เลือกตั้ง 2569 : “โรม” ยันไม่ได้ผลักไสคนเห็นต่าง แต่ผลักไส “คนสีเทา”
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาวิจารณ์พรรคประชาชน ว่าเล่นการเมืองแบบแบ่งขั้วชัดเจน ให้ประชาชนต้องเลือกข้างอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งการเมืองสีน้ำเงินหรือสีส้ม ซึ่งทำให้ประชาชนสับสนและไม่เข้าใจเกมการเมือง โดยชี้ว่า การเมืองลักษณะนี้ไม่ต่างจากการเมืองแบบเดิม และไม่ได้สะท้อนภาพของการเมืองใหม่อย่างแท้จริง
ล่าสุดวันที่ 4 ม.ค. 69 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ออกมาโพสต์ชี้แจง
นายรังสิมันต์ระบุว่า ถึงพี่ชูวิทย์ ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณพี่มากครับ ที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด ผมเข้าใจในความหวังดีและความคาดหวังที่พี่มีต่อพวกเรา
จริง ๆ แล้วเราสองคนรู้จักกันมานาน ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่พี่ยังเป็นนักข่าวของไทยรัฐ การที่พี่เขียนถึงผมในครั้งนี้ ผมจึงรู้สึกขอบพระคุณอย่างมาก ที่พี่พยายามสื่อสารกับพวกเราด้วยความกัลยาณมิตร
แม้ว่าเราจะมีความสัมพันธ์กันในฐานะพี่น้อง แต่ในประเด็นทางการเมืองครั้งนี้ ผมคงไม่สามารถเห็นด้วยกับพี่ได้ ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่พวกเราทำไม่ใช่การผลักไสคนเห็นต่าง แต่เป็นการผลักไส “คนสีเทา” และเราถือว่านี่คือวาระแห่งชาติ ที่พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคที่เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องจัดการให้เด็ดขาด
การที่เรายืนหยัดว่า “มีส้มไม่มีเทา” ไม่ใช่เพราะเราถือตัวว่าดีกว่าใคร แต่เป็นเพราะเรามองเห็นชัดเจนว่า ทุนเทากำลังเข้ามามีบทบาททางการเมืองอย่างอันตราย ซึ่งพี่ชูวิทย์ในฐานะผู้ที่เคยทำเรื่องจีนเทามาก่อน ย่อมทราบดีว่าเงินเหล่านี้มีขนาดมหาศาลเพียงใด และนักการเมืองเข้าไปพัวพันกันอย่างไร ดังนั้น สำหรับผมที่ทำงานด้านการปราบปรามทุนสีเทามาโดยตลอด ภารกิจนี้จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นภารกิจเพื่อประเทศชาติ ที่เราไม่อาจปล่อยให้ทุนสีเทาเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยได้อีกต่อไป
พี่ชูวิทย์อาจมองว่าพวกเราอ่อนพรรษา และตามไม่ทันนักการเมืองเขี้ยวลากดิน แต่ในความเป็นจริง ผมอยู่ในการเมืองมาไม่น้อยกว่าหกถึงเจ็ดปี ผมได้เห็นและสัมผัสด้วยตัวเองว่าความจริงทางการเมืองเป็นอย่างไร พวกเราไม่ได้โง่ เพียงแต่เราไม่ต้องการทำการเมืองแบบเดียวกับคนเหล่านั้น
พวกเราเคยผ่านการทรยศหักหลัง เคยเจอตระบัตสัตย์ เจอผู้รับเหมาทิ้งงานพลัส เราไม่ได้ไม่รู้ ไม่ได้ไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ แต่ที่เรายังเลือกยืนหยัด ก็เพราะเราอยากทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา เพราะนี่คือสิ่งที่เราเป็น และเราเชื่อว่าการเมืองแบบนี้เท่านั้นที่จะเป็นทางรอดของการเมืองไทย พี่อาจไม่เชื่อแบบผม พี่อาจเจ็บมาเยอะ แต่ผมเชื่อว่านี่คือยุคสมัยใหม่ที่พวกเรากำลังพยายามสร้างขึ้น
พี่ชูวิทย์ครับ ในฐานะผู้ที่รู้จักโลกมืดเป็นอย่างดี ผมเชื่อว่าพี่คงมองออกว่า มีความพยายามใส่ร้ายพวกเรามากเพียงใด ผมคิดว่าพี่น่าจะทราบดีว่า การหยิบยกทั้งเรื่อง 112 และการกล่าวหาว่าพวกเราด้อยค่าทหารนั้น ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทุบทำลายพรรคประชาชน เพราะคนเหล่านี้กำลังหวาดกลัวยุคสมัยใหม่ที่พรรคประชาชนกำลังสร้าง
ยุคสมัยใหม่ที่ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้
ยุคสมัยใหม่ที่นักการเมืองทุจริต และข้าราชการผู้มีสี จะต้องชดใช้ต่อบาปกรรมที่ตนเองก่อขึ้น
ยุคสมัยใหม่ที่ทุนเทาซึ่งเคยเรืองอำนาจ ต้องหลบหนี ซ่อนตัว และถูกจับกุมยึดทรัพย์คืนกลับมาเป็นของแผ่นดิน
ขอบคุณพี่ชูวิทย์อีกครั้งครับ ยังไงก็ช่วยเขียนถึงพวกเราบ่อยๆ นะครับ ผมติดตามอ่านอยู่เสมอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลือกตั้ง 69 : นิด้าโพลเผย คนสงขลาหนุน “อภิสิทธิ์” นั่งนายกฯ
เลือกตั้ง 2569 : “เท้ง” การันตี ผู้สมัคร “พรรคประชาชน” คุณภาพคับแก้วทุกคน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือกตั้ง 2569 : “โรม” ยันไม่ได้ผลักไสคนเห็นต่าง แต่ผลักไส “คนสีเทา”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com