โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ลำเพลิน วงศกร” เปิดใจถึงชีวิตที่เคยติดลบ

INN News

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 17.11 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 10.11 น. • INN News

“ลำเพลิน วงศกร” เปิดใจถึงชีวิตที่เคยติดลบ เคยสูญเสียคนที่รักในวันที่ฝันกำลังจะเป็นจริง!

เบิ้ล AM เปิดใจแบบเจาะลึกกับศิลปินหนุ่ม ลำเพลิน วงศกร จากเสียงกีตาร์ในเถียงนา สู่เวทีแกรมมี่โกลด์ ชีวิตที่ผ่านทั้งจุดพังและจุดพีค เคยเสียคุณตาในวันที่กำลังจะเซ็นสัญญานักร้อง แต่กลับลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยคำสัญญาว่าจะเป็นเสาหลักแทนตา ยอมรับว่า “ห่อหมกฮวก” เปลี่ยนชีวิตและทุกอย่างคือกำไรของชีวิตที่เคยติดลบ

ปีนี้ พี่ลำเพลิน อายุเท่าไหร่ ?

ลำเพลิน วงศกร : 31 ครับ

เข้ามาวงการนักร้องตั้งแต่อายุเท่า ไหร่ ?

ลำเพลิน วงศกร : 23 ครับ

ก่อนหน้านี้ไปอยู่ไหน ?

ลำเพลิน วงศกร : เพราะว่าหลังจากที่คัดเลือกทหารแล้วไม่ติด ถ้าไม่ได้นับอายุ คือนับในวงการศิลปิน ผมเป็นรุ่นน้อง เบิ้ล รุ่นน้องพี่ก้อง ด้วยซ้ำผมมาทีหลัง ตอนนั้นก็เห็นความสำเร็จเพราะว่าเราเรียนดนตรี ตอนนั้นคิดว่าเราจะไปเป็นอะไร เห็นพี่นั่งดีดกีตาร์เลยตอนนั้น Facebook กำลังรุ่งเรือง รู้สึกว่าน่าสนใจก็เลยเก็บตรงนั้นเอาไว้ก่อน แล้วมาเห็น เบิ้ล ปทุมราช นั่งดีดกีตาร์ในเถียงนา ก็เลยรู้สึกว่าเริ่มมีไฟว่าเรียนดนตรีทำไมถึงไม่งัดศักยภาพตรงนี้ออกมา แต่คิดว่าตัวเองยังไม่รู้เรื่องในการแต่งเพลง แต่จับคอร์ดกีตาร์ได้ 4-5 คอร์ด พอเป็นเพลงได้อยู่

แล้วมีคนมาชักชวนไหมหรือว่าเราเป็นคนทักหาเอง ตอนที่ไปอยู่ ค่ายสิงห์มิวสิค ?

ลำเพลิน วงศกร : บอกว่าอยากได้น้องมาเป็นศิลปินในค่าย เขาเห็นเราในโซเชียล

จุด ๆ นั้นที่มาอยู่ใน สิงห์มิวสิค คิดว่าตัวเองสำเร็จหรือยังในช่วงที่ทำเพลงแล้วมีคนสนใจและติดตามเรา ?

ลำเพลิน วงศกร : ตอนแรกที่เข้ามารู้สึกเคว้งคว้างมากเลย เพราะว่าหาตัวเองยังไม่เจอ เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแบบไหนอยากหล่อหรือว่าอยากตลก ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนแบบไหนกันแน่ จะออกเพลงแบบไหนดีจะสนุกหรือเศร้า ต้องคลำทาง

แล้วทำไมถึงมาเป็นเพลงห่อหมกฮวกไปฝากป้า ?

ลำเพลิน วงศกร : เกิดจากความไม่ได้ตั้งใจหลังจากอยู่กับ พี่สิงห์ ได้ ประมาณ 1-2 เดือน ก็เริ่มเข้ามาเซ็นสัญญากับแกรมมี่โกลด์ เพราะว่าแกรมมี่โกลด์ไปตาม แล้วช่วงนั้นพี่สิงห์กับโปรเจคกับแกรมมี่อยู่ และมารู้ทีหลังว่าครูสลาเป็นคนเอาเราเข้าค่าย ตั้งแต่แรกไม่รู้เลยผ่านมาประมาณ 6 - 7 ปี ตั้งแต่อยู่มาจนแกพูดเอง ตอนนั้นกำลังนั่งเขาเขาแถลงข่าวอยู่คืออึ้งไปเลย ตลอดระยะเวลา 4-5 ปี ที่ผ่านมาเป็นศิลปินแกรมมี่ยังเกิดคำถามเลยถ้าวันหนึ่งได้รู้อยากตอบแทนบุณคุณ เป็นคนที่เปลี่ยนชีวิตให้โอกาสเราถึงขนาดนี้ ซึ่งแกไม่เคยบอกอะไรเราเรื่องนี้เลย วันนั้นอึ้งพูดไม่ออกเลย ครูสลาบอกว่าเห็นศักยภาพว่าผมสามารถเดินทางด้วยตัวเองได้ก็จะคอยมองดูอยู่ห่างๆ ให้เราได้เติบโตด้วยตัวเอง มันอาจจะเป็นโอกาสที่ไม่เหมือนเพื่อน แต่มันก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่สำคัญมากในชีวิต

แล้วอะไรที่ทำให้เราคิดว่าถ้ามีโอกาสอยากจะไปบวช ไม่ได้เครียดใช่ไหม ?

ลำเพลิน วงศกร : ถ้าถามสิ่งที่ทรยศที่สุดในโลกนี้ก็คือผมให้คำตอบได้ว่าร่างกายเรานี่แหล่ะ เพราะว่าเรา พยายามมากเลยในการบำรุงมัน อยากขาวก็ไปฉีดนั่นนี่ ทาครีม แต่มันก็ฉีดเยอะก็เป็นโรคภัย บอกให้มันไม่เจ็บไม่ป่วย เราสั่งมันไม่ได้ มันทรยศเรามาก แต่ทุกวันนี้เวลาเข้าพรรษาผมได้กินข้าวเวลาเดียวหลังเที่ยงไม่กินอะไรแล้ว การอดข้าวไม่ได้ทำให้เราทุกข์ก็เลยได้ธรรมจากตรงนี้ว่าทำไมพระถึงไม่กินเพราะว่ามันข่มกิเลสได้เร็ว

เพลงแรกที่ทำให้คนรู้จัก ลำเพลิน วงศกร คือเพลงอะไร ?

ลำเพลิน วงศกร : ห่อหมกฮวก ต้องบอกเลยว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่แจ้งเกิดจริงๆ

รู้สึกยังไงที่แจ้งเกิดเพลงดังหลายคนรู้จักแค่เพลงแต่ไม่รู้จักนักร้อง ?

ลำเพลิน วงศกร : ก็เห็นหลายคอมเมนต์อยู่นะ เขาไม่รู้จักเราแต่เขารู้จักเพลงผมก็เลยเปลี่ยนวิธีว่าเรารับเล่นละครดีกว่า คนจะได้เห็นหน้าเราว่าคนนี้คือลำเพลิน แต่มันก็ได้ผลจริงๆนะ พอไปเล่นละครคนรู้จักเราจากละคร ว่าเป็นนักร้องที่ร้องเพลงห่อหมกฮวก

จากวันนี้ที่เราเคยเห็น ก้อง ห้วยไร่ แล้วคิดว่าอยากเป็นศิลปินแล้ววันนี้ได้มาเป็นศิลปินแล้ว ช่วงนั้นกับช่วงคิดว่าชีวิตพลิกเยอะไหม ?

ลำเพลิน วงศกร : สุดๆ หน้ามือเป็นหลังมือ แล้วก็บอกตัวเองว่าเราก็สู้มาเยอะเหมือนกันนะ ทุกครั้งเลยเวลาที่ได้ไปยืนอยู่หน้าเวที หรือว่ามีแฟนเพลงมาให้กำลังใจ จริงๆ ผมมีแฟนเพลงประมาณหนึ่งอยู่แต่แฟนคลับอาจจะไม่ได้เยอะ ประสบความสำเร็จแล้วขั้นหนึ่ง อีกขั้นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงตอนนี้ก็เป็นเหมือนกำไรแล้วชีวิตผมเรียกว่าติดลบด้วยซ้ำ เพราะว่าเราไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ตั้งแต่เด็กพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็กเลย ตอนเด็กอยู่กับคุณตาคุณยาย

ได้ยินข่าวว่าช่วงหนึ่งที่คุณตาเสียความคิดการดำเนินชีวิตเสียศูนย์ไปเลย ?

ลำเพลิน วงศกร : เป็นเรื่องจริงเพราะว่าตอนนั้นเรายังเป็นเด็กมาก ตอนนั้นเป็นใกล้จะเซ็นสัญญากับแกรมมี่โกลด์ ยังไม่ได้บอกตากับยายกะว่าจะเซอร์ไพรส์ ก็เลยคิดว่าจะกลับไปบ้านช่วงสงกรานต์ไปเซอร์ไพรส์ซึ่งเป็นวันรวมญาติกัน แต่วันที่ 6 เมษายน ตาเส้นเลือดในสมองแตกก็เลยได้กลับบ้านก่อน กลับบ้านไปแกก็นอนไม่รับรู้อะไรแล้ว แต่ตอนนั้นยังมีความหวังอยู่ หมอบอกว่าคนไข้รับรู้ได้ทางหู ก็เลยไปบอกว่าได้เป็นนักร้องแล้วรีบตื่นขึ้นมา วันที่ 7 เริ่มอาการไม่ดีแล้ว แต่แม่ไม่บอกเราว่าตาสูญเสียในสมองเส้นเลือดแตกกระจายไปหมดแล้ว พอมาถึงวันที่ 8 ก็รู้สึกว่าตาคงไม่รอดแล้ว กลับกลายเป็นว่าเราได้ไปบอกแกว่าผมจะเป็นเสาหลักแทน ไม่ต้องห่วงอะไร เป็นสิ่งที่ไม่ต้องบอกแต่ก็อยากบอก พอบอกแล้วแกก็ไปเลยวันนั้น ได้เห็นคนที่เรารักจากไปตอนนั้นทุกสิ่งทุกอย่างคือเหมือนเคว้งเลย ที่จริงเรื่องแบบนี้แต่ก่อนผมพูดไม่ได้เลย ผมอ่อนไหวมาก แต่ว่าทุกวันนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้ว เข้าใจสัจธรรม ยิ่งเราศึกษาเรื่องนี้ยิ่งมาเจอกับตัวเอง รับประสบการณ์โดยตรงเลย ผมคิดว่าชีวิตเรามีค่ามากเลย จนกระทั่งไปประสบอุบัติเหตุรถชน ก็เลยคิดว่าถ้าวันนั้นผมตายไปทุกอย่างที่เป็นผมจบเลยนะ

สามารถติดตาม “เบิ้ล AM” ได้ที่ช่องทาง Facebook: WE DO , Youtube: WE DO วันพฤหัสบดี เวลา 19.00 น.

คลิกชมคลิปย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=dMP0HGfFz5o

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...