‘พรรคเป็นธรรม’ ฉะ ‘สม รังสี’ กล้าฟ้องศาลโลก ต้องพร้อมโดนตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 3 ม.ค. นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้นายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ที่ออกมาเรียกร้องให้ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการของศาลโลก โดยระบุว่า ศาลโลกไม่ใช่เวทีสำหรับการข่มขู่ แต่เป็นเวทีที่ผู้นำต้องแสดงความรับผิดชอบต่อโลก ว่า หากมีการฟ้องร้องต่อศาลโลกจริง ประเทศไทยไม่ใช่ฝ่ายที่มีความเสี่ยงสูงสุดแต่อย่างใด และหากมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องหลีกเลี่ยง แต่ต้องยอมรับความจริงว่า หากคดีถูกพิจารณาอย่างเป็นธรรม เป้าหมายที่ทั่วโลกจะจับตาดูไม่ใช่ประเทศไทย แต่เป็นสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เนื่องจากศาลระหว่างประเทศไม่ได้ตัดสินเพียงแค่ประเทศที่ปกป้องตนเอง แต่จะพิจารณาไปถึงการตัดสินใจของผู้นำ คำสั่งทางทหาร และผลกระทบที่มีต่อชีวิตพลเรือน ซึ่งหากมีหลักฐานชี้ชัดว่าผู้นำสั่งการใช้ความรุนแรงหรือยกระดับความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ประเด็นจะขยับไปสู่เรื่องความรับผิดส่วนบุคคลและอาชญากรรมสงครามทันที
นายปิติพงศ์ กล่าวต่อว่า หากพรรคเป็นธรรมได้จัดตั้งรัฐบาล ความรับผิดชอบต่อสงครามจะไม่ถูกบดบังด้วยอำนาจทางการเมืองอีกต่อไป โดยผู้นำกัมพูชาที่เกี่ยวข้องโดยตรง จะต้องเผชิญกับทางเลือก 2 ทาง คือ 1. การลงจากอำนาจผ่านการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม หรือ 2. การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อตรวจสอบความรับผิดส่วนบุคคล รวมถึง MOU 43-44 จะต้องถูกยกเลิก และจะทำการเปิดเผยข้อมูลความจริงในรัฐสภาว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ ได้ไปลงนามสัญญาอะไรไว้บ้าง
“คำถามไม่ใช่ไทยกล้าขึ้นศาลโลกหรือไม่ แต่คือผู้นำกัมพูชาพร้อมหรือยังที่จะให้โลกตรวจสอบการตัดสินใจของตนเอง พรรคเป็นธรรมไม่กลัวศาล แต่ไม่ยอมให้ศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้ความรุนแรง ถ้ากล้าก็ทำเลย” นายปิติพงศ์ กล่าว.