สิ่งที่ได้ไปต่อ 2026 โอกาสทอง SME ไทย กับ "เทรนด์ธุรกิจมาแรง" รู้ก่อน รวยก่อน ที่นี่
สิ่งที่ได้ไปต่อ 2026 รู้ก่อน รวยก่อน " 6 เทรนด์ธุรกิจ" โอกาสทอง SMEs ไทย
โอกาสทองมาถึงแล้ว กับปีใหม่ ปี 2026 ประตูแห่งโอกาสกำลังเปิดสำหรับทุกคน กับ 6 เทรนด์ธุรกิจที่มาแรงที่สุดในปีนี้ ใครทำธุรกิจอยู่แล้วต้องเร่งปรับตัวตามให้ทัน ส่วนใครคิดจะเริ่ม ก็ต้องยึดจากเทรนด์นี้ ตั้งแต่กระแสเอไอ สูงวัย รักษ์โลกไปถึงลูกรักสัตว์เลี้ยง
จับเทรนด์ธุรกิจรับปี 2026 กับ 6 เทรนด์ธุรกิจที่มาแรงที่สุด อ้างอิงข้อมูลจาก finbiz by ttb เจาะลึกสำหรับคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SME หรือผู้ประกอบการรายย่อย ที่เรารู้เท่าทันกับเทรนด์โลก เปลี่ยนไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน โดยปีนี้ถือว่าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่ ฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และ เข้าใจมนุษย์มากขึ้น
เทรนด์ที่ 1 เทรนด์แรกที่มาแรงที่สุด ต้องยกให้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์
โดยโอกาสสำหรับ SME คือ ต้องเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จากงานที่มีข้อมูลชัด เช่น การตอบแชทลูกค้า หรือการวิเคราะห์ยอดขาย และลงทุนในระบบหลังบ้านที่เชื่อมโยงกับช่องทางขายออนไลน์ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางเพื่อให้ลูกค้าไม่หายไประหว่างทาง
เพราะวันนี้เอไอไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กลายเป็น “ผู้ช่วย” ที่เรียนรู้และตัดสินใจแทนมนุษย์ได้ ดังนั้น SME ต้องเข้าถึงและไม่สามารถปฎิเสธการใช้เทคโนโลยีได้อีกต่อไปแล้ว มีรายงานว่า 70% ของ SME ไทยกำลังใช้หรือทดลองใช้ AI และ 90% รายงานว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI ประกอบกับสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทางสังคมไร้เงินสด
ขณะที่จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่ามีผู้ใช้งาน PromptPay กว่า 77.6 ล้านบัญชี และมีธุรกรรมเฉลี่ยวันละ 75.9 ล้านรายการ ยังมีรายงานจาก ADB ระบุว่า 86% ของ SME ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในชีวิตประจำวัน และ 100% มีการดำเนินงานออนไลน์แล้ว
เทรนด์ที่ 2 คือ Smart Mobility – การขนส่ง เดินทางอัจฉริยะ สนับสนุนเส้นทางสีเขียว
โอกาสสำหรับ SME คือ ภาคธุรกิจขนส่งควรเริ่มใช้แอปวางแผนเส้นทางการเดินรถร่วมกับการวางแผนที่จะใช้รถ EV เข้ามาทดแทนรถสันดาปหรือรถน้ำมันแบบเดิมๆ ที่กำลังจะเสื่อมสภาพไป เพื่อประหยัดต้นทุนและตอบโจทย์ด้านภาพลักษณ์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังได้รับประโยชน์ในส่วนของภาษีอีกด้วย
เพราะใช้ EV และระบบขนส่งอัจฉริยะช่วยลดคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพ ขณะที่การใช้แอปวางแผนเส้นทางอัตโนมัติก็ช่วยลดค่าน้ำมันและเวลาส่งได้ถึง 30% ขณะที่ประเทศไทยเรามีมาตรการสนับสนุนการซื้อรถ EV ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าคาดว่าจะมี EV ที่ได้รับการสนับสนุนกว่า 830,000 คันภายในปี 2027 ช่วยทั้งลดค่าใช้จ่าย และสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร และร่วมกันดูแลสภาพแวดล้อมของโลก
เทรนที่ 3 คือ Green Mandate – ภารกิจสีเขียวที่ธุรกิจต้องทำ
โอกาสสำหรับ SME คือ เริ่มติดตามการใช้พลังงาน และวางแผนลดคาร์บอน เช่น ปรับเครื่องจักรให้ประหยัดไฟ หรือใช้พลังงานหมุนเวียน และต้องติดตามประกาศจากทางภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพราะในห้วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่การประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ESG ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กลายเป็น “เงื่อนไขการค้า” และการเข้าถึงแหล่งทุน เช่น การเปิดเผยข้อมูลคาร์บอน หรือการใช้พลังงานหมุนเวียน สำหรับไทยร่างกฎหมาย Climate Change Bill และ Clean Air Management Bill จะบังคับให้ธุรกิจเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะเริ่มมีผลในปีนี้ 2026 (พ.ศ. 2569) นี้ โดยธุรกิจจะต้องปรับตัวเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของประเทศไทยที่มีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ภายในปี 2065 (พ.ศ. 2608)
เทรนด์ที่ 4 คือ Trust Economy – เศรษฐกิจแห่งความไว้วางใจ ความเชื่อใจ คือ คำตอบของรายได้ หมดยุคแห่งการจ้างรีวิวปลอมๆแล้ว
โอกาสสำหรับ SME คือ ใช้ระบบรีวิวที่ตรวจสอบได้ และมีนโยบายคืนเงินที่โปร่งใส เป็นมิตร เพื่อสร้างความไว้วางใจในระยะยาว
ปัจจุบันนี้เราอยู่ในยุคข้อมูลล้นทะลัก ความน่าเชื่อถือคือ “ทุน” ที่สำคัญที่สุด รายงานจาก ETDA หรือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transactions Development Agency) ระบุว่า คนไทยที่ซื้อของออนไลน์ 67.32% นิยมชำระเงินผ่านช่องทางที่และเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ หรือเลือกธุรกิจที่ไว้ใจได้ ดังนั้น SME ที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ ความไว้วางใจไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดภัย เทคโนโลยีอย่าง Blockchain เข้ามามีบทบาทในการสร้างความโปร่งใส เช่น การใช้ Smart Contract เพื่อรับประกันเงื่อนไขการซื้อขาย หรือการตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าในธุรกิจอาหารและสุขภาพ
อีกหนึ่งความท้าทายคือการรับมือกับข่าวปลอมและรีวิวปลอม ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าโดยตรง จากรายงานของ ThaiCERT พบว่า รีวิวปลอมและข่าวปลอมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคกว่า 60% ลังเลในการซื้อสินค้าจากธุรกิจใหม่หรือ SME ดังนั้นธุรกิจที่สามารถสร้างระบบรีวิวจากผู้ใช้จริง ตรวจสอบได้ และตอบกลับอย่างโปร่งใส จะได้เปรียบในระยะยาว
เทรนด์ที่ 5 Longevity Economy – ตลาดผู้สูงวัยที่กำลังเติบโต
โอกาสสำหรับ SME คือ ออกแบบบริการที่เน้น “คุณภาพชีวิต” เช่น เฟอร์นิเจอร์ผู้สูงวัย แอปสุขภาพ หรือแพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับวัยเกษียณ งานบริการ งานสถานที่ ต้องคำนึงถึงสุขภาพร่างกายของผู้สูงวัย วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องเหมาะสม เช่น พื้นกันลื่น ราวจับ สี สัญลักษณ์ที่ชัดเจน
คนอายุ 60 ปีขึ้นไป คือผู้บริโภคที่มีเงิน มีเวลา และมีความต้องการเฉพาะ เช่น บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน หรือแอปติดตามสุขภาพ สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 13.2 ล้านคน (20%) และจะเพิ่มเป็น 31% ภายในปี 2040 (พ.ศ. 2583) ตลาดผู้สูงวัยเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี โดยเฉพาะบริการดูแลที่บ้านและเทคโนโลยีสุขภาพ
เทรนด์ที่ 6 คือ Pet Humanization – น้องไม่ใช่สัตว์เลี้ยง “น้องคือคน”
โอกาสสำหรับ SME คือ ธุรกิจอาหารสัตว์ บริการ Grooming, Pet hotel ร้านอาหาร สถานที่แบบ Pet Friendly หรือสินค้าแฟชั่นสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มโตแรง และสามารถสร้างแบรนด์ที่มีความผูกพันกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้
เทรนด์ที่คนไทยเลี้ยงสัตว์แบบสมาชิกครอบครัวมากขึ้น คำว่าสัตว์เลี้ยงจึงไม่ค่อยถูกเรียกว่าเป็น “สัตว์” แต่จะถูกแทนที่ด้วยคำว่า “น้อง” “ลูก” “เด็ก” ที่คนพร้อมจ่ายเพื่อสุขภาพและความสุขของ “น้อง” พัฒนาเป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงอย่างดี เป็นคนคนหนึ่งในครอบครัว สำหรับในไทย จากข้อมูลของ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี คาดว่ามูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยปี 2026 จะทะลุ 100,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Humanization สูงถึง 50,500 บาท/ตัว/ปี ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบ “สัตว์เลี้ยง” ถึง 6 เท่า ไทยยังมีศักยภาพโดยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง