โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักอะโวคาโด ผลไม้สุดเจ๋งที่กินสดก็ได้ ทำอาหารก็เลิศ

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 08.10 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

ฤดูกาลอะโวคาโดมาถึงแล้ว และจะพบเห็นได้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ จริงๆ แล้วในเมืองไทยมีอะโวคาโดให้หามาสนองความชอบได้ตลอดทั้งปี เพราะแต่ละสายพันธุ์ให้ผลผลิตในช่วงต่างๆ ของปีแตกต่างกัน และถ้าไม่ใช่ฤดูของสายพันธุ์ที่ถูกปาก ยังมีผลผลิตนำเข้าให้หาซื้อได้ ราคาอาจจะแพงขึ้น แต่ระงับความโหยหาแค่ 1-2 ผลก็ชื่นใจแล้ว

รู้จักอะโวคาโด ผลไม้สุดเจ๋งที่กินสดก็ได้ ทำอาหารก็เลิศ

ผู้ที่ชอบอะโวคาโดมากๆ คงจะลองกินแล้วหลายสิบสายพันธุ์ และรู้ว่าแต่ละพันธุ์มีรสชาติต่างกันอย่างไร บางคนชอบแบบเนื้อเหนียวรสมันราวกับเนย บางคนชอบเนื้อเบาๆ มีกลิ่นหอม คุณลักษณะด้านเท็กซ์เจอร์และรสชาติผู้กินต้องตัดสินเอง เพราะจะพรรณนาความแตกต่างนอกเหนือจากความเป็นครีมและรสมันกลิ่นหอมนั้น อย่างไรก็มิเท่ากับสัมผัสด้วยลิ้นของแต่ละคน เนื่องจากอะโวคาโดเป็นผลไม้ การนำมากินสดๆ เมื่อผลสุกได้ที่จึงเป็นเรื่องปกติ แต่งรสเล็กน้อยด้วยน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลไอซิง ราดซอสช็อกโกแลต หรือโปรยบราวน์ชูการ์ หรือพรมน้ำมะนาวนิดหน่อย ถัดจากกินสดๆ ก็นำมาปั่นโดยเต็มนมสด เพิ่มรสหวานด้วยน้ำเชื่อม ร้านที่ขายน้ำผลไม้ปั่นอาจจะกลัวไม่อร่อย มักจะเติมหวานหนักไปหน่อย ถ้าอยากได้รสของอโวคาโดชัดๆ ต้องบอกให้เพลาความหวาน อะโวคาโดหั่นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมพอดีคำ หรือฝานเป็นชิ้นบางๆ ใส่ในสลัดผัก เมื่อเคล้าน้ำสลัดก็เพิ่มมิติให้กับผักสลัด ปัญหาหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้หาอะโวคาโดมากินประจำคือมักจะผ่ากินก่อนที่จะสุกได้ที่ หรือเมื่อตัดสินใจจะกินก็กลายเป็นสุกมากเกินจนนุ่มเกือบเละ ดังนั้นต้องเรียนรู้ว่าพันธุ์ไหนจะดูอย่างไร ว่าสุกพอดีกินหรือยัง เช่น การเปลี่ยนสีของเปลือก หรือดูว่าขั้วก้านแห้งจัด หรือใช้มือสัมผัสโดยกดเบาๆ พันธุ์ที่ผิวเรียบมันมักจะพอดีกินโดยผิวเปลือกเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นสีแดง หรือไม่เปลี่ยนสีเลยก็ได้ ส่วนพันธุ์ที่เปลือกหยาบ เช่น แฮสส์ (Hass) ต้องรอจนเปลือกคล้ำสีน้ำตาลไปทั่วทั้งผล วิธีที่แน่นอนที่สุดคือปลิดก้านขั้ว ถ้าขั้วหลุดง่าย และมองเห็นเนื้อในเป็นสีเขียวอมเหลืองถือว่าพอดีกินแล้ว ถ้าเกิดพลาดลงมือผ่าอะโวคาโดไปแล้วแต่ยังดิบเกินไปไม่ต้องทิ้ง เพียงแต่กินสดๆ ไม่ได้เนื่องจากจะมีรสฝาด และอาจจะยังมียางอยู่ ให้เปลี่ยนเป็นเมนูอะโวคาโดปรุงสุกด้วยการอบแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝรั่งปฏิบัติกันมานาน โดยใช้หลุมของเม็ดเป็นส่วนที่จะเติมอะไรต่ออะไรลงไป เนื้ออะโวคาโดเมื่อสุกด้วยความร้อนจะนุ่มและความฝาดหายไป ส่วนในหลุมเม็ดนั้นใช้จินตนาการได้ไม่จำกัด เมื่อถ้วยธรรมชาติของอะโวคาโดมีไส้แล้ว ก็นำเข้าอบ โดยจะใช้เตาอบหรือแอร์ฟรายเออร์ก็ได้ สิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับหลุมอะโวคาโดที่จะนำเข้าอบคือไข่ ในกรณีที่มีอะโวคาโดผลใหญ่พอ เช่น พิงก์เคอร์ตัน (Pinkerton) หรือบูท (Booth) หรือโชเกตต์ (Choquette) ก่อนเสิร์ฟก็ปรุงรสตามชอบด้วยเกลือ พริกไทย ซอสพริก หากจะประดิษฐ์ให้มากกว่าแค่ถ้วยไข่อะโวคาโดก็สามารถทำไส้ในสไตล์แซนด์วิชสเปรดต่างๆ เช่น ไส้หมูสับผสมกุนเชียง เบคอนกับไข่ต้ม กุ้งต้มสับยำใส่หอมใหญ่และมะเขือเทศ ปรุงแต่งรสได้ตามจริตและการสร้างสรรค์ อะโวคาโดค่อนข้างดิบ ฝานเป็นชิ้นแล้วนำไปชุบแป้งทอดในสไตล์เทมปุระได้ดี เนื้อสัมผัสของอะโวคาโดที่ยังสุกไม่ได้ที่เมื่อชุบแป้งทอดจะสุกได้ไม่ต่างจากมันฝรั่งสดหรือฟักทอง เวลาที่จะเสิร์ฟเทมปุระผักรวม นอกจากผักที่เจอกันเป็นประจำ เช่น ถั่วฝักยาว กระเจี๊ยบ แครอต ฟักทอง ข้าวโพดอ่อนแล้ว การเติมอะโวคาโดเทมปุระเข้าไว้ด้วยเป็นการเติมความหลากหลายให้กับผักที่คุ้นชินได้ดี หรือจะเสิร์ฟกับเบอร์เกอร์หรือไก่ทอดแทนเฟรนช์ฟรายส์ก็ยังได้ แม้จะไม่ได้ความกรอบเช่นมันฝรั่ง แต่ได้รสที่มันกว่า เมื่อทำให้สุกด้วยความร้อนแล้ว สามารถนำไปทำเมนูอะโวคาโดต่างๆ ได้ไม่ต่างจากอะโวคาโดที่สุกได้ที่ เช่น นำไปปั่นเป็นเครื่องดื่ม หรือหั่นเป็นชิ้นทำโปเก้ (Poke) หรือปั่นกับน้ำกะทิแล้วเติมลงในแกง เพิ่มความมันและความข้นให้กับน้ำแกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแกงข้น น้ำแกงขลุกขลิก น้ำน้อย เช่น พะแนง หรือฉู่ฉี่ หากนำอะโวคาโดสุกจากเตาไปปั่นกับน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ใส่น้ำส้มสายชู เกลือ สมุนไพร ก็จะได้น้ำสลัดครีมอะโวคาโด หรือนำไปทำซอสใส่พาสตา หากฝานเป็นชิ้นบางพอเหมาะสามารถนำไปประกอบร่างรวมกับวัตถุดิบอื่นๆ ในอาหารถาดอบ เช่น ผักโขม ชีส มักกะโรนี เนื้อบด ได้ Avocado Casseroles หรือให้ง่ายกว่านั้นคือทำซุปครีมอะโวคาโด แน่นอนว่าเมื่อนำอะโวคาโดที่ยังสุกไม่ได้ที่ไปทำให้สุก เอกลักษณ์ของรสชาติเนื้ออะโวคาโดแท้ๆ ย่อมไม่สำคัญมากอีกต่อไป เพราะต้องมีการแต่งรสให้กินอร่อย มีสีสันน่ากิน หากตั้งใจจะทำอะโวคาโดเป็นอาหารคาวก็ไม่จำเป็นต้องรอให้คัดอะโวคาโดพลาดไปเจอที่ยังดิบเล็กน้อย สามารถคัดเลือกลักษณะผลที่เอื้อต่อเมนูที่เราตั้งใจเสนอได้เลย เลือกขนาดให้พอเหมาะเมื่อจะทำถ้วยอะโวคาโดยัดไส้ หรือเลือกลักษณะผลที่มีคอยาว เช่น พันธุ์รัสเซลล์ (Russell) หรือพันธุ์ที่มีมากในตลาดไทย คือพันธุ์ลูกผสมจากเวียดนาม ชื่อว่า 034 ที่เกิดจากการผสมพันธุ์รัสเซลล์และแฮสส์ ทรงผลลักษณะยาว นำมาหั่นเป็นแท่งตรงได้ดี

รู้จักอะโวคาโด ผลไม้สุดเจ๋งที่กินสดก็ได้ ทำอาหารก็เลิศ

อะโวคาโดที่สุกได้ที่พร้อมๆ กัน หากสั่งซื้อกันเป็นลังหรือหลายกิโลฯ ดังที่มีการขายจากสวนทางภาคเหนือ อาจจะกินไม่ทัน เมื่อสุกพอดีแล้วการนำใส่ตู้เย็นจะชะลอไม่ให้อะโวคาโดสุกต่อจนเละ แต่ชะลอได้ประมาณ 3-4 วัน โดยสีของเนื้ออาจจะคล้ำ มีลายเส้น ถ้ากินเองคงไม่เป็นไร แต่จะไปเสิร์ฟคนอื่นคงดูไม่น่ากิน บางคนนำผลอะโวคาโดใส่แก้วที่ขนาดใหญ่พอ เติมน้ำให้ท่วมผล แล้วเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา อาจรักษาความสุกและคุณภาพเนื้อได้อีก 10 วัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องทดลองด้วยตัวเอง เพราะตู้เย็นของแต่ละคนตั้งอุณหภูมิไว้ไม่เท่ากัน ถ้าจะเก็บเป็นผลควรห่อด้วยกระดาษก่อน และไม่เก็บปนกับผักผลไม้อื่นๆ ผลผลิตอะโวคาโดจากพื้นที่สูงในประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาหาซื้อได้สบาย ไม่ถือว่าเป็นผลิตผลจากเมืองนอก หรือเป็นของแพงอีกต่อไป แม้อะโวคาโดจะมีรสมันจนถูกเปรียบว่าเป็นผลไม้รสเนย อะโวคาโดมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งวิตามินและการควบคุมไขมันดีในเลือด มีปริมาณโพแทสเซียมสูงกว่ากล้วย ช่วยลดความดันโลหิต ควบคุมสมดุลน้ำและกรด-ด่าง บำรุงระบบประสาทและกล้ามเนื้อ แหม…จะดีอะไรปานนั้น แต่ต้องไม่ลืมว่าถ้ามีอาการโรคไตต้องเลี่ยงอะโวคาโด เพราะไตอาจจะขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกไม่ทัน แต่ถ้าไม่มีอาการเกี่ยวกับไตก็จัดไป แล้วรอฟังคำชมจากการสร้างสรรค์ว่า Awesome!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...