotel ร้านอาหาร สถานที่แบบ Pet Friendly หรือสินค้าแฟชั่นสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มโตแรง และสามารถสร้างแบรนด์ที่มีความผูกพันกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้

เทรนด์ที่คนไทยเลี้ยงสัตว์แบบสมาชิกครอบครัวมากขึ้น คำว่าสัตว์เลี้ยงจึงไม่ค่อยถูกเรียกว่าเป็น “สัตว์” แต่จะถูกแทนที่ด้วยคำว่า “น้อง” “ลูก” “เด็ก” ที่คนพร้อมจ่ายเพื่อสุขภาพและความสุขของ “น้อง” พัฒนาเป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงอย่างดี เป็นคนคนหนึ่งในครอบครัว สำหรับในไทย จากข้อมูลของ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี คาดว่ามูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยปี 2026 จะทะลุ 100,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Humanization สูงถึง 50,500 บาท/ตัว/ปี ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบ “สัตว์เลี้ยง” ถึง 6 เท่า ไทยยังมีศักยภาพโดยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...