โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัมพูชายังโจมตีหนัก กองทัพ ลุยปฎิบัติการลดขีดความสามารถ จัดการโดรนพลีชีพ

The Better

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 05.34 น. • THE BETTER
เหล่าทัพแถลง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยอดกำลังพลเสียชีวิตล่าสุด 9 นาย บาดเจ็บกว่า 120 นาย เดินหน้าปฎิบัติการลดขีดความสามารถฝ่ายกัมพูชา ยืนยัน มีมาตรการป้องกันโดรนพลีชีพ

ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แถลงข่าวประจำวันสรุปสถานการณ์วันที่ 10 ธ.ค. 2568 โดยมีพลเรือตรี สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม, พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ, พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก, นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ และนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมแถลงข่าวการดำเนินการของเหล่าทัพต่อสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

โดยพลเรือตรี สุรสันต์ ได้ไล่เลียงไทม์ไลน์สถานการณ์การสู้รบของทั้งกองทัพภาคที่ 2, กองทัพภาคที่ 1 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ซึ่งปัจจุบันมีกำลังพลเสียชีวิต 9 นาย และบาดเจ็บกว่า 120 นาย

พร้อมเปิดภาพความเสียหายจากจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชน, หลุมบังเกอร์, โรงพยาบาล และโรงเรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายพลเรือน

ขณะที่เรื่องของการชี้แจงนานาชาติ กระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังประเทศต่าง ๆ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินสายให้สัมภาษณ์สื่อสารต่างประเทศหลายสำนัก เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ส่วนผลกระทบต่อภาคประชาชนไทยในขณะนี้ มีผู้ที่อพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้งสิ้น 199,618 คน โดยมีการตั้งศูนย์พักพิง 849 จุด มีจำนวนผู้เสียชีวิต 3 ราย โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 19 แห่ง ซึ่งในขณะนี้ ภาคประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธหนักโจมตีฝ่ายไทยอย่างไม่เลือกเป้าหมาย ซึ่งเป็นการละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน

ข้อมูลประชาชนเสียชีวิต (ทางอ้อม) จากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 68-11 ธ.ค.68

1.นายประหยัด ปาลี – ไม่ทราบอายุ เสียชีวิตจากอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 68 เวลา 19.00 น. พื้นที่ จ.อุบลราชธานี

2.นางสมจิตร สุกรี - อายุ 48 ปี เสียชีวิตจากช็อกและหมดสติ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 68 เวลา 19.30 น. พื้นที่ จ.บุรีรัมย์

3.พระศักดา ฉิมมาลา - อายุ 82 ปี เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว เนื่องจากตกใจเสียงปืนใหญ่ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 68 เวลา 15.00 น. พื้นที่ จ.สระแก้ว

ด้านพันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การปฎิบัติการทางทหารในพื้นที่กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธหลากชนิดโจมตีเข้ามา ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ แม้ว่า จะมีการอพยพไปแล้ว แต่ก็ได้รับรายงานว่า มีบ้านเรือนประชาชน, สาธารณูปโภค เกิดความเสียหาย จึงได้ประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ในห้วงเวลา 19:00 น. ถึง 05:00 น. ในพื้นที่ 4 อำเภอ ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยฝ่ายกัมพูชาได้ใช้การโจมตีเข้ามาในในช่วงยามวิกาลถึง 2 คืนติด ซึ่งการประกาศการเคอร์ฟิว จะทำให้ชาวบ้านปลอดภัย อีกทั้งลักษณะภูมิประเทศในพื้นที่ดังกล่าว เป็นแผ่นดินต่อแผ่นดิน เป็นพื้นที่แนวราบการเข้าออกพื้นที่จะเข้าออกได้ง่าย ซึ่งอาจจะมีสายลับเข้ามาในพื้นที่ทางความมั่นคง จึงเป็นสาเหตุสำคัญให้ประกาศเคอร์ฟิว ทั้งนี้กองทัพบกขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ที่จะปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และหากพบเห็นสิ่งที่ผิดปกติ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที

ส่วนพื้นที่ที่ยังควบคุมไม่ได้คาดว่า ใช้ระยะเวลากี่วันนั้น พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะว่า การปฏิบัติการไม่ได้ขึ้นฝ่ายไทยฝ่ายเดียวอย่าง และมีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง ในเรื่องของกองกำลังกัมพูชา รวมไปถึงการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เทคนิคต่าง ๆ ที่จะตอบโต้โจมตีฝ่ายไทย เราจึงต้องระมัดระวัง แต่ทั้งนี้เรายังใช้ข้อมูลข่าวสาร ข่าวกรองมาประเมินสถานการณ์ ซึ่งไม่สามารถบอกห้วงเวลาได้ว่า เสร็จสิ้นเมื่อไหร่

ส่วนมาตรการการป้องกันกำลังพลสูญเสีย เราได้มีมาตรการอย่างเคร่งครัดในการระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องของการใช้วิทยุสื่อสาร การติดต่อต่าง ๆ เพราะฝ่ายกัมพูชาสามารถสำรวจตรวจสอบผ่านพิกัดโจมตีมาได้ จึงต้องมีการปฏิบัติการที่แล้วระมัดระวัง และที่ผ่านมาเราถือว่า เรามีบทเรียน จากครั้งที่แล้ว

ในส่วนของคนไทยที่ติดค้างอยู่ประเทศกัมพูชาจะเดินทางกลับเข้าประเทศไทยจะมีการดำเนินการอย่างไรนั้น พลเรือตรี สุรสันต์ ได้พูดคุยกับตำรวจแล้ว ซึ่งมีขั้นตอนของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม.ในการสำรวจ แต่ยืนยันว่า คนไทยมีสิทธิ์ที่จะกลับเข้าประเทศ แต่ต้องมีกระบวนการคัดกรอง

ด้านพันเอก ริชฌา กล่าวเสริมว่า คนไทยที่ตกค้าง ปัจจุบัน กองกำลังบูรพาได้เตรียมการรับกลับเข้าประเทศ ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่า เราพร้อมที่จะรับประชาชนคนไทยกลับประเทศของเราอย่างเต็มที่ แต่ต้องดูสถานการณ์ บริเวณชายแดนด้วย

ส่วนประเด็นการเตรียมการรับมือการบาดเจ็บของทหาร ยืนยันว่า มีหลายมาตรการ ซึ่งมีการเตรียมกำลังพลสายแพทย์ (Sky Doctor) เพื่อที่ทำให้ทหารของเราได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว และปลอดภัย แต่สิ่งหนึ่งที่ขอความร่วมมือจากประชาชนที่จะไม่โพสต์ภาพ หรือแชร์ภาพ ที่จะสามารถระบุที่ทางทหารได้ เพราะหากฝ่ายกัมพูชาได้ภาพเหล่านี้ไป จะเป็นจิ๊กซอว์นำไปต่อได้ว่า ทหารไทยปฏิบัติการอยู่ที่ไหน

ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาใช้โบราณสถาณเป็นแหล่งปฏิบัติการทางทหารจะมีการเก็บหลักฐานอย่างไรบ้างนั้น พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวว่า จะมีการเก็บหลักฐานที่ต่าง ๆ ไว้เช่น ภาพนิ่ง และวิดีโอ

พันเอก ริชฌา กล่าวเสริมว่า ฝ่ายกัมพูชาทำผิดหลักสากล เพราะโบราณสถานไม่สามารถโจมตีเข้าไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเราพบว่า ฝ่ายกัมพูชาใช้บริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งทางทหาร, ที่ตั้งอาวุธ, ที่เก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ และใช้พื้นที่ดังกล่าวโจมตีทำร้ายกำลังพลไทย ส่งผลกระทบต่อคนไทยตามหลักการเราป้องกันตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้ และเชื่อว่า สังคมเข้าใจ ซึ่งการเก็บหลักฐานเราต้องเก็บหลักฐานอย่างต่อเนื่อง และเราได้เรียนรู้จากการสู้รบ 5 วัน (24 ก.ค.-28 ก.ค.68) ที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามบิดเบือนข้อมูล และพูดก่อนในสิ่งที่บิดเบือนออกมา เราจึงต้องป้องกันตัวเองด้วยเก็บหลักฐาน และถ้าเราพบว่า มีการโจมตีออกมาจากพื้นที่ดังกล่าวการโจมตีของเราถือว่า เป็นสิ่งที่กระทำได้

ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาใช้โดรนพลีชีพเป็นจำนวนมาก จะมีมาตรการป้องกันอย่างไร พลเรือตรี สุรสันต์ กล่าวว่า ล่าสุดกองทัพเรือแจ้งมาว่า มีประชาชนสนับสนุนอวน เพื่อป้องกันโดรน ไม่สามารถให้สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้ ถือเป็นน้ำใจของประชาชนในพื้นที่

พันเอก ริชฌา กล่าวเสริมว่า การต่อต้านโดรนเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้แล้ว เนื่องจากการสู้รบคราวที่แล้ว เรามีการเตรียมการ เรื่องที่ตั้ง แต่ว่า ขอให้เชื่อมั่นว่า ทหารพยามยามป้องกันอย่างเต็มที่ เพราะเราโดนโจมตีเยอะ แต่บางครั้งในส่วนที่พื้นที่เราถูกรุกล้ำอธิปไตย ทำให้เราต้องเคลื่อนพลออกจากที่กำบังเพื่อไปขับไล่ผู้รุกราน ก็มีโอกาสที่จะเสี่ยงในการปฏิบัติงานดังกล่าว

ด้านนาวาเอก นรา กล่าวเสริมว่า สำหรับพื้นที่กองทัพเรือ บริเวณบ้านชำราก จังหวัดตราด ได้รับรายงานว่า ถูกโจมตีโดรนพลีชีพ ซึ่งได้มีการกำหนดมาตรการในการต่อต้านโดรนพลีชีพ ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็มีการโจมตีเสาอากาศควบคุมโดรน ก็ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่จะต่อต้านโดรนพลีชีพ

โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวเสริมว่า ในเชิงรุกเรามีการกำหนดเป้าหมาย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้โดรนสามารถบินขึ้นได้ ซึ่งเราได้ปฎิบัติการของกองทัพอากาศ และการสนับสนุน ทุกกองกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนอยู่ โดยมีการพูดคุยกัน ซึ่งจะใช้กองกำลังกองทัพอากาศที่มี ใช้กำลัง เพื่อลดระดับขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้าม

ส่วนการโจมตีคลังน้ำมันเมื่อคืนนี้ โดยเครื่องบินรบขับไล่ F-16 โดยทิ้งระเบิดแรงสูงใส่เป้าหมายบ่อนกาสิโน ในย่านจุ๊บโกกี อำเภอบันเตียอำปึล จังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชานั้น โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า เป็นคำถามที่ไม่อยากตอบ แต่การปฏิบัติการทั้งหมดถูกวางแผนอย่างคัดสรร เป็นขั้นตอนซึ่งไม่ขอบอกว่า ความหมายการโจมตีคือ อะไร แต่ยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าวคือ การลดขีดความสามารถของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งทุกอย่างเป็นแผนที่พูดคุยไว้ และเป็นการประสานงานของทั้ง 3 เหล่าทัพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...