โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TDRI ชี้เลือกตั้ง 69 จุดเปลี่ยนประเทศไทย แนะ 6 นโยบายรัฐบาลใหม่ควรทำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 09.28 น.

ดร.สมเกียรติ ทีดีอาร์ไอ มอง เลือกตั้งปี 69 คือจุดเปลี่ยนประเทศ แนะ 6 ชุดนโยบายที่รัฐบาลใหม่ควรทำ ย้ำโลกนี้ไม่มีของฟรีทุกนโยบายหาเสียงต้องมีความรับผิดชอบทางการคลัง

7 ม.ค. 2569 - ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวในการนำเสนอประเด็น "นโยบายที่ประเทศต้องการ และรัฐบาลใหม่ควรทำ" ในงานเสวนา "เขาแจก…แต่เราจ่าย คิดใหม่เรื่องนโยบายพรรคการเมือง" จัดโดยทีดีอาร์ไอ ว่า ปี 2569 ที่จะมีการเลือกตั้งจะเป็นการเลือกตั้งที่มีผลในการเปลี่ยนประเทศไทยได้และประเทศไทยต้องเปลี่ยนเพราะหากไม่เปลี่ยนประเทศไทยจะตกต่ำลงจากที่ตอนนี้ก็หมดเสน่ห์ไปมาก

ขณะที่ฐานะการคลังของไทยมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการที่หนี้สาธารณะของไทยอยู่ในระดับสูงถึง 65% ต่อจีดีพี ดังนั้นพรรคการเมืองที่หาเสียงเข้ามาเป็นรัฐบาลต้องเข้าใจข้อจำกัดของประเทศไทยและข้อจำกัดด้านการคลังด้วยว่านโยบายต่างๆ ที่จะนำมาใช้ต้องมีความรับผิดชอบทางการคลังด้วย

“โลกของความเป็นจริงไม่มีอะไรฟรี สุดท้ายนโยบายของพรรคการเมืองที่นำมาหาเสียงก็ต้องมีที่มาว่าเงินที่นำมาใช้จะมาจากไหนและเงินนั้นจะไม่เคยฟรี”

โดยทีมวิจัยของทีดีอาร์ไอได้ศึกษานโยบาย 6 กลุ่มที่คิดว่าประเทศต้องการรัฐบาลควรทำ ได้แก่

1. ลดคอร์รัปชันและสแกมหรือการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยดัชนีความโปร่งใสของไทยตกต่ำลงเรื่อยๆ ไม่ได้อยู่ 1 ใน 100 อันดับที่มีความโปร่งใสสูง โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีเงินทอนในระดับ 20-30% และมีความเสี่ยงเรื่องการฟอกเงิน โดยปี 2568 ที่ผ่านมามีประชาชนไทยโดนหลอกลวงถึง 3.2 แสนกรณี สูญเสียเงินไปหลายหมื่นล้านบาทแต่สามารถนำเงินคืนได้เพียง 1% เท่านั้น

“ถ้าไม่แก้ปัญหาคอร์รัปชันนโยบายเรื่องอื่นไม่ว่าจะเป็นปฏิรูปการศึกษา การแก้ปัญหาปากท้องก็จะทำได้ยาก ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นกับสแกมเป็นเรื่องใหญ่”

โดยทีดีอาร์ไอเสนอสิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำตั้งแต่ปีแรกตั้งแต่เป็นรัฐบาล คือ การร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ซึ่งมี Scam Center Strike Force ในการจับกุมและยึดทรัพย์รวมถึงการสืบสวนที่ดี, รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายการฟอกเงินที่ปัจจุบันค้างอยู่ในสภาฯ, ผลักดันกฎหมายให้แพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมรับผิดชอบความเสียหายเนื่องจากปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกที่ได้รับเงินจากการโฆษณาจากแพลตฟอร์มออนไลน์ถึง 10% ของรายได้ของแพลตฟอร์มนั้น และ ให้โครงการมูลค่าสูงเข้าสู่กระบวนการภาครัฐ ได้แก่ ข้อตกลงคุณธรรมและโครงการความโปร่งใสในโครงการก่อสร้างที่ได้เริ่มใช้แล้วในประเทศไทยโดยโครงการข้อตกลงคุณธรรมใช้กับ 215 โครงการ ช่วยประหยัดเงินได้ 8 หมื่นล้านบาท

ส่วนสิ่งที่ควรทำใน 4 ปี คือการยกระดับความโปร่งใสของประเทศไทยให้ใกล้เคียงกับประเทศ OECD เนื่องจากประเทศไทยได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ตลอดจนควรยกระดับความโปร่งใสจาก 34 คะแนน ในเป็น 63 คะแนนให้ได้ใน 4 ปี ยกระดับคะแนนนิติธรรมจาก 0.5 คะแนนเต็ม 1 ให้เป็น 0.74 คะแนนให้ได้ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการยกเครื่องระบบใบอนุญาตธุรกิจเนื่องจากหากการขอใบอนุญาตยุ่งยากจะทำให้เกิดเงินทอน รวมถึงอีกเรื่องที่สำคัญคือการปฏิรูปตำรวจเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้ง

2. แก้ปัญหาปากท้อง (สร้างงาน เพิ่มรายได้ แก้ปัญหาหนี้) ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% ต่อจีดีพี มาจากรายได้เติบโตช้า สัดส่วนค่าจ้างแรงงานไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นควรสร้างงานที่ดีมีความมั่นคงให้เกิดขึ้น ปฏิรูปให้เกิดการอนุญาตให้เกิดการทำธุรกิจ การแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ใช่การยกหนี้แต่แก้ที่พฤติกรรมเรื่องการใช้เงินของประชาชน

โดย สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำใน 1 ปี คือ การให้บีโอไอส่งเสริมการลงทุนจากโครงการที่สร้างตำแหน่งงานที่ดีมีรายได้สูงให้คนไทย, ลดการอนุมัติ-อนุญาตที่ไม่จำเป็น การกิโยตินกฎหมาย ยกเลิกการอนุมัติอนุญาตที่ไม่จำเป็นลงครึ่งหนึ่งจากปัจจุบัน, การออกกฎหมายอำนวยความสะดวกในการอนุญาตของภาครัฐซึ่งปัจจุบันค้างอยู่ในสภาฯ, ใช้กระบวนการทางดิจิทัลในการขออนุญาต, พัฒนาทักษะให้คนไทย

“ปัจจุบันหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานของไทยมีจุดอ่อน เราใช้หลักสูตรการศึกษาปี 2551 ตั้งแต่แอปเปิลออกไอโฟน 1 ออกมาแต่ปัจจุบันเรายังใช้หลักสูตรเดิมมา 18 ปีแล้วดังนั้นควรปรับให้เน้นการเพิ่มทักษะให้ใช้งานได้จริง ขณะที่อยากเห็นกกร. ให้มีการทำงานเรื่องทักษะแรงงานให้มีการทำงานกับสถาบันการศึกษาภาครัฐเพื่อให้ฝึกงานได้ตรงตามความต้องการ”

ด้านการแก้หนี้ปัจจุบันมีโครงการภาครัฐหลายโครงการโดยควรทบทวนและยกเลิกโครงการที่ไม่คุ้มค่าออกไป

สำหรับ สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำใน 4 ปี ได้แก่ การทบทวนกฎหมายที่เคยทำมาทั้งหมดทำให้มีการบูรณาการมากขึ้นโดยหน่วยงานที่เป็นอิสระจากหน่วยราชการนั้น, พัฒนาการศึกษาด้วยการจัดตั้งสถาบันหลักสูตรแห่งชาติและสร้างแพลตฟอร์มพัฒนาทักษะ โดยอาจแจกคูปองให้ประชาชนไปเรียนรู้เพิ่มทักษะ ขณะที่การแก้หนี้ควรปรับที่เชิงพฤติกรรม

3. รับมือโลกรวน-เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดย สิ่งที่รัฐบาลควรทำใน 1 ปี คือ การผ่านกฎหมายอากาศสะอาดและกฎหมายรับโลกร้อน, พัฒนาระบบการตรวจจับการเผาไหม้แบบ real-time, ถอดบทเรียนน้ำท่วมโดยคณะกรรมการอิสระและทำระบบเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยง, ทำแผนผลิตพลังงานไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP และเปิดซื้อขายพลังงานสะอาดโดยตรง

ส่วน สิ่งที่ควรทำใน 4 ปี คือ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในพื้นที่เสี่ยงไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ หาดใหญ่ กรุงเทพ, ตั้งเป้าเพิ่มการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดอย่างน้อย 5 เท่าจากปีที่ผ่านมา, เปิดซื้อขายไฟฟ้าตรงทุกเขตอุตสาหกรรม และ พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและจัดการซากเทคโนโลยีสีเขียว

4. สร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยปัจจุบันสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนท่าทีในการกีดกันการค้าไปทางยุโรปประกอบกับไทยยังเจอการแข่งขันจากสินค้าจีน ดังนั้นไทยที่เป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กและเป็นเศรษฐกิจเปิดจึงควรปรับตัวให้ได้อย่างรวดเร็ว

โดย สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำใน 1 ปี คือ การบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ, การทำ FTA กับ EU และเริ่มทบทวนข้อตกลงการค้าระหว่างไทย-ญี่ปุ่น หรือ JTEPA, ใช้มาตรฐานสูงในการควบคุมสินค้าคุณภาพต่ำ, ให้แพลตฟอร์มออนไลน์คัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

สำหรับ สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำใน 4 ปี ได้แก่ การขยาย FTA กับคู่ค้าสำคัญ เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา, เตรียมพร้อมเข้าเป็นสมาชิก OECD และ ใช้การเจรจาการค้าผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจ

5. ปรับสวัสดิการสำหรับสังคมสูงวัย โดยปัจจุบันไทยมีสัดส่วนสูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 15% ของประชากรทั้งหมดทำให้เป็ยสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ดังนั้นต้องเตรียมการเรื่องการดูแลสุขภาพ การรักษาพยาบาลของผู้สูงวัยเพื่อไม่ให้เกิดต้นทุนทางการคลัง ในส่วนของประกันสังคมด้านบำนาญจะหมดใน 20 ปีหลังจากนี้ โดยคนอายุ 40 ปีในตอนนี้จะไม่ได้รับเงินบำนาญเพราะเงินประกันสังคมจะหมดไป

โดย สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำภายใน 1 ปี ได้แก่ การพัฒนาระบบ Long-Term Care ที่บ้าน และใช้โรงเรียนเด็กเล็กเป็นศูนย์ Day Care, ปรับอายุรับบำนาญขั้นต่ำเป็น 60 ปีและเริ่มยกร่างกฎหมาย และ ตั้งคณะทำงานปรับอัตราค่ารักษาผู้ป่วยในให้เท่าเทียม 3 ระบบ

สำหรับ สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำใน 4 ปี ได้แก่ การมี Long-Term Care ครอบคลุมทุกชุมชน, ให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายเข้าถึง Palliative Care ทุกคน, แยกกองทุนบำนาญชราภาพออกจากประกันสังคม และ ลดความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาพยาบาลอย่างเป็นระบบ

6. รักษาความยั่งยืนทางการคลัง โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อจีดีพีไทยอยู่ที่ 65% ขณะที่ภาระหนี้ที่ต้องชำระต่องบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปีจากปัจจุบันอยู่ที่ 10.9% เป็น 15% ในปี 2571 ซึ่งหมายความว่าจะมีเงินมาพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ลดน้อยลง ทั้งการรับมือสังคมผู้สูงอายุ ภัยพิบัติ รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะถูกลดเครดิตเรตติ้งลงได้ ซึ่งหากถูกลดเครดิตเรตติ้งจะทำให้ต้นทุนการเงินของภาคธุรกิจสูงขึ้น

โดย สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำใน 1 ปี ได้แก่ ยึดกรอบการคลังระยะปานกลางอย่างเคร่งครัด ซึ่งรัฐบาลอนุทินได้ดำเนินการไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น หากมีการใช้จ่ายเกินเป้าหมายต้อมีการหารายได้มาทดแทน, เปิดเผยข้อมูลการคลังและค่าใช้จ่ายภาษีตามมาตรฐานสากล, คุมงบล้างท่อและจำกัดเงินนอกงบประมาณ และ ปรับเกณฑ์พิจารณางบประมาณตามความคุ้มค่า

สำหรับ สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำใน 4 ปี ได้แก่ ปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างเน้นผลลัพธ์ไม่ใช่ราคาต่ำสุด, เพิ่มรายได้ภาษีอย่างเป็นธรรม สิ่งที่ควรทำคือเรื่องภาษีทรัพย์สิน ขึ้น VAT อย่างค่อยเป็นค่อยไป และมีการคืนภาษีช่วยคนจน, ยกระดับสำนักงบประมาณของรัฐสภา หรือ Parliamentary Budget Office ให้เป็นอิสระจริงเพื่อตรวจสอบการใช้เงินของรัฐบาล และ แก้พ.ร.บ. งบประมาณ - พ.ร.บ. วินัยการคลังเพื่อเพิ่มการถ่วงดุล

ดร.สมเกียรติ ทีดีอาร์ไอได้เข้าไปศึกษาต้นทุนทางการเงินในการทำนโยบายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งไทยในปี 2566 ที่ผ่านมาจากเอกสารที่พรรการเมืองได้เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าทำถูกต้องหรือไม่ และในการเลือกตั้งครั้งนี้ทีดีอาร์ไอก็จะดำเนินการเช่นกัน

“เรามองว่า 6 นโยบายที่เราเสนอในวันนี้อาจจะมีบางนโยบายที่อาจทำได้ยากในเชิงการเมืองเพราะจะมีผู้เสียประโยชน์แต่เชื่อว่ามีหลายนโยบายที่อยากขายความคิดให้พรรคการเมืองที่อาสาเข้ามาเป็นรัฐบาลพิจารณา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...