"สุดารัตน์" ควง "จินนี่" หาเสียงกลางกรุง เผยยังไม่ได้เจอ “โดม ปกรณ์ ลัม” ยันดำเนินคดีตามกฎหมาย
"สุดารัตน์" ควง "จินนี่" หาเสียงกลางกรุง เผยยังไม่ได้เจอ “โดม ปกรณ์ ลัม” ยันดำเนินคดีตามกฎหมาย ย้ำไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เพื่อต้องให้สังคมเปลี่ยนความคิดไม่มองผู้หญิงเป็นวัตถุ ฟาก “ไทยสร้างไทย” ชูนโยบาย “ดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์ยันแก่”
วันที่ 4 ม.ค. 68 ที่สยามสแควร์ พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกและหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายโภคิน พลกุล และพล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร และน้องจินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลงพื้นที่สยาม เปิดนโยบาย “ดูแลคนไทยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ยันแก่” ทำให้คนไทยหายเหนื่อยกับการดำรงชีวิต มีชีวิตที่มีความสุข และมีความมั่นคงในชีวิตทุกช่วงวัย
โดยเป็นแพ็ตเกจการดูแลตั้งแต่ในครรภ์มารดา จนแก่ เริ่มจากการลงทุน สร้างคนไทยที่เก่งและดี เด็กตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 6 ขวบ จะได้รับการดูแลเดือนละ 2,000 บาท เมื่อถึงวัยเรียนจะได้เรียนฟรีจนจบ ป.ตรี
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน คนไทยทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อตั้งตัว ให้กู้ทำทุน 10,000–100,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ
ส่วนผู้สูงอายุ จะดูแลด้วยบำนาญ 3,000 บาทต่อเดือน และโปรแกรม Up Skill เพื่อให้ผู้สูงอายุสุขภาพแข็งแรงและกลับมาทำงานได้ ไม่เป็นภาระลูกหลาน
ด้าน พล.ท. ภราดร ยังกล่าวถึง 4 นโยบายเร่งด่วนด้าน ความมั่นคงของพรรคไทยสร้างไทย คือ 1.ปิดจบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 2.ปิดจบสแกมเมอร์ 3.ปิดจบทุจริตคอรัปชัน และ 4.พิชิตความเหลื่อมล้ำกับพี่น้องประชาชน พร้อมกล่าวย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมากเพราะเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างการเมืองสีขาวกับการเมืองสีเทา จึงอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างเต็มที่ และขอฝากพรรคไทยสร้างไทยด้วย
และเมื่อถามว่าตั้งเป้าหมาย สส.กี่ ที่นั่ง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ สื่อมวลชนและประชาชนส่วนใหญ่ จะเล็งพรรคใหญ่ ทุนหนา มีบ้านใหญ่จำนวนมาก และตอนนี้เม็ดเงินที่เข้ามาสู่ระบบการเลือกตั้ง สส. 1 เขต 70-100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเทา แต่สำหรับพรรคไทยสร้างไทยที่ยืนอยู่วันนี้ อยากบอกประชาชนว่า หากเลือกแบบเดิมเลือกพรรคบ้านใหญ่ ทุนหนา ลงทุนเยอะแต่ละพรรคก็คงหมดเป็นหมื่นล้าน แล้วจะเลือกไปทำไมเลือกให้ไปถอนทุนกลับไปปล้นประชาชน และกลับมามีชีวินที่ยากลำบากแบบเดิม วันนี้ พรรคไทยสร้างจึงเสนอตัว และเป็นพรรคที่ไม่โกง มีประสบการณ์ บริหารงานสำเร็จมาแล้ว อดีตของแคนดิเดตทั้ง 2 คนเป็นเครื่องการันตี ทำได้จริงไม่ใช่วาทกรรม
“ตอนนี้หลายคนอาจจะมองพรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคเล็กแต่ถ้าประชาชนเห็นด้วยแล้วเลือกเข้ามามาก ๆ เราก็จะมีเสียงมากพอทำงานให้กับประชาชน และจะเข้าไปบริหารประเทศแน่นอน ขอให้เลือกให้มากพอไม่เกี่ยง เป็นพรรคเล็กแต่คิดใหญ่ทำเป็น และมั่นในว่าทำงานสำเร็จ วันนี้ขอให้ได้มากที่สุดเท่าที่ประชาชนจะเมตตา”
เมื่อถามว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดหวังมากน้อยแค่ไหนเพราะเป็นการช่วงชิงระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าพรรคไทยสร้างไทยคาดหวังทุกที่และหวังว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับเรา ทำดีที่สุด แข่งกับตัวเอง
เมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งจะจับมือกับใคร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่ยุคของการเมืองที่สู้กันระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย แต่การเมืองที่ ต้องแข่งขันกันนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน วันนี้ยังมองไม่เห็นว่าพรรคที่บอกว่าไม่จับกับคนนั้นคนนี้ ที่สุดแล้วอาจเป็นแกงโฮะก็ได้ ขอดูหลังเลือกตั้งดีกว่า ว่ามีความจริงใจกับสุจริตหรือไม่ แต่ระวังเป็นแกงโฮะนะ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการลงพื้นที่น้องจินนี่ บุตรสาวคุณหญิงสุดารัตน์ ที่เดินทางมาร่วมหาเสียงได้รับความสนใจจากวัยรุ่น และประชาชนที่สัญจรไปมา ขอถ่ายรูปพร้อมให้กำลังใจ จากกรณีนายโดม ปกรณ์ ลัม
ส่วนกรณีที่ดำเนินคดีกับโดม ปกรณ์ ลัม นักแสดงชื่อดังในข้อหาคุกคามทางเพศ นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือน้องจินนี่ บุตรสาวของตนนั้น ได้ติดต่อมาขอโทษหรือไม่ ว่า ได้มีการติดต่อมาแต่ไม่ได้ติดต่อโดยตรงเพราะไม่ได้รู้จักกันโดยตรง ซึ่งติดต่อผ่านคนรอบตัวว่าจะเข้ามาพบและวันที่นายโดม ไปที่พรรคเป็นวันที่ไม่ได้อยู่พรรคจึงได้ฝากกระเช้าไว้ที่ป้อมยามและได้บอกคนที่ติดต่อมาว่าหลังปีใหม่จะคุยกัน ตนยืนยันว่าเรื่องนี้ที่ทำไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องหยุดมองผู้หญิงเป็นวัตถุ จะต้องเคารพซึ่งคุณค่าของมนุษย์ไม่ว่าจะเพศใด เป็นผู้หญิง เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ เป็นผู้ชาย ผู้พิการ เด็ก เราต้องเคารพในมนุษย์และวันนี้ได้แสดงความจำนงชัดเจนว่าดำเนินคดี เพื่อให้สังคมตระหนักว่าการมองผู้หญิงเป็นวัตถุนั้นมันควรจะจบ
คุณหญิงสุรารัตน์กล่าวว่า ไทยสร้างไทยเป็นพรรคการเมือง เมื่อเราโดนแบบนี้เราเคยปกป้องในกรณีอื่น กรณีนี้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นหน้าที่ของคนที่เป็นพรรคการเมืองที่จะต้องทำให้เปลี่ยนความคิดของคนในสังคมให้เกิดขึ้นให้ได้ วันนี้เราควรเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ร่วมกันการที่โดนแบบนี้ไม่ต้องลูกสาวของตน แต่เป็นลูกของคนอื่นก็ควรจะได้รับการเคารพเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าคนที่คอมเม้นต์โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยเฉพาะดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์นั้น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่ากฎหมายเพิ่งประกาศใช้และเรา ก็ดูช่องโหวตทางกฎหมายให้รัดกุมขึ้น ซึ่งจะให้เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญที่จะทำให้สังคมปลอดภัยทั้งด้านการกดขี่การทำร้ายร่างกายและจิตใจ
ส่วนหากนายโดมมาขอโทษนั้นจะรับคำขอโทษหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเจ็บแค้น แต่เป็นเรื่องการต้องพูดให้เข้าใจว่าสังคมเราควรจะมองอย่างพี่น้อง ควรจะมองอย่างที่เป็นครอบครัวเดียวกันและเอื้ออาทรต่อกัน ไม่ใช่ดูหมิ่นดูถูกใครได้แม้จะยากจนแค่ไหนซึ่งก็ก็คงต้องคุยกันก่อน ยืนยันว่ายังไม่ได้รับการติดต่อมา
เมื่อถามว่ากรณีนี้ต้องให้บุตรสาวไปให้ปากคำด้วยหรือไม่กับทางคู่กรณี คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่าการเผชิญหน้าคงจะไม่ได้เจอกันเพราะตัวของบุตรสาวตนนั้นก็เสียใจแต่พอตั้งสติได้ก็เข้มแข็งและพิจารณาทุกอย่างอย่างมีสติโดยไม่ได้มีอารมณ์ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมาย ยืนยันว่าต้องเข้าไปให้ปากคำตามกฏหมายส่วนจะเป็นวันไหนนั้นยังไม่มีการนัดหมายกัน โดยยืนยันว่าจะให้ปากคำอย่างแน่นอน