โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรวจควันดำรถยนต์ หลังมาตรการใหม่ พบไม่ผ่านมาตรฐาน 21 คัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 10.53 น.

กทม.เอาจริง ตรวจควันดำรถยนต์ หลังเริ่มมาตรการใหม่ ควันดำไม่เกิน 20% พบรถไม่ผ่านมาตรฐาน 21 คัน จากทั้งหมด 900 คัน ด้าน ขสมก. เผยตรวจรถเมล์ 11 คัน ยังไม่เกินมาตรฐาน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสภาพรถยนต์ (ควันดำ) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ณ อู่รถเมล์สาธุประดิษฐ์ และวินรถสองแถว สาย 1261 บริเวณใต้สะพานภูมิพล เขตยานนาวา

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน กรุงเทพมหานครจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝุ่น จริงๆ แล้วเราก็มีการเตรียมการตลอดเวลาที่ผ่านมา ฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครมีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สภาพอากาศที่ปิดในช่วงฤดูหนาวทำให้การไหลเวียนของอากาศไม่ดี ฝุ่นจากรถยนต์โดยเฉพาะรถดีเซลที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และการเผาชีวมวลจากพื้นที่รอบข้างหรือในเขตกรุงเทพมหานคร

ซึ่งกรุงเทพมหานครได้เตรียมการรับมือปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่องโดยมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมควบคุมมลพิษ ตำรวจจราจร และกรมการขนส่งทางบก

หนึ่งในมาตรการที่เกิดขึ้น คือ การปรับปรุงมาตรฐานการวัดควันดำให้เข้มข้นขึ้น โดยลดค่าการทึบแสงจากเดิม 30% เหลือเพียง 20% การวัดค่าการทึบแสงนี้จะใช้วิธีการเป่าควันดำผ่านกระดาษกรอง หากบันทึกแสงได้น้อยกว่า 20% จะถือว่าไม่ผ่านมาตรฐาน

มาตรการใหม่นี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากการตรวจสอบเมื่อวันก่อนพบว่า จากรถที่ตรวจสอบทั้งหมด 900 คัน มีรถที่ไม่ผ่านมาตรฐานจำนวน 21 คัน คาดว่ามาตรการใหม่นี้จะสามารถปรับปรุงคุณภาพอากาศได้ประมาณ 24%

นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า จากการตรวจสอบวันนี้พบว่า ภาพรวมของอู่รถเมล์ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แต่เมื่อมาตรวจสอบรถสองแถว พบว่ามีรถที่เกินค่ามาตรฐานจำนวน 2 คัน โดยค่าเฉลี่ยการทึบแสงมากกว่า 30% ซึ่งแม้จะเป็นไปตามเกณฑ์เดิมแต่ก็เกินมาตรฐาน ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานใหม่ที่กำหนดไว้ที่ 20%

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการ จับปรับ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ก่อนที่รถทั้ง 2 คันดังกล่าวต้องไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และไส้กรอง และเข้าสู่โครงการ Green List ต่อไป ซึ่งโครงการ Green list เป็นมาตรการที่กทม. ได้รณรงค์ให้ผู้ขับขี่ทุกคนมาร่วมกันเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และไส้กรอง เพื่อลดการปล่อย PM 2.5 ซึ่งจากการทดลองพบว่ารถที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองสามารถลดการปล่อย PM 2.5 ได้มากถึง 42%

ด้านอำนาจหน้าที่ในการควบคุมรถ จากการตรวจสอบรถที่มีปัญหา คือ รถที่มีป้ายทะเบียนสีเหลือง ซึ่งกทม. และกรมควบคุมมลพิษไม่มีอำนาจในการดำเนินการโดยตรง เนื่องจากต้องประสานงานกับตำรวจตามพระราชบัญญัติขนส่งและจราจรทางบก ปัญหานี้เป็น 1 ใน 10 ข้อเสนอที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี โดยขอให้กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าพนักงานขนส่งด้วย เพื่อให้สามารถช่วยตรวจสอบรถป้ายทะเบียนสีเหลืองได้โดยตรง

ส่วนรถทั่วไป 4 ล้อที่ตรวจพบควันดำ ปัจจุบันมีเวลาแก้ไข 30 วัน แต่มองว่าระยะเวลานี้ยาวเกินไป เพราะเจ้าของรถจะรอจนวันที่ 27-29 ก่อนจะแก้ไข ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เสนอให้ปรับลดจาก 30 วัน เหลือ 3 วัน หากรถไม่แก้ไขภายใน 3 วัน ก็จะติดสีแดงห้ามใช้เด็ดขาด ขณะนี้กรมควบคุมมลพิษอยู่ระหว่างดำเนินการตามที่เสนอ

สำหรับช่วงพีคของปัญหาฝุ่นน่าจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม 2569 แต่จากการดูพยากรณ์อากาศ วันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์นี้ (6-8 พ.ย.68) อาจจะเห็นสีส้มบ้าง โดยประชาชนสามารถติดตามค่าฝุ่นได้ ถ้าในกรุงเทพมหานครใช้แอปพลิเคชัน Air BKK ถ้าทั่วประเทศใช้ของกรมควบคุมมลพิษ Air4Thai สามารถเช็คค่าฝุ่นได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนั้นเชิญชวนประชาชนที่มีรถดีเซลนำไปเปลี่ยนไส้กรองและน้ำมันเครื่อง ปัจจุบันมีโปรโมชั่นค่าแรงฟรี ไส้กรองและน้ำมันเครื่องลดราคา สามารถเช็คโปรโมชั่นได้ทางมาตรการ Green List Plus และขอเชิญชวนประชาชนที่เห็นรถควันดำสามารถแจ้งผ่าน Traffy Fondue กรุงเทพมหานครจะรับเป็นเจ้าภาพไปติดตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะที่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กรมควบคุมมลพิษ และ กรมการขนส่งทางบก ได้ทำการตรวจวัดควันดำรถโดยสารประจำทาง ขสมก. จำนวน 11 คัน ณ อู่สาธุประดิษฐ์ เพื่อป้องกันและลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่พบค่าควันดำเกินมาตรฐานที่กำหนด

เนื่องจาก ขสมก. ได้มีการดูแลรถโดยสารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ และระบบไอเสียของรถโดยสารเป็นประจำ และยังมีการตรวจวัดควันดำรถโดยสารทุกคัน ทุกวัน เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการช่วยลดฝุ่นละอองจากยานพาหนะ พร้อมทั้งมีแผนทยอยปรับเปลี่ยนรถเก่ามาใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการและช่วยรักษาคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตรวจควันดำรถยนต์ หลังมาตรการใหม่ พบไม่ผ่านมาตรฐาน 21 คัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...